ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563.

มอบตัวแล้ว 75 ราย หนีด่านโควิด-19 ขีดเส้นตาย 6 โมงเย็นนี้

1.1K 100
มอบตัวแล้ว 75 ราย หนีด่านโควิด-19 ขีดเส้นตาย 6 โมงเย็นนี้

ผู้โดยสารมาจากสายการบินเดินทาเข้าไทยที่สุวรรณภูมิแต่ไม่ยอมกักตัวทั้งหมด 158 ราย วานนี้ ก่อนจะหลบหนีออกไป วันนี้เข้ามารายงานตัวแล้วทั้งหมด 75 ราย ส่วนที่เหลือทางเจ้าหน้าที่ให้เวลาถึง 18.00 น. วันนี้หากไม่มาจะดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 4 เมษายน พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความมั่นคง พลตำรวจโท สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เดินทางมายังท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อตรวจสอบจุดศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉิน หรือ EOC 


สืบเนื่องจากมีผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางกลับจาก ประเทศ ญี่ปุ่น รวม 3 เที่ยวบิน จำนวน 103 คน การ์ต้า 11 คน และ สิงคโปร์ 44 คน รวมทั้งหมด 158 คน เมื่อคืนที่ผ่านมา และไม่ยอมกักตัว 14 วัน ตามมาตรการ state quarantine ได้ทยอยเข้ามารายงานตัว ที่ศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉิน หรือ EOC ส่วนผู้โดยสารอีก 6 คน มารายงานตัวแล้วเมื่อคืนนี้ หลัง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ ศบค. ขีดเส้นตายให้มารายงานตัวภายในเวลา 18.00 น.

โดยศูนย์ EOC ตั้งอยู่บริเวณ อาคารผู้โดยสารขาออก ประตู 9 มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะบันทึกรายชื่อผู้เข้ามารายงานตัว ก่อนนำตัวขึ้นรถไปกักตัว ที่โรงแรมใกล้เคียง สำหรับผู้โดยสารกลุ่มที่ 2 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด หากเดินทางถึงภูมิลำเนาแล้ว ให้รายงานตัวที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ที่ศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง หากไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษ

ด้านพลเอก พรพิพัฒน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง พร้อมด้วย พลตำรวจโท สมพงษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ระบุ เมื่อเวลา 16.00 น. มีผู้มารายงานตัวทั้งหมด 61 คน และในต่างจังหวัด 8 คน ที่เข้ามารายงานตัวที่ศูนย์ดำรงค์ธรรมประจำจังหวัดแล้ว 

อย่างไรก็ดียอดที่มารายงานตัวแล้วในวันนี้ จำนวนทั้งหมด 75 ราย ประกอบด้วย ผู้ที่มารายงานตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ 61 ราย , ต่างจังหวัด 8 ราย , และเมื่อคืนที่ผ่านมา 6 ราย 

ทั้งนี้ ยืนยัน ว่าการดำเนินการทุกอย่างจะไปด้วยมาตราฐานที่ได้วางไว้ แต่เมื่อวานนี้ ยอมรับว่า อาจไม่ราบรื่น เพราะบางกระบวนการ ผู้โดยสารรอคอยแบบนานกว่าปกติ เนื่องจากต้องจัดหมวดหมู่ เพื่อนำไปสู่สถานกักกันโรค ผู