ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

"จตุพร" ค้าน "เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง" หากไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องปชช.ได้

698 263
จตุพร ค้าน เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องปชช.ได้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ค้าน เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง หากไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ จะทำให้อดตายเป็นจำนวนมาก ชี้ รัฐทำผิดพลาดซ้ำซาก ปมมาตการกักตัวคนเข้าประเทศ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด 19 สร้างความวิตกกังวลและทำร้ายเศรษฐกิจรวมถึงอาชีพหลายๆอาชีพอย่างย่อยยับ โดยหัวข้อที่จะสนทนาวันนี้ คืออย่าผิดพลาดกันอีกเลย เพราะหนักเกินไปแล้ว เป็นประเด็นที่ตนต้องการสื่อไปถึงผู้มีอำนาจอย่างสร้างสรรค์ /ไม่ใช่การนำเสนอวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเป็นการทำลายล้าง ซึ่งตนได้เห็นบรรยากาศที่ผู้นำฝ่ายค้านได้สื่ิอ ความไปยังรัฐบาลเพื่อยุติศึกทางการเมืองไว้ก่อน และให้ความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ตนอยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย /ส่วนตัวได้ติดตามบรรยากาศในต่างประเทศหลังจากการเลือกตั้งประเทศมีวิกฤต ระหว่างผู้แพ้และผู้ชนะมายืนเคียงข้างกันเอาประเทศและประชาชนให้รอด แต่บรรยากาศของประเทศไทย เราไม่ค่อยได้เจอบรรยากาศแบบนี้   หัวข้อที่ว่าอย่าผิดพลาดกันอีกเพราะมันหนักเกินไปแล้ว ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวันนี้ประชาชนอยู่ท่ามกลางความยากลำบาก /มีคนอยู่สุขเป็นจำนวนน้อยมาก /คนโดยส่วนใหญ่มีความทุกข์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นท่ามกลางแพทย์ พยาบาล / เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ส่งเสียงร้องถึงความต้องการ /อุปกรณ์ทางการแพทย์ทั้งชุดกันเชื้อและหน้ากากอนามัย ซึ่งการตั้งงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขหรือด้านสาธารณสุข นั้นเป็นการสะท้องให้เห็นว่าเป็นการตั้งงบประมาณอย่างอนาถา   แต่งบประมาณด้านกลาโหมต้องวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้หยิบยกขึ้นมาอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ กรณีเสนอซื้อเรือยกพลขึ้นบก วงเงิน 6 พันล้านบาท แม้ว่าจะถอนว่าวาระออกไปก็ตาม จะต้องซึมซับว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ประชาชนไม่ทน และเกิดเป็นเเรงเหวี่ยงแม้จะอยู่บ้านแต่พลังของโซเชียลมีเดียนั้น มีพลานุภาพยิ่งใหญ่ โดยเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า ทำอะไรให้คิดถึงหัวใจของประชาชนบ้าง  แม้จะมีการบริจาค ซึ่งเป็นการส่งเสริมทางจิตใจของประชาชน เป็นเรื่องของสังคมที่อยู่ด้วยกับความดี เพียงแต่การตั้งงบพื้นฐาน นั้นหากประเทศมีเงินซื้ออาวุธแต่ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในยามที่ต้องทำสงครามกับเชื้อไวรัสโควิด19 นั้นถือว่าเป็นการ บริหารงบประมาณอย่างล้มเหลวโดยสิ้นเชิง  


ต่อมาสิ่งที่ผิดพลาดซ้ำกรณีที่นักเรียนไทยหรือคนไทยที่เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา / เราห้ามต่างชาติเข้าประเทศไทย แต่เราห้ามคนไทยกลับประเทศไม่ได้แต่การเข้าประเทศตั้งแต่ต้นทางซึ่งจะต้องมีใบตรวจทุกอย่างซึ่งเห็นได้ว่าไม่สามารถตรวจได้ 100% ดังนั้นมาตรการรองรับหลังจากลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ สรุปความได้ว่าไม่มีมาตรการรองรับ ดังนั้นจึงปล่อยให้กลับบ้านเพราะบรรดานักเรียน หรือคนที่กลับจากสหรัฐอเมริกา จะไม่สามารถกลับบ้านได้หากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตซึ่งก็ปรากฏภาพและเสียงชัดเจนว่าเป็นการอนุญาต ดังนั้นเมื่อเป็นการอนุญาตที่ผิด ทำให้สังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีคนไทยที่กลับจากสหรัฐอเมริกา หนีการกักตัวนั้น เมื่อตนฟังความรอบด้านแล้วเห็นว่า หากไม่มีใครอนุญาตให้ออกจากสุวรรณภูมิก็ไม่มีใครออกได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จำนวนมาก เหล่านี้ถือว่าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะมาตรการการกักตัว 14 วัน ล้มเหลว ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่กรณีผีน้อยจนถึงกรณีนี้ สะท้อนประสิทธิภาพอย่างชัดเจนของผู้ปฏิบัติไม่ว่าจะมีเหตุผลใดๆก็ตาม 

