ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2563.

มงคลกิตติ์ ประเดิม มอบเงินเดือนส.ส.ทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือปชช.

597 117
มงคลกิตติ์ ประเดิม มอบเงินเดือนส.ส.ทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือปชช.

มงคลกิตติ์ ประเดิม มอบเงินเดือนส.ส.ทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ชี้ สถานการณ์มีแนวโน้มกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง

ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์แถลงพร้อมกับเอกสารมอบอำนาจให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหักเงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่งส.ส. เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ว่า เป็นเจตจำนงของตนที่ต้องการให้นำเงินส่วนนี้เข้ากองทุนสมทบป้องกัน โควิด 19 ทั้งหมด 36 เดือน หรือ 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก และเสียชีวิตไปกว่า 8 หมื่นราย ขณะที่ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อกว่า 2 พัน คนและเสียชีวิต 30 ราย


ซึ่งตามหลักการวิชาการของระบาดวิทยา น่าจะมีการติดเชื้อมากกว่านี้ ประมาณ 30 เท่า ไม่รวมผู้เฝ้าสังเกตการณ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือ ประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ มีการเคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 4

ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบันยิ่งกว่าวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ประมาณ 3 เท่าตัว และยิ่งกว่าภาวะสงคราม ขณะเดียวกันประเทศไทยในปัจจุบันมีหนี้สาธารณะอยู่ประมาณ 7.0 ล้านล้านบาท มีทุนสำรองระหว่างประเทศประมาณ 7.2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2563 มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีวงเงิน 3.2ล้านล้านบาท ซึ่ง 2.75 ล้านล้านบาทนั้น เป็นการประมาณการว่าเราจะสามารถจัดเก็บภาษีได้ ส่วนเงินอีกประมา 4 แสน 6 หมื่น 5 พันล้านบาทนั้นต้องกู้มาเพื่อครองสภาพการขาดดุลงบประมาณปี 63

ซึ่งเหล่านี้อยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์ปกติที่ไม่มีการระบาดของไวรัสโควิด 19 แต่ปัจจุบันได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประเทศขาดสภาพคล่องทางการเงินการคลังทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่ม ดังนั้นคาดว่าประเทศไทยจะมี หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นในปี 63 เป็น 8.9 ถึง 9.6 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีหนี้ต่อ จีดีพี เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่สามารถกู้ได้อีก จึงเท่ากับว่าการกู้ครั้งนี้เป็นการกู้ครั้งสุดท้ายดังนั้นเมื่อรัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมได้และ เงินเดือนของส.ส.ที่ได้รับนั้นเป็นเงินภาษี ของประชาชน ซึ่ง ส.ส.ทุกคน เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมา 6 หมื่น 3 ร้อย 5 สิบ 8 คะแนน ตนจึง รู้สึกว่าหากตนยังทนรับเงินเดือนต่อไปนั้น คงทำไม่ได้ และมีความละอายแก่ใจ อย่างน้อยเงินเดือนที่ตนได้รับคือเงินที่มาจากภาษีประชาชนก็คืนให้กับประชาชน โดยมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากรัฐบาลเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการเเพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ได้หรือไม่ ดังนั้นตนจึงเป็นห่วงประชาชนว่าจะไม่มีกิน และหวังว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ภายใน 6 เดือน

นาย มงคลกิตติ์ ยังกล่าวอีกด้วยว่า ทุกคนมีความเดือดร้อนและขึ้นอยู่ดับดุลพินิจของแต่ละคน ซึ่งตนเข้าใจ ส.ว.ที่มีรายจ่ายประจำ แต่ขอ /ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือส.ว.อย่าแบ่งเขาแบ่งเรา เพราะสุดท้ายก็ต้องช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคนี้ไปให้ได้ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งใจแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทั้งๆที่รู้ว่า สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขได้มากน้อยเพียงใด จึงอยากให้ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมเรียกร้องให้ชนชั้นนำช่วยกันเสียสละอย่างถึงที่สุด เพื่อฝันว่าอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้

เรื่องโดย ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา | ภาพโดย พรรคไทยศรีวิไลย์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend