ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

มาตรการเยียวยา เผลอกระพริบตาจะเป็น "ยาพิษ"

2.14K 19
มาตรการเยียวยา เผลอกระพริบตาจะเป็น ยาพิษ

คำพูดที่ว่า "ระหว่างทางสำคัญพอๆกับจุดหมาย" ดูจะเข้ากับจังหวะเวลานี้ หากเป้าหมายปัจจุบันของ รัฐบาลลุงตู่ คือการบริหารจัดการวิกฤติโควิด-19 ให้สำเร็จลุล่วง ระหว่างทางก่อนไปถึงจุดหมายนี้ ดูจะทุลักทุเลไม่น้อย แน่นอนว่าคนทำงานนั้นย่อมเจออุปสรรคปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา นักปฏิบัติบางทีก็น้อยกว่า นักวิจารณ์ แปลง่ายๆคือ คนทำน้อยกว่าคนแนะ คนติ กูรู้ทั้งหลาย

แต่ระหว่างทางของปฏิบัติสู้โควิด รัฐบาลคงต้องตัดอารมณ์น้อยใจไว้ก่อน กลับกันต้องพร้อมรับก้อนหิน คำติ คำแซะ ต่างๆ เปิดหู เปิดใจ ที่มีเข้ามา แล้วสกรีนว่าอันไหนคือข้อแนะนำที่ดี อันไหนคือขยะข้อมูล

ต้องชมว่าตั้งแต่มี ศบค. อะไรๆ ที่ดูจะเป็นช่องโหว่ ชวนให้ฝ่ายตรงข้าม หรือ ประชาชนกลางๆ หรือแม้แต่กองเชียร์ลุงเอง มั่นใจขึ้น 

เพราะก่อนมี ศบค. เหตุหน้ากากอนามัย ขาดตลาด สวนทางกับที่รัฐมนตรีพูด  เหตุไข่ไก่ขาดตลาด ทั้งๆที่มี พรก.ฉุกเฉินไม่เท่าไร  เหตุ โฆษกฯ ถูกตั้งคำถามข้อมูลเช้าอย่าง บ่ายอย่าง สวนทาง ผู้ว่าฯกทม.  ... เหตุที่เกิดขึ้น กระแทกอารมณ์มวลชน ให้ตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า "เล่นอะไรกัน"

แต่คำถามแนวๆนั้นเริ่มหายไป  ตั้งแต่ ศบค. เริ่มตั้งหลักได้ มีการโยกย้ายอำนาจการบริหารจัดการจากนักการเมืองมาอยู่ในรูปแบบ เจ้าหน้าที่รัฐ ถือธงนำ มีนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ  ที่สำคัญเมื่อได้ คุณหมอทวีศิลป์ มาครองไมค์กระจายข่าวอับเดทสถานการณ์ผู้ติดเชื้อแบบรายวัน ก็ยิ่งมีทรง ภาษาฟุตบอลเขาว่า ยิ่งเตะ ยิ่งมีทรงบอล ต่อให้แพ้ก็ยังมีกองเชียร์  แบบนี้ชีวิตคนไทยค่อยมีความหวัง

ที่ลำดับเหตุการณ์มานั้น เหมือนจะดี แต่ทว่า ระหว่างทางนี้ยังมีอะไรที่ รัฐบาลต้องไม่พลาด  เค้าลางนั้นเริ่มมีแล้ว เค้าลางนั่นคืออะไร?

เชื่อว่าคอข่าว คอการเมืองน่าจะพอเดาออก หลุมดำมาตรการเยียวยา เราไม่ทิ้งกัน แจกเงินผู้ได้รับผลกระทบ 5,000 บาท นั่นไง การเยียวยาครานี้ ดีไม่ดี จะกลายเป็น "ยาพิษ" ต่อรัฐ

ปรัชญาการเมืองไทย ที่เคยได้สนทนากับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ท่านสรุปให้ฟังว่า การเมืองไทย มีสูตรไม่เยอะ ถ้าทำได้ เข้าใจได้ อยู่ในการเมืองไทยได้ 

หนึ่ง - คนไทยอารมณ์มาก่อนเหตุผล บริหารอารมณ์คนไทยได้ ที่ยากก็จะง่าย  

สอง - เรื่องไหนคนไทยมีอารมณ์ร่วมกัน หาที่ว่างที่รัฐบาลจะไปอยู่ร่วมกับเขาให้ได้ แล้วทำซะ

สาม- คนไทยลืมง่าย

ยกตัวอย่างนี้มาแล้วน่าคิดว่า นโยบายการเยียว 5,000 บาท จะเป็น "ยาพิษ"  หรือจะเป็น "โอสถทิพย์" ของรัฐบาล  ถังความคิดที่อยู่ใกล้ชิดท่านผู้นำรัฐบาลคงต้องวางแผนการให้ดี ๆ   อดสงสัยไม่ได้ว่ามีคนไม่ได้เงินจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ข่าวด้านบวกโครงการนี้มีบ้างไหม คนที่สมควรได้ แล้วได้เงินแล้ว ทำไมไม่มีข่าวใด ๆ ออกมา?

ส่วนตัวไม่อยากให้ระหว่างทางของปฏิบัติการณ์นี้ต้องสะดุดหกล้ม มีปัญหา เพราะการแพร่ระบาดของโควิด ก็หนักหน่วงป่วนโลก ป่วนไทยมากแล้ว 

เพราะไวรัสร้ายตัวนี้ ทำให้เศรษฐกิจทั่วทั้งโลก เศรษฐกิจไทยป่วยไปแล้ว บ้างก็สะเทือนน้อย บ้างก็สะเทือนมาก แต่ที่น่าเห็นใจคือประชาชนรายเล็กรายน้อยที่สายป่านไม่ยาว ที่ต้องสะเทือนหนัก สะเทือนก่อน  จนเราเห็นคำล้อในสื่อโซเชี่ยลอยู่บ่อย ๆ ว่า "ไม่กลัวติดโควิด แต่กลัวอดตาย"

"ระหว่างทาง จึงสำคัญพอๆกับจุดหมาย"  รัฐบาลไทยอย่าได้ดูเบา

"ชมพูสิริน"


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์