นายจตุพรกล่าวว่า อย่างที่ตนเคยบอกว่าอย่าทำให้คนไทยเสียใจเพราะหลายเรื่องทำให้กระทบกระเทือนใจ /เวลานี้หากยังไม่เข้าใจเรื่องไวรัสโควิด 19 แม้ โรคนี้ทำให้คนเสียชีวิตน้อย แต่คนเสียสติกันมาก ดังนั้นตนอยากบอกว่า พอเสียที ไม่มีใครทำผิดมาตราการตามที่รัฐประกาศ นอกจากกลไกของรัฐทำผิดเสียเอง และสุดท้ายสังคมก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายควบคุมกันไม่ได้  นายจตุพรกล่าวถึงการประกาศเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม ถึงตี 5 พร้อมกับระบุว่า หากยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น จะเพิ่มมาตรการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงนั้น ส่วนตัวมองว่า หากฟังเหตุผลจริงๆแล้ว มาตรการเคอร์ฟิว ใช้กับคนบางจำพวกเท่านั้นที่มีปัญหา แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้เกิดปัญหากับคนส่วนใหญ่และเล็งเห็นว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองก็มีแผนผังเรื่องการสอบสวนโรคได้ครบถ้วน ดังนั้นหากมีการเคอร์ฟิว  24 ชั่วโมงจะทำให้ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่หาเช้ากินค่ำจะอดตาย เพราะล่าสุดมีคนตกงานแล้ว 6.5 ล้านคน แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเดือนละ 5000 บาทต่อคนเป็นเวลา 3 เดือนนั้น จากเดิมที่ประเมินผู้ได้รับผลกระทบไว้ 3 ล้านคนแต่มีคนลงทะเบียนถึง 21 ล้านคน นั้นตนเชื่อว่ามาตรการนี้จะเป็นปัญหา เนื่องจากวันนี้คนมีความทุกข์ล่วงหน้าไปแล้ว หาก เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง คนก็จะอดตาย ดังนั้นหากไม่สามารถแก้ไขปัญหากลไกปากท้องได้ก็ให้ใช้กลไกของสาธารณสุขในการสอบสวนโรคซึ่งตนเชื่อว่าไม่เกินศักยภาพเพียงแต่บริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพเท่านั้นตนจึงไม่เห็นด้วยในการ เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงหากไม่สามารถจัดการเรื่องความอดอยากของประชาชนได้  

นายจตุพรกล่าวถึงเรื่องพระรสชกำหนดเงินกู้กว่า 1.6 ล้านล้านบาท ว่า สถานการณ์ขณะนี้การกู้เงินควรเป็นมาตรการสุดท้ายเพราะเมื่อวันนี้รัฐบาลตกลงว่าจะตัดงบประมาณจากทุกกระทรวงกระทรวงละ 10 เปอร์เซ็นต์ นั้นแปลว่า จะมีเงินงบกลางอีก 5 แสนล้านบาท แต่ปรากฏว่าจะมีการกู้เงินนั้นตนเห็นว่า เรื่องไวรัสโควิด 19 จะจบลงเมื่อไหร่ แต่เมื่อจบลงแล้วประเทศจะต้องฟื้นฟูกันอีกจำนวนมาก ก็จะต้องมีการกู้เงินเพื่อฟื้นฟูประเทศ แต่เวลานี้งบลงทุนพักไว้ก่อน/งบจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลายพักไว้ก่อน/ เอางบลงทุนทั้งหลายไปสู้ไวรัสโควิด 19  

นายจตุพรกล่าวถึงเรื่องไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ว่า ตนได้ติดตามเพจของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ว่าเห็นได้ชัดเจนในจังหวัดเชียงใหม่รวมถึงบางจังหวัดของภาคเหนือมีไฟป่าทวีความรุนแรง มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ซึ่งคนเหล่านี้เป็นเสมือนวีรชนในการทำหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งป่าและปีนี้ถือว่ารุนแรงในรอบหลายๆปีตนในฐานะคนเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นครูดอยสอนหนังสือก็ไม่เคยเห็น ว่าไฟป่าจะหนักขนาดนี้ /ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานหลายเท่าดังนั้นก็เป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนจิตอาสาทั้งหลายที่ร่วมในการเข้าไปดับไฟป่าและต้องประณามคนที่มีหน้าที่ในการจุดซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งนี้จากที่ตนได้ติดตามการทำหน้าที่ของกรมอุทยาน/ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการคิดเรื่องการดับไฟป่านั้นจะต้องยกเครื่องกันอย่างมโหฬารรัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯนายวราวุธ ศิลปอาชา ซึ่งเป็นคนหนุ่มจะต้องคิดว่าในต่างประเทศที่เจอหนักกว่าเมืองไทยนั้นมีอุปกรณ์ที่มาตรฐานกันอย่างไรวันนี้เมื่อเจอเรื่องใหญ่เราเองยังไม่เท่าทันและ ไม่พร้อมที่จะเจอเรื่องใหญ่ ดังนั้นรัฐต้องจัดให้เพียงพอ ไม่ใช่รอรับแต่บริจาคจากประชาชนจนมีคนตั้งคำถามว่าจะให้ประชาชนบริจาคกันทุกเรื่องเลยหรือ /แล้วภาษีที่ประชาชนจ่ายไปหายไปไหน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend