ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2563.

ไขข้อข้องใจ "ห้องความดันลบ" ป้องกันโควิด-19

741 8
ไขข้อข้องใจ ห้องความดันลบ ป้องกันโควิด-19

การแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศนับว่าเป็นปัญหาสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุข ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19ซึ่งเป็นเชื้อโรคอุบัติใหม่ที่สามารถแพร่กระจายได้ในอากาศได้ดี ซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยที่พบว่ามีผู้ติดเชื้อไปแล้วหลักพันราย และมีจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตประกอบกับสถิติของบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อจากการรักษาผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงสภาวการณ์เช่นนี้

รองศาสตราจารย์.ดร.คมสัน มาลีสี คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่าหนึ่งในความหวังของการควบคุมปริมาณการกระจายของโรคคือ ห้องแยกโรคความดันลบ (Negative pressureroom)เพราะด้วยคุณสมบัติที่เป็นห้องปรับความดันอากาศภายในห้องต่ำให้เป็น Negativeหรือมีแรงดันต่ำกว่าภายนอกห้อง เพื่อไม่ให้อากาศภายในห้องที่อาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนไหลออกสู่ภายนอกห้องโดยห้องดังกล่าวมีความพิเศษดังนี้


ระบบควบคุมความดันห้องเป็นลบการปรับความดันภายในห้องให้เป็น Negative หรือมีแรงดันต่ำกว่าภายนอกห้องเพื่อไม่ให้อากาศภายในห้องที่อาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อนไหลออกมาสู่ภายนอกซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ชื้อโรคที่อยู่ภายในห้องไม่ให้แพร่กระจายออกไปสู่ภายนอก

เครื่องดูดอากาศเสียให้เป็นอากาศดีคือ ระบบมอเตอร์จะดูดอากาศที่อาจเชื้อโรคเจือปนผ่านเครื่องกรองอากาศฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพสูงในการกรองอนุภาคขนาดเล็กเพื่อกรองเชื้อไวรัสและปล่อยออกมาเป็นอากาศดีสู่ภายนอกอาคาร

ห้องกักเชื้อชั้นยอด จากประสิทธิภาพการควบคุมการไหลเวียนของอากาศจึงสามารถจำกัดบริเวณการเคลื่อนของเชื้อโรคให้อยู่ในบริเวณที่ควบคุมเท่านั้นจึงทำให้จุดต่างๆ ของโรงพยาบาลมีความปลอดภัย เพราะสามารถ "กักกันเชื้อโรค"ในบริเวณจำกัด

สจล. โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์และศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ สจล. ได้วิจัยและพัฒนา ห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressure room) มีความพิเศษดังนี้ สำหรับวัตถุประสงค์ในการผลิตห้องแยกโรคความดันลบ(Negative pressureroom) เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตประกอบกับดีมานด์หรือความต้องการใช้งานที่สูงขึ้นแต่ปริมาณห้องมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานและยังช่วยรองรับกับมาตรการการป้องกันและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 

อย่างไรก็ตาม หลังจากทำการวิจัยและพัฒนาด้วยการปรับเปลี่ยนและหันมาใช้วัสดุทดแทนที่หาได้ภายในประเทศอาทิ พัดลมอัดอากาศ และระบบกรองอากาศฆ่าเชื้อโรคแบบกรองอนุภาคขนาดเล็กเป็นต้น ซึ่งมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับวัสดุที่มีราคาแพงจากต่างประเทศทำให้ทุนในการผลิตลดลงเหลือราว 150,000 ถึง 200,000 บาทต่อห้อง จากปกติที่ต้องใช้เงินในการผลิตห้องละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์สจล. ยังเตรียมดัดแปลงห้องแยกโรคความดันลบ (Negative pressure room) ในรูปแบบเคลื่อนที่ได้ (Movable room)เพื่อความสะดวกในการขนย้าย และสามารถเคลื่อนไปตั้งที่จุดคัดกรองในสถานที่ต่างๆตามความต้องการใช้งาน

ในลำดับต่อไป สจล.จะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่โรงพยาบาลสิรินธรในการให้คำแนะนำและจัดสร้างห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressureroom) หรือห้องกักกันเชื้อโรคจำนวน 3ห้อง ไว้ใช้ในโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด19 และป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อโรคจากผู้ป่วยออกมาสู่ภายนอกและคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2563 นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกลาง ในการจัดสร้างห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressureroom), Clean room และAntiroom เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด19 ที่เข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลกลางและยังได้ตั้งเป้าหมายที่จะผลิตห้องแยกโรคความดันลบให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯอีก 10 แห่ง รองศาสตราจารย์.ดร.คมสันกล่าวสรุปด้านรองศาสตราจารย์ ดร.สกุลห่อวโนทยานอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)กล่าวเพิ่มว่า นอกจากห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressureroom) ที่เตรียมเปิดตัวที่โรงพยาบาลกลางและโรงพยาบาลสิรินธรแล้ว ยังมีห้องแยกโรคความดันลบ (Negative pressure room) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชสจล.และบริษัท NLDevelopment ที่ถูกจัดตั้งเสร็จสมบูรณ์ พร้อมใช้งานได้ทันที จำนวน 5ห้องตรวจ ที่วชิรพยาบาล(โรงพยาบาลวิชิระ)เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยที่เข้ามาคัดกรองเชื้อโควิด-19 ที่มีจำนวนมาก นอกจากนี้ คณะผู้พัฒนาห้องดังกล่าวมีความพร้อมในการแชร์ต้นแบบการสร้างห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressureroom) ในต้นทุนที่ต่ำ และได้มาตรฐาน ให้แก่โรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่สนใจ เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศมีห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressureroom) ใช้ได้ทันต่อความต้องการตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

อย่างไรก็ตาม สจล.และศูนย์นวัตกรรม KMITLGO FIGHT COVID-19 ยังคงตระหนักถึงความสำคัญกับมาตรการรักษาความสะอาดและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่างๆโดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ซึ่งที่ผ่านมา สจล. ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ในวงกว้างจะเห็นได้จากการจัดสร้างประตูสแกนอุณหภูมิร่างกาย เพื่อคัดกรองผู้ป่วยโควิด19 รวมถึงการผลิตเพื่อนำมาใช้สาธารณะ และเจลล้างมือเพื่อแจกจ่ายให้กับบุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเป็นต้น

สจล. ภายใต้โครงการ 60 ปีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ไร้ขีดจำกัด (KMITL 60th Year: Go Beyond the Limit)มั่นใจว่าจากการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวจะสามารถนำองค์ความรู้มาใช้เป็นต้นแบบในการจัดสร้างห้องแยกโรคความดันลบ (Negativepressureroom) ให้กับหน่วยงานหรือโรงพยาบาลที่สนใจโดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KRIS) โทร. 091-812-0416 หรืออีเมล [email protected]โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์