ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อ "โควิด-19" ใหม่ 19 ราย สะสม 2,811 ราย ตายเพิ่ม 1 ราย

11.76K 109
ศบค. แถลงไทยพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ใหม่ 19 ราย สะสม 2,811 ราย ตายเพิ่ม 1 ราย

ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ประจำวันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 19 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,811 ราย รักษาหายและกลับบ้านแล้ว 2,108 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย รวมยอดเสียชีวิตสะสม 48 ราย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประจำวันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 ไทยอยู่ในอันดับที่ 55 ของโลก หายแล้ว 2108 คน รายใหม่ 19 คนยอดรวมสะสม 2811 คนและเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 48 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชายไทยอายุ 50 ปีประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลได้ดีนัก และมีประวัติสูบบุหรี่ พร้อมกับมีประวัติรับส่งผู้โดยสารไปยัง สนามมวยลุมพินีมีอาการไข้ต่ำ และไอในวันที่ 18 มีนาคมโดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และกลับบ้าน ซึ่งวันที่ 23 มีนาคม มีอาการไข้สูง 39.5 องศา ปวดเมื่อย หายใจลำบาก และมีเสมหะมากขึ้น จึงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและอาการแย่ลงจนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา

ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 19 คน แบ่งเป็นมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 10 คนไม่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 8 คน แบ่งเป็น เดินทางไปยังพื้นที่ชุมชน 2 คน ประกอบอาชีพเสียง 1 คนพิธีกรรมทางศาสนา 1 คน และอื่นๆโดยเป็นการค้นหาเชิงรุกอีก 4 คน ทางนี้ยังมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก State Quarantine  พื้นที่กรุงเทพฯเดินทางกลับมาจากสหรัฐอเมริกาอีก 1 คน

ส่วนจำนวนผู้ป่วยสะสม 2811 คนกระจายอยู่ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศแบ่งเป็นกรุงเทพฯ 1447 คนซึ่งอยู่ใน state quarantine 3 คน จังหวัดภูเก็ต 193 คนนนทบุรี 152 คนสมุทรปราการ 108 คนยะลา 95 คนอยู่ใน state quarantine 8 คน ปัตตานี 79 คนอยู่ใน state quarantine12 คนชลบุรี 85 คนอยู่ในstate quarantine 3 คน สงขลา 39 คนอยู่ในstate quarantine 8 คน เชียงใหม่ 40 คน ปทุมธานี 34 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 67 คน


ส่วนจังหวัดที่มีการรายงานผู้ป่วยในช่วง 7 วันที่ผ่านมาจำนวน 11 จังหวัดประกอบด้วยกรุงเทพฯนนทบุรี ภูเก็ต ชลบุรี ยะลา ปัตตานี สงขลา กระบี่ นราธิวาส ขอนแก่น และชุมพร ส่วนจังหวัดที่ไม่มีการรายงานผู้ป่วยมาก่อนหน้านี้ประกอบด้วยกำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬพิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และอ่างทอง 

ส่วนมาตรการเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 22.00 ถึง 4.00 น พบผู้กระทำความผิดออกนอกเคหสถาน 693 คน ได้มีการตักเตือนทั้งสิ้น 86 คน ดำเนินคดี 607 คน มั่วสุมชุมนุม ซึ่งดำเนินคดีทั้งหมด 65 คน ซึ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดนครราชสีมาพบการออกนอกเคหสถานมากที่สุด 18 คนจังหวัดปทุมธานีออกนอกเคหสถาน 42 คนมั่วสุม 7 คนภูเก็ตออกนอกสถานที่ 17 คนเชียงใหม่ออกนอกเคหสถาน 12 คนและกรุงเทพมหานครออกนอกเคหสถาน 56 คน โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ ได้เน้นย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องให้ตำรวจเป็นผู้ดูแล แต่อยากให้คนที่อยู่ในบ้านนั้นคอยตักเตือนลูกหลานที่จะออกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม

ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศในวันนี้ 21 เมษายนประกอบด้วยคนไทยเดินทางกลับมาจากไต้หวันจำนวน 120 คนเที่ยวบิน FD 9113 เวลา 17:45 น เดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นด้วยเที่ยวบิน NH 847 จำนวน 80 คนในเวลา 15:30 น และเที่ยวบิน TG 643 จำนวน 20 คนในเวลา 16:30 นจึงเลื่อนไฟท์บินมาจากวันที่ 18 เมษายน

ซึ่งจากการวิเคราะห์การติดเชื้อของผู้ป่วยในประเทศสิงคโปร์ พบว่าแรงงานต่างด้าวในประเทศสิงคโปร์มากถึงกว่า 300,000 คน และอาศัยกันอย่างแออัด โดยรายงานพบว่าแรงงานต่างด้าวเป็นชาวบังคลาเทศติดเชื้อเป็นรายแรก ซึ่งในวันที่ 30 มีนาคม พบผู้ติดเชื้อขนาดใหญ่ที่ตึก เอส 11 จากผู้ติดเชื้อ 4 คนกลายเป็น1,000 คน ซึ่งเป็นที่น่ากังวลใจเป็นอย่างมากโดยทางการซึ่งกระโปมีมาตรการล็อคดาวน์หอพักที่อยู่ในบริเวณนั้นทั้ง 43 แห่ง จัดระบบการดูแล  และแรงงานทุกคนจะได้รับค่าจ้างระหว่างการ Quarantine และเคลื่อนย้ายแรงงานที่หายแล้วหรือมีผลเป็นลบขึ้นไปอยู่บนเรือประมาณ 2,000 คนเพื่อควบคุมการระบาด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกนำมาปรับใช้เป็นมาตรการควบคุมและป้องกันในไทย

นอกจากนี้โรงพยาบาลพระมงกุฏ ยังเปิดตัวหอผู้ป่วยภาพรวมในลักษณะของการทำเป็นไอซียูห้องความดันลบซึ่งต้องใช้ระบบ 100% ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่จะรองรับผู้ป่วยโควิด 19 จำนวนมากแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นในลักษณะของการนำตึกเก่าประมาณ 37 ปีปรับปรุง และนำวอร์ดผู้ป่วยมาปรับปรุงใหม่ พร้อมกับนำวิศวกรจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเป็นความคิดภายใน 3 สัปดาห์

โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ ยังขอภาคเอกชนให้ยังคง work from home แม้ว่าจำนวนประชาชนที่ติดเชื้อจะมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากรัฐบาลยังคงมาตรการนี้อยู่ เนื่องจากไม่เช่ยนั้นอ้างเหมือนในสิงคโปร์ที่เริ่มจากผู้ป่วยเพียง 4 คน กล่ยเป็น 1,000 คน

ส่วนแนวทางการป้องกันการติดเชื้อระลอกใหม่นายแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่า เรื่องการติดเชื้อเกิดขึ้น และสามารถคุมได้ดีก็เป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมศบค. ว่า จากการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยและเป็นผลดีที่เกิดขึ้น แต่การที่จะต้องเรียนรู้ว่าจะผ่อนปรนหรือยกเลิกมาตรการต่างๆ ให้เรียนรู้จากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเมื่อเช้าไม่มีการประชุมหารือกันในศูนย์ eoc อธิบดีกรมควบคุมโรคได้ชี้แจงในที่ประชุมว่าผ่อนปรนนั้นไม่ได้เป็นการยกเลิก และการผ่อนปรนต้องมองตรงกันในภาพใหญ่ว่าต้องเป็นการป้องกันและควบคุมโรค นั่นคือการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินครอบคลุมคนไทยทั้งประเทศ มีช่วงเวลาเคอร์ฟิว ซึ่งเห็นผลว่าได้ผล และต้องประกอบกับจุดปฏิบัติการ ในพื้นที่ระดับจังหวัด ซึ่งทุกคนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ โดยใช้หลักการทั้งหมด โดยคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ประกาศออกมา แต่ทั้งหมดก็จะขึ้นอยู่กับสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม วันนี้จำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ในตัวเลข 2 หลักจึงอยากให้ประชาชนช่วยกันให้ต่ำกว่าหลักสิบให้ได้ อย่างน้อย 14 วัน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend