ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

บุกตรวจสอบการกักตุนโภคภัณฑ์เสียหาย10ล้านบาท

497 4
บุกตรวจสอบการกักตุนโภคภัณฑ์เสียหาย10ล้านบาท

DSI สนธิกำลัง สตช. กระทรวงพาณิชย์ อย. และสรรพสามิต บุกตรวจสอบการกักตุนโภคภัณฑ์ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท จ.ปทุมธานี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ และมีแหล่งจำหน่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ

ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จัดตั้ง "ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพิเศษในสถานการณ์การแพร่เชื้อระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศูนย์ DSI COVID-19)" ขึ้น เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ และดำเนินการป้องกัน ปราบปราม สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมพิเศษในกรอบภารกิจและอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรม โดยเฉพาะข้อมูลการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2563 ที่จำเป็นต้องใช้อุปโภคในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 จำพวกหน้ากากอนามัย ใยสังเคราะห์เพื่อใช้ผลิตหน้ากากอนามัย ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเพื่อสุขภาพอนามัยสำหรับมือ และกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก นั้น

ล่าสุด ในวันนี้ (วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563) กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจโท ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ สนธิกำลังร่วมกับ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ นำโดย พลตำรวจตรี ชยุต มารยาทตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำโดย นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และเภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, กรมสรรพสามิต นำโดย นายอนิรุต หนูหน่าย สรรพสามิตพื้นที่ปทุมธานี 2 และกรมการค้าภายใน ร่วมกันเข้าดำเนินการตรวจสอบการกักตุนโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม อาศัยอำนาจตามประกาศคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ ณ บริษัท เค. เอฟ. คิงฟรุต จำกัด เลขที่ 24/86 - 24/91 หมู่ 10 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีผลการตรวจค้น พบอุปกรณ์การผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เอทิลแอลกอฮอล์ ขวดที่บรรจุเจลแอลกอฮอล์ขนาด 1 - 5 ลิตร เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ปริมาณที่ตรวจพบในเบื้องต้นประมาณ 5,729 ลิตร และแอลกอฮอล์น้ำ 95% ปริมาณที่ตรวจพบได้ในเบื้องต้น ประมาณ 23,457 ลิตร ซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับการอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย 


นอกจากนี้ ยังพบชุด PPE ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ปรากฏยี่ห้อ จำนวน 730 ชุด และระบุว่าเป็นยี่ห้อ 3M อีกจำนวน 318 ชุด ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ต่อไป รวมมูลค่าความเสียหายที่พบเบื้องต้นในขณะนี้ประมาณ 10,000,000 บาท ทั้งนี้ ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ผลิตและจำหน่ายตั้งแต่เดือนมีนาคม การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดฐานลักลอบผลิต และจำหน่ายสินค้าควบคุม ตามความผิดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558, พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 203 (มีไว้ในครอบครอง) และมาตรา 204 (มีไว้จำหน่าย)

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ และมีแหล่งจำหน่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนแล้ว ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้จริงหรือไม่ อนึ่ง ในส่วนของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์เจลล้างมือ ซึ่งมีการจำหน่ายในโลกออนไลน์หลากหลายยี่ห้อ และมีการโฆษณาที่อ้างว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่า 70% สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาได้นั้น ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ดำเนินการขยายผลเพื่อตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและสุขอนามัยของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หากท่านมีข้อมูลการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าควบคุม สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผ่านทางเว็บไซต์ https://register.dsi.go.th/CaseControlledProducts หรือ QR Code ที่ปรากฏในข่าวนี้ หรือ โทรสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend