ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2564

"โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ" เฟรม สลิตา พรรณลึก

2.54K 37
โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ เฟรม สลิตา พรรณลึก

ได้เวลาเจาะลึกทุกความลับ กับสาวสวยมากด้วยสามารถ เฟรม-สลิตา พรรณลึก นอกจากหน้าตาที่สวยสะดุดตาแล้ว สาวคนนี้ยังบุคลิกที่โดดเด่น เธอคนนี้ยังมีอะไรดีๆ ที่ให้แฟนข่าวได้ติดตามอย่างแน่นอน

วันนี้ ทีมข่าวขอนัดเธอมาเจอะเจอตัวจริงเสียงจริง พร้อมขอเจาะลึกเกร็ดชีวิตในมุมลับๆ ให้คุณผู้ชมรายการ แฟนข่าว แฟนรายการข่าวบันเทิง ที่เราเชื่อว่ามีหลายคนแอบติดตามและแอบสมัครใจขอเป็นแฟนคลับของสาวเฟรมคนนี้กันอยู่เป็นแน่

เราจะย้อนทุกช่วงเวลาและทุกความประทับใจในสายงานของเธอ กับบทสัมภาษณ์พิเศษๆในวันนี้กัน มาดูกันว่า ไลฟ์สไตล์ของเธอ ความคิดของเธอคนนี้จะเฉียบคมขนาดไหน

Q)เล่าประวัติส่วนตัวให้ฟังหน่อยครับ อาชีพปัจจุบัน คิดอย่างไรกับงานที่ทำอยู่ทำไมถึงเลือกอาชีพนี้ครับ

A) ชื่อจริงๆ เต็มๆ ก็ สลิตาพรรณลึก ชื่อเล่นเฟรมค่ะ เฟรมจบการศึกษาปริญตรี นิเทศศาสตร์ม.กรุงเทพ สาขา วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ปัจจุบันทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวพิธีกร ผู้สื่อข่าว เฟรมทำงานที่เนชั่นทีวี ช่อง 22 ดูข่าวดูเนชั่นทีวีอย่าลืมกดเลข 22 นะคะ รับหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าว หลักๆ ตอนนี้ก็มีรายการคัดข่าวมาเล่าเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 -10.00 น. เป็นพิธีกรร่วม ในรายการ line กนกทุกคืนวันอาทิตย์ และล่าสุดเพิ่งจะเข้ามารับบทบาทใหม่ในรายการเนชั่นเจาะข่าวช่วงเจาะข่าวทั่วไทย ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15.40 น.

สำหรับเรื่องอาชีพที่ทำอยู่ตอนนี้ถ้าบอกว่านี่คือ "ความฝันในวัยเด็ก" ก็ดูจะโอเวอร์ไปนิดนึง แต่สำหรับเฟรมมันคือเรื่องจริงความคิดนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เรานั่งดูรายการในโทรทัศน์แล้วรู้สึกว่า พี่คนนี้สวยจังได้ไปเที่ยว แถมได้เงินอีกด้วย ดีจัง อยากเป็นแบบนี้จัง แต่ต้องคิดในใจนะตอนนั้นเพราะทางบ้านของเฟรมรับราชการทหารกันหมดเลย (ทั้งคุณปู่ คุณตา คุณลุง คุณอา คุณพ่อคุณแม่) ตั้งแต่จำความได้ ทุกคนก็คลุกคลีกับเครื่องแบบทหารมาโดยตลอดเลี้ยงลูกแบบแมนๆ เคยมีฝึกปูผ้าปูเตียงแล้วต้องโยนเหรีญให้เด้งด้วยนะ โอ้โหฝึกเราอย่างกับทหารเกณฑ์ แต่ไม่ได้บังคับลูกนะ ว่าเราจะต้องมาก้าวเป็นทหารแบบคุณพ่อแต่ก็จะมีคำพูดเสมอว่า แพทย์พระมงกุฎฯ ดีนะ ลองไปสอบดูไหม 55555 ช่วงวัยนั้น เฟรมจะได้ยินอะไรแบบนี้บ่อยมาก เหมือนพูดลอยๆแต่มีความจริงซ่อนอยู่ แต่ระหว่างนั้น เฟรมเองก็ทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งนักกีฬาดรัมเมเยอร์ เชียร์ลีดเดอร์ ที่ได้รางวัลระดับประเทศการันตีเลยนะท่านก็น่าจะพอรู้แล้วแหละว่า คงไม่เป็นดั่งท่านหวัง ก็เลยส่งเสริมในสิ่งที่ลูกอยากจะเป็นจนถึงเวลาเลือกคณะ เข้ามหาวิทยาลัยก็บอกตรงว่า เฟรมน่าจะมาทางเป็นสายบันเทิงแล้วหละซึ่งคุณพ่อเองก็เคารพในการตัดสินใจ แต่ยังทิ้งท้ายว่า ทหาร กรมประชาสัมพันธ์ก็มีนะ 55555555 ที่สุดจริงๆค่ะ

ยิ่งตอนที่เฟรมเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ ม.กรุงเทพ ก็ยิ่งเริ่มชัดเจนที่เราตัดสินใจจะมุ่งเข็มมาทางนี้ทางมหาวิทยาลัยเขาสอนในเรื่องการปฏิบัติสิ่งที่ควรรู้สำหรับนักสื่อสารมวลชลทุกประเภทเราจึงสามารถเรียนรู้และทำได้ตั้งแต่ pre pro post production และได้ลองชิมลางงานจริงตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยฯ ที่เราเป็นทั้งตัวประกอบโฆษณา หนังสั้น สารคดี ก็ทำหมดทุกอย่างเพราะเราคิดว่านั่นคือโอกาสที่เราได้ลงสนามจริงก่อนคนอื่น

จวบจนมาถึงวันนี้วันที่เราเดินลงมาสู่สนามชีวิตจริง มันยากกว่าที่เราคิดไว้นะ เฟรมเอง ตอนเริ่มอาชีพแรกในชีวิต คือ ตำแหน่ง co-producer ของรายการในช่องดิจิทัลเกิดใหม่(สังกดักรุงเทพธุรกิจ) แต่ระหว่างนั้น เราก็ได้แสดงความสามารถที่เรามีให้ผู้ใหญ่หลายคนได้เห็นว่าเราสามารถทำได้หลายอย่าง จนวันนึงพี่พิธีกรประจำรายการที่เรารับผิดชอบไม่สามารถมาถ่ายทำได้ แล้วโอกาสของเฟรมก็มาถึง ในวันนั้นเฟรมไปกองถ่ายในฐานะของ "พิธีกร" และเฟรมก็สามารถคว้าตำแหน่งนั้นมาเป็นของตัวเองได้จวบจนถึงปัจจุบันนี้จะเรียกเฟรมว่า "พิธีกรตัวแทน" ก็ไม่โกรธเพราะ "โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ" และเฟรมก็เชื่อเช่นนั้นมาโดยตลอด


ถึงแม้ว่าเฟรมจะเข้าสู่งานสายข่าวได้เพียง 7ปี แต่เฟรมก็ได้ลองทำหลากหลายสายข่าว ทั้งข่าวต่างประเทศ ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวกีฬาข่าวบันเทิง รายการสารคดี รวมถึงรายการท่องเที่ยว ที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นความฝันในวัยเด็กที่พอได้ทำจริงๆแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เราคิด มันไม่ได้เที่ยวอย่างเดียว ไม่ได้ดื่มด่ำแต่ธรรมชาติ แต่จริงๆ มันคือการคิดอยู่ตลอดว่า"ผู้ชมจะได้อะไรจากการดูรายการของเรา"

Q) การเอาชนะอุปสรรค การก้าวผ่านความท้อและวิธีการจัดการกับปัญหา แล้วเติมเต็มกำลังใจให้ตัวเองอย่างไร

A) เฟรมว่า การทำงานไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหน เฟรมเชื่อว่ามันมีคำว่า "หมดไฟ" กันแทบจะทุกคนค่ะ แต่สิ่งที่จะทำให้เราไม่เหี่ยวเฉาไม่ท้อแท้ คือเราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ เฟรมว่านั่นคือการวางเป้าหมายมีโกลด์ที่วางไว้ หรือ ไม่ เราก็ต้องออกไปหาเชื้อเพลิงมาเติมให้ไฟในตัวเราได้ลุกโชนอีกครั้ง อย่างตัวเฟรมเอง เฟรมก็จะพยายามหาคอร์สเรียนอาจจะไม่ใช่ด้านสายข่าวโดยตรง แต่มันทำให้เราไปออกไปพบไปเจอคนข้างนอกบ้าง เช่นคอร์สการแสดง ที่เฟรมสามารถปรับมาใช้กับการพรีเซนต์หน้ากล้องได้ คอร์สร้องเพลงก็ทำให้เราเข้าใจการใช้เสียง (ถึงแม้เพื่อนๆ จะแอบแซวว่าเสียงร้องแอบเพี้ยนบ้างก็ตาม555) คอร์สถ่ายรูป ที่ทำให้เรานำมาต่อยอดได้ด้วยการเปิดเพจพาท่องเที่ยว อย่าลืมกดติดตามให้เฟรมด้วยนะคะทุกคน ไปที่ facebookfanpage @oneday with famframe ขอฝากร้านนิดนึงนะคะพี่ (อิอิ) สิ่งดีๆ ต่างๆ เหล่านี้เอง มันทำหลอมรวมทำให้เรามีพลังและมีชีวิตชีวาขึ้นมาและพร้อมที่จะทำให้เรามีพลัง พร้อมก้าวเดินต่อไปในการทำงานครั้งต่อๆ ไป

ถ้าถามว่ามันมีช่วงเวลาที่ท้อไหม มันมีแน่อยู่แล้วค่ะ สำหรับสายงานนี้ คำคอมเมนต์ของคุณผู้ชมนั้นมีผลอย่างแรงต่อสภาพจิตใจเพราะปัจจุบันมันเป็นการสื่อสารแบบ two-way ที่แทบจะตอบโต้กันได้ในทันทีถ้าวันไหนมีคำติในเชิงลบมา เฟรมเคยเจอขนาดร้องไห้หนักมาก แต่ก็จะมีรุ่นพี่เก๋าๆเขาก็จะคอยแนะนำให้เราปรับปรุง และบอกว่า "ไม่มีอะไรที่ถูกใจคนทั้งโลก"แต่เราก็ต้องขอบคุณทุกคำติติง ติชมเหล่านั้น อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้เห็นข้อบกพร่องที่เราอาจมองไม่เห็นที่สำคัญถ้าเราน้อมรับ และพร้อมยินดีที่แก้ไขมันให้ดีขึ้นมาใหม่ เราก็ปรับแก้ทำให้ดีขึ้นจากเดิมให้ได้

จากวันนั้นจวบทุกวันนี้เฟรมมองว่าตัวเฟรมแข็งแกร่งขึ้นนะ เฟรมโตขึ้นและรับมือกับสิ่งพวกนี้ได้มากขึ้น แน่นอนค่ะเมื่อ"มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด"มองข้อด้อยแล้วปรับปรุง แต่ถ้าเป็นคอมเม้นต์แย่ๆ ที่ไม่มีความหมายอะไรเราก็มองข้ามๆ คือหลับตาแล้วมันจะผ่านไปค่ะ หรือหันไปหาสิ่งอื่น อ่านหนังสือหรือสิ่งที่จรรโลงใจแคร์คนที่คอยซัพพอร์ตเรา มันก็จะทำให้สบายใจขึ้นได้นะคะ

Q) ประสบการณ์การทำงาน สิ่งที่ได้รับแบบไหน อย่างไร นำมาใช้ในชีวิตประจำวันหรืองานที่ทำทุกวันนี้อย่างไร

A) ประสบการณ์ในการทำงานของเฟรมทุกวันนี้ติดตัวออกมานอกจอ บางทีก็ไม่ทันคิดนะมันเป็นไปเองเช่นบางเวลาที่เราไปพักผ่อนไปท่องเที่ยว เราก็จะพยายามแสวงหาความหมายพยายามเข้าไปพูดคุย สอบถามประวัติความเป็นมา จนเราสามารถนำมาเล่าต่อให้คนร่วมทริปฟังจนเข้าใจได้หรือบางครั้งแค่ไม่ได้เจอกับเพื่อนนานๆ เราก็ยิงคำถามเป็นชุด จนเพื่อนต้องบอกว่าใจเย็นนะยูนี่ยูไม่ได้อยู่ในรายการสัมภาษณ์นะจ้ะ 555 เฟรมว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะที่ทำให้เราไม่กลัวที่จะเข้าไปคุยกับคนอื่นๆ มันทำให้เราได้รู้จักผู้คนเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น ได้รู้อะไรอย่างลึกซึ้งเพียง แค่เราเอ่ยถามออกไป

Q) เป้าหมายหรือความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างไร ณ ตอนนี้ถือว่าชีวิตการทำงานประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง

A) ณ ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง?เฟรมขอตอบแบบความภาคภูมิใจว่า สำเร็จแล้วค่ะสำหรับความฝันในวัยเด็ก (มีเย่ๆ แบบเต็มที่ท่านี้น้องทำน่ารักมาก ) แต่ชีวิตเรายังไม่จบ แค่นี้ เราก็ต้องดำเนินต่อไป ในปัจจุบันเป้าหมายในชีวิตเฟรมจะตั้งแบบเป็นไตรมาสนะคะ (5555 อีกแระ) เอาแค่เป้าหมายในระยะสั้นที่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ แล้วค่อยไต่ค่อยต่อเติมไปในระดับต่อๆไปแบบเป็นขั้นบันได แบบนี้เป้าหมายของเฟรมมันก็จะผลักออกไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุดเพราะคนเราต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จริงไหมคะ

Q) มองช่วงวิกฤติโควิด-19 อย่างไรบ้างและจะฝากอะไรกับคุณผู้ชมแฟนข่าวและผู้อ่านเรื่องราวของเรา

A) สำหรับในส่วนสถานการณ์ตอนนี้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ..เฟรมก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นด่านหน้ารวมถึงคนที่ต้องกัดฟันสู้ในช่วงแบบนี้ในเรื่องของการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายแต่เฟรมเชื่อว่า มันยังมีทางออกอีกมากมายเพียงแค่เราต้องมีใจสู้ และต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับตัว ขอให้คิดถึงคนที่เรารักและรักเราให้มากๆ #แล้วเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน

อีกหนึ่งสาวที่เราเชื่อว่าเธอเปี่ยมด้วยพลังด้วยความสามารถและจากการได้พุดคุย เธอสดใจเปี่ยมด้วยพลัง กับหลากหลายหน้าที่และบทบาทวันนี้อย่างที่ในช่วงต้นของการสัมภาษณ์ที่เธอบอกกับเราไว้ว่า "โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ"เธอได้รับโอกาสใหม่ทางหน้าจอกับรายการเนชั่นเจาะข่าว ควงคู่จัดการกับพิธีกรคนดังรุ่นพี่อย่างพี่ถา-สถาพร กับช่วงพิเศษของเธอ"เนชั่นเจาะข่าวทั่วไทย" ทุกบ่ายวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 15:40-16:20 น. แฟนข่าวและแฟนคลับของเธอหรือคนที่อยากจะร่วมเป็นหนึ่งกำลังใจดีๆ ให้เธอคนนี้ก็ต้องแวะมาชมทางหน้าจอเนชั่นทีวี 22 หรือที่ FacebookNationTV Live ทุกวันกับบทบาทหน้าที่ที่เธอได้รับ

ทีมงานก็ขอขอบใจสำหรับบทสัมภาษณ์ในวันนี้ และขออวยพรให้เธอก้าวไปในเส้นทางสายฝันด้วยความมุ่งมั่นและพลังสร้างสรรค์ที่เต็มเปี่ยม สนุกและสดใสกับงานที่เธอรักโดยมีพวกเราและแฟนรายการ คุณผู้ชมเป็นทัพหลังที่คอยส่งกำลังใจดีๆให้เธอไปเป็นดาวดวงใหม่ที่ประดับวงการข่าว เป็นคนทีวีไปตราบนาน

ในช่วงท้ายเราแอบไปสอบถามผู้ประกาศข่าวรุ่นพี่สุดหล่อ กับพี่ถา-สถาพร เกื้อสกุล จะฝากอะไรถึงน้องเฟรม กันบ้างเผื่อน้องเฟรมแวะมาอ่าน จะได้เห็นและเซอร์ไพรส์กับกำลังใจดีๆ จากใจพี่ถากันครับซึ่งทางพี่ถา ได้บอกกับทีมข่าวว่า.

"เป็นครั้งแรก ที่ได้มีโอกาสจัดรายการร่วมกับน้องเฟรม อันที่จริง ก็เป็นคนเสนอฝ่ายรายการว่าให้ลองพิจารณาน้องเค้าเนื่องจากเห็นว่าน้องเค้ามีความสามารถในหลาย ๆ ด้าน ก็น่าจะสามารถมาจัดรายการข่าวที่เป็นทางการได้เช่นกัน ...หลังจากร่วมงานกันมาระยะหนึ่ง ก็เห็นได้ชัดว่า น้องเป็นคนที่มีความพยายามสูงตั้งใจเรียนรู้ ตั้งใจที่จะฝึกฝน เตรียมงาน จากช่วงแรก ๆ ก็รู้สึกว่าเกร็ง ๆ แข็งๆ แต่พอผ่านไประยะหนึ่ง ความเป็นตัวของตัวน้องเค้าเองก็เริ่มทำให้การเล่าข่าวทำได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น สนุกมากขึ้น .. อีกไม่นานน้องเค้าก็จะเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการข่าวอย่างแน่นอน"

ทำความรู้จักกับน้องเฟรมเพิ่มเติมได้ที่

FB :onedaywithfamframe

IG : famfram

เรื่องโดย ธีระวัฒน์ ประกอบบุญ | ภาพโดย เฟรม
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend