ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563.

คลังเตือนสติ หลอกรัฐรับ 5 พัน ผิดอาญา

571 23
คลังเตือนสติ หลอกรัฐรับ 5 พัน ผิดอาญา

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี "ชาญกฤช" เตือนสติ คิดก่อนโพสต์ หลอกรัฐ รับ 5,000 บาท ผิดอาญา เจอ 2 ข้อหาหนัก แห่ยกเลิกกว่า 3.3 แสนราย เกิดดราม่าในโลกโซเชียลแบบรายวัน ภายหลังจากกระทรวงการคลังเริ่มทยอยจ่ายเงินให้กับผู้ได้สิทธิ์รับเงินเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย.

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวเตือน ผู้ที่จะโพสข้อความใดๆ ลงในโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ เกี่ยวกับการได้มาของเงินเยียวยา 5,000 บาทว่า ขอให้คิดให้หนักก่อนโพส เพราะเมื่อโพสลงไปแล้วจะกลายเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิดทางกฎหมาย หากข้อความดังกล่าวเป็นเท็จและได้เงินเยียวยามาจากการให้ข้อมูลเท็จ หรือแม้แต่การดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยคำหยาบคายต่างๆ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 3 ข้อหาหนัก 


ดังนั้นอย่าเสี่ยงเพราะได้ไม่คุ้มเสีย การมีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรมีผลต่อการสมัครงาน ใครรู้ตัวทำผิดสามารถใช้บริการปุ่มยกเลิกการลงทะเบียนในเว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ เพราะขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนยกเลิกแล้วกว่า 3.3 แสนรายโดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) ได้อ้างอิงข้อมูลทางกฎหมายจากเพจ ทนายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ระบุ การตั้งใจกรอกข้อมูลหลอกลวงรัฐเพื่อหวังลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาทจากรัฐบาล เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 มีโทษขั้นสูงจำคุก 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 137 มีโทษขั้นสูงจำคุก 6 เดือน หรือปรับ10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ที่โพสหมิ่นรัฐบาล มีความผิดตาม มาตรา 136 มีโทษขั้นสูงจำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และแม้ว่าผู้โพสจะลบข้อความไปแล้ว แต่ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสามารถดึงข้อมูลที่ลบไปแล้วกลับมาได้

อย่างไรก็ตาม ดราม่าที่เกิดขึ้นทำให้กระแสวิพากวิจารณ์ในโลกโซเชียล เกิดความกังขากับระบบคัดกรองของกระทรวงการคลังเป็นอย่างมาก เพราะมีกลุ่มคนบางส่วนออกมาโพสในทำนองที่ว่าไม่เดือดร้อนแต่ได้เงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท โดยมีข้อความหลากหลาย บางรายติดแฮชแทค อาทิ ระบุว่าข้อมูลที่ลงทะเบียนเป็นข้อมูลเท็จแต่ได้เงินจริง "เศษเงินหลังตู้เย็น" "ลงไว้เล่นๆ ไม่เคยหวังจะได้" "ขอบคุณสำหรับค่าโบท้อค" "ยกเลิกแล้วแต่ได้เงิน" รวมถึง การโพสข้อความด่าทอรัฐบาล "เฮงซวย" ล่าสุดมีโพสอวดได้เงิน 2 ทาง ทั้งจากเงินเยียวยา 5,000 บาท และประกันสังคม

ทั้งนี้ ทางกระทรวงการคลังแบ่งการตรวจสอบออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ไม่ได้รับเงินแต่บอกว่าได้เงิน ถือว่าสร้างความสับสน จะมอบให้กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปช่วยตรวจสอบ เพราะถือเป็นข่าวปลอม (Fake News) มีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์หรือไม่ คาดว่าผลจะออกมาเร็วๆ นี้ และ 2. พวกที่ได้เงินจริง แต่ใส่ข้อมูลที่เป็นเท็จ กรณีนี้ ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงจะตรวจสอบย้อนกลับตามข้อมูลที่ลงทะเบียนและดำเนินคดีตามกฎหมาย 

สำหรับในรายที่ได้เงินแล้ว ทางกระทรวงจะขอให้มีการคืนเงินภายใน 90 วัน พร้อมระงับเงินในเดือนต่อๆ ไป "ส่วนประเด็นที่ประชาชนเริ่มกังขาเรื่องระบบการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์เยียวยาเงินชดเชย 5,000 บาทนั้น มีประสิทธิภาพหรือไม่ ขอย้ำว่าทางธนาคารกรุงไทยใช้ระบบที่ดีที่สุดในการคัดกรอง และด้วยจำนวนการลงทะเบียนในเว็บไซด์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่มีมากกว่า 25 ล้านคน ทีมงานต้องทำงานแข่งกับเวลาการปรับระบบให้สามารถคัดกรองข้อมูลโดยเร็ว อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดก็น้อมรับและจะนำไปแก้ไข เนื่องจากทางกระทรวงต้องการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ พร้อมจ่ายเงินเยียวยาให้ทันท่วงที" นายชาญกฤช กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend