ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563.

หามนายกฯ "อังกฤษ" เข้าไอซียู เพราะโควิด-19

3.0K 69

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ อาการน่าเป็นห่วงเสียแล้ว หลังจากที่คณะแพทย์โรงพยาบาลเซ็นต์ โธมัส ในกรุงลอนดอน ตัดสินใจย้ายเขาไปยังห้องไอซียูเมื่อวาน เมื่ออาการของเขาหลังจากที่ติดไวรัสโคโรนาเมื่อหลายวันก่อนแย่ลง และแพทย์ให้เขามานอนพักที่โรงพยาบาลได้แค่วันเดียว

จอห์นสันถูกให้มานอนพักที่โรงพยาบาลเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากที่พบว่าติดเชื้อมาได้ 10 วัน และยังมีอาการไม่ดีขึ้น คือยังคงมีไข้ และอาการไอ  แพทย์บอกว่าที่ให้มานานโรงพยาบาลก็เพื่อตรวจอาการตามปกติ

แต่ในแถลงการณ์ของบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวน์นิ่ง ซึ่งเป็นที่พำนักและที่ทำงานของเขา ระบุว่าเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ อาการของนายกรัฐมนตรีแย่ลง และถูกย้ายเข้าห้องผุ้ป่วยหนัก หรือไอซียูตามคำแนะนำของคณะแพทย์


มีการระบุว่านายกรัฐมนตรียังรู้สึกตัวดี และไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในช่วงนี้ แต่ที่ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู ก็เผื่อว่าเขาอาจจะต้องใช้มันในภายหลัง พร้อมกันนั้น จอห์นสันก็สั่งการให้นายโดมินิก ร๊าบ รัฐมนตรีต่างประเทศ รับหน้าที่แทนเขาไปก่อนในช่วงนี้

โดยช่วงก่อนหน้าที่จะเข้าห้องไอซียูไม่กี่ชั่วโมง จอห์นสันยังทวิตออกมาจากโรงพยาบาล โดยบอกว่า เขายังมีกำลังใจดีหลังจากนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลมา 1 คืน ซึ่งในช่วงนั้น เขายังคงทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่ โดยยังคงติดต่อกับทีมงาน และยังคงทำงานในการต่อสู้กับไวรัส เพื่อทำให้ทุกคนปลอดภัย พร้อมทั้งได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ช่วยดูแลเขา และทุกคนที่อยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเขาบอกว่าคนเหล่านี้ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ

จอห์นสัน วัย 55 ปี กักโรคตัวเองอยู่ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อเมื่อ 26 มีนาคม โดยเขาเป็นผู้นำรัฐบาลยุคปัจจุบันคนแรกที่ติดเชื้อตัวนี้

ปัจจุบันอังกฤษมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 51,600 คน มากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก และเสียชีวิตมากกว่า 5,370 ราย มากเป็นอันดับ 5 ของโลก ซึ่งตัวเลขผู้เสียชีวิตลดลงติดต่อกัน 3 วันติดแล้ว แต่ผู้ติดเชื้อใหม่ ยังขึ้น ๆลง ๆ

ที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งมีผุ้ติดเชื้อและมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสสููงที่สุุดในสหรัฐ ผู้ว่าการรัฐ นายแอนดรูว์ คัวโม ได้เพิ่มมาตรการจำกัดให้ประชาชนอยู่แต่ที่บ้านต่อไปจนถึงปลายเดือน และเพิ่มค่าปรับผู้ละเมิดเป็น 2 เท่า จาก500 เป็น 1,000 ดอลล่าร์ ซึ่งเรื่องนี้สื่อว่าพวกเขามาถูกทางแล้วในการต่อสู้กับการระบาดของไวรัส โดยภายใต้มาตรการใหม่ โรงเรียนและธุรกิจที่ไม่สำคัญจะปิดไปจนถึงวันที่ 29 เมษายน

ปัจจุุบัน รัฐนิวยอร์ก มีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด - 19 รวม 4,758 ราย โดยในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด เสียชีวิตไปอีก 599 ราย และมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 130,000 คน แต่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลลดลง ผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจก็ลดลง และข้อมูลที่ออกมาล่าสุดชี้ว่า ทางรัฐอาจจะอยู่ในจุดสูงสุดของการระบาด หรือไม่ก็ใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว ทำให้หลังจากนี้ ผู้ติดเชื้อจะค่อย ๆ ลดลง

ในส่วนของสหรัฐทั้งประเทศ ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 10,000 รายแล้วเมื่อวาน ยังอยู่ในอันดับ 3 ของโลก ส่วนผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 362,000 คน ซึ่งมากที่สุดในโลก

ส่วนอิตาลี ยอดผู้ติดเชื้อใหม่เมื่อวานอยู่ที่เกือบ 3,600 คน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 20 วัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ชี้ว่ามาตรการล็อคดาวน์ประเทศมานานหลายสัปดาห์ เริ่มได้ผล และก็จะมีการสั่งปิดสนามเด็กเล่นและสวนสาธารณะเพิ่มเติมด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตอิตาลีมีเพิ่มอีก 636 ราย รวมทั้งสิ้นอิตาลี มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 16,500 ราย มากที่สุดในโลก

สเปน ซึ่งก็เจอสถานการณ์หนักพอ ๆ กับอิตาลี ตอนนี้ก็เริ่มหายใจคล่องขึ้น เมื่อมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีการเตือนว่า วิกฤติยังอีกไกลกว่าที่มันจะจบลง

ตัวเลขล่าสุดของสเปน อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อใหม่อยู่ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมที่เคยสููงถึง 22 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 16 มีนาคม ซึ่งทางการก็ทำงานกันมานานหลายวันแล้ว เรื่องการผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มต่าง ๆแต่ปฎิเสธที่จะเปิดเผยในรายละเอียด

โดยเมื่อวานสเปนมีผู้ติดเชื้อใหม่แค่กว่า 4,270 คน ต่ำที่สุดในรอบเกือบครึ่งเดือน ผู้เสียชีวิตอยู่ที่กว่า 620 ราย ต่ำที่สุดในรอบเกือบครึ่งเดือนเช่นกัน สเปนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลก คือติดเชื้อกว่า 135,000 คน และเสียชีวิตกว่า 13,100 ราย

ขณะเดียวกัน มาตรการที่กำหนดให้ประชาชนต้องอยู่แต่ในที่พักของตนเอง เพื่อชะลอการระบาดของโลก ก็กลับทำให้ปัญหาความรุนแรงภายในครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างเช่นที่รัสเซีย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าแม้ไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่ปัญหาเพิ่มขึ้นแบบขนานใหญ่ ทั้งในด้านปริมาณ แลระดับของความรุนแรงโหดร้าย ซึ่งก็ได้มีการเสนอไปทางรัฐบาลให้หามาตรการมาป้องกันเรื่องนี้ หรืออย่างที่อังกฤษ องค์กรการกุศลแห่งหนึ่งก็บอกว่าได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุความรุนแรงในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ หรืออย่างที่ฝรั่งเศส ตัวเลขระดับทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็เพิ่มขึ้น 32 เปอร์เซนต์ ส่วนที่กรุุงปารีส เพิ่มขึ้น 36 เปอร์เซ็นต์

เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย AP
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend