ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

วอนช่วยเหลือ เด็กเล็ก-ผู้ยากไร้ในชุมชนแออัด ฝ่าวิกฤติโควิด-19

539 30
วอนช่วยเหลือ เด็กเล็ก-ผู้ยากไร้ในชุมชนแออัด ฝ่าวิกฤติโควิด-19

อันสืบเนื่องจากบทความ "วิกฤตโควิด-19 กับพื้นที่ความช่วยเหลือ ที่อาจถูกลืม" ซึ่งผู้เขียนตั้งขอสังเกตเรื่องการช่วยเหลือกลุ่มคน สิ่งมีชีวิต เพื่อนร่วมสังคมที่อาจจะตกสำรวจความช่วยเหลือ จากภาครัฐและเอกชนจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไปไม่กี่วันก็ได้รับข้อมูลมา "มูลนิธิดวงประทีป" ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานช่วยเหลือเด็กยากจนและคนยากไร้ในพื้นที่ชุมชนแออัดคลองเตย โดยมีใจความที่น่าสนใจดังนี้ ....

 บทความดังกล่าว..

"วอน กทม. อย่างปล่อยให้เด็กน้อยต้องหิวโหย"

เสียงแจ้วๆ ดังมาแต่ไกล "ครูครับ มีนมแจกให้หนูดื่มไหม" เด็กน้อยวิ่งมาถามครูศูนย์เด็กเล็กฯ ที่บ้านในชุมชนแออัด เมื่อท้องหิวเด็กเองก็ต้องแสวงหาของกินเพื่อประทังความหิว และแหล่งที่เด็กจะหาได้นอกจากบ้านก็คือ ศูนย์เด็กเล็กที่พวกเขาคุ้นเคย เสียงครูตอบไปว่า "ไม่มีนมเลยลูกเอ้ย" เด็กน้อยเดินกลับบ้านด้วยความผิดหวัง ลึกๆ ครูเองก็ทุกข์ใจ

ในภาวะยากลำบากที่หลายคนตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ ตกงาน ขาดรายได้ หิวโหย ไร้ที่พึ่งพา ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก และอื่นๆ เพราะภัยจาคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงที่หลายคนไม่ทันตั้งตัว ไม่พ้นแม้กระทั่งเด็กเล็ก วัยแห่งการเติบโตที่ร่างกายต้องการโภชนาการที่เหมาะสมโดยเฉพาะ "นม" มากที่สุด

กทม. มีศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดไม่น้อยกว่า 700 กว่าแห่ง มีเด็กไม่น้อยกว่า 2 แสนคน โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อยู่ในศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุงเทพมหานครกว่า 292 แห่ง มีเด็กจำนวน 22,513 คน และมีครู(ผู้ดูแลเด็ก)ซึ่งมีสถานะเป็นเพียงอาสาสมัคจำนวน 2,049 คนที่อยู่ภายใต้การดูแล กทม. ที่มีคำสั่งให้ปิดศูนย์เด็กเล็กชั่วคราว ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม - เมษายน ทั้งๆ ที่ปกติแล้ว กทม.จะไม่อนุญาตให้ศูนย์เด็กเล็กปิดทำการไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด นอกจากวันหยุและวันนขัตฤกษ์ แต่เพื่อระงับการแพร่กระจายจากเชื้อโควิค-19 เด็กเล็กจำนวนกว่า 2 หมื่นคน ต้องอยู่บ้านพร้อมกับพ่อแม่ที่ตกงานไม่มีรายได้ที่จะจุลเจือครอบครัว เด็กๆ ไม่มีกิจกรรมทำแถมต้องอดดื่มนมและอาหารกลางวันซึ่งปกติแล้วพวกเขาจะได้รับเป็นประจำที่ศูนย์เด็กเล็ก


และที่ผ่านมามูลนิธิดวงประทีปได้ลงชุมชนมอบข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งจำเป็นในการป้องกันเชื้อโควิด-19พบว่ามีเด็กเล็กจำนวนมากที่ต้องอยู่บ้าน ไม่มีอาหารและนมเพียงพอ ทางมูลนิธิฯ จึงจัดโครงการลงบ้านเยี่ยมน้องโดยครูอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กชุมชนเป็นจิตอาสา โดยลงไปดูแลสุขภาพ เยี่ยมเยือนแจกจ่ายอาหารและนม พร้อมทั้งนำอุปกรณ์การศึกษา อย่างเช่น สมุด หนังสือ ดินสอสี แบบฝึกหัดไปแจกจ่ายให้เด็กๆ ได้ฝึกฝน เรียนรู้ เป็นกิจกรรมผ่อนคลายในยามนี้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โครงการลงเยี่ยมน้องมูลนิธิฯ จะจัดสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันจันทร์และวันพฤหัสบดีโดยจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 เมษายนนี้ โดยมี 3 ชุมชนนำล่อง ได้แก่ ชุมชน 70 ไร่,ชุมชนล๊อค 1-2-3, ชุมชนพัฒนาใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตคลองเตย และยังมีศูนย์เด็กเล็กในเขตอื่นๆ ที่ขอความช่วยเหลือด้านนมให้กับเด็กๆ ในชุมชนของตนเองได้กิน แต่มูลนิธิฯ ไม่สามารถรองรับให้ความช่วยเหลือเด็กเล็กทั้ง 50 เขตได้

จึงขอวอนให้ กทม. ช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาอาหารกลางวันและนมให้เด็กเล็กในสังกัดได้กินอย่างต่อเนื่องทุกวัน เพราะเราไม่รู้ว่าพิษของโควิด-19 จะออกฤทธิ์ถึงเมื่อไหร่ และเด็กน้อยก็ไม่สามารถรอให้ท้องหิวได้นานจนภัยโควิดจะหมดไป

--------------------

เมื่อได้อ่านเนื้อหาที่มูลนิธิฯส่งมา ก็เห็นภาพอยู่หลาย ๆ ภาพ ที่สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในภาวะยากลำบากเช่นนี้ ภาพของเด็กน้อยผู้ยากไร้ในชุมชนแออัด ที่มีความต้องนมและอาหารกลางวัน ภาพของครอบครัวผู้ยากไร้ซึ่งตกงานขาดรายได้ ภาพของบรรดาคุณครูจิตอาสา 2 พันกว่าชีวิตที่มีน้ำใจต่อเด็กๆ แม้วันนี้ขาดรายได้จุนเจือ เนื่องจากข้อจำกัดทางงบประมาณของ กทม. แต่คุณครูทุกท่านก็ยังลงพื้นที่ช่วยเหลือเด็ก ๆ ในชุมชน คงด้วยจิตของความเป็นครูและความผูกพันธ์ต่อเด็กน้อย ที่คุณครูคิดว่าเสมือนลูกตัวเอง

การวอนขอต่อ กทม. ของมูลนิธิฯ จึงเป็นสิ่งที่น่าพิจารณาช่วยเหลือ และคงไม่ใช่แค่ กทม. เท่านั้น ภาครัฐอื่น ๆ เช่นกระทรวงพัฒนาสังคมฯ หรือ รัฐบาล หรือ หน่วยงานเอกชนต่าง ๆ ที่มีพละกำลังในการสนับสนุน หากมีโอกาสก็น่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้สังคมทุกภาคส่วนรวมถึงพื้นที่นี้ ได้รอดไปด้วยกัน ไม่ต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังในภาวะที่ยากลำบากเช่นนี้ สามารถติดต่อประสานงาน ให้ความช่วยเหลือ ทางมูลนิธิฯได้ที่ คุณวาสนา โทร. 093-064-9696

"ชมพูสิริน"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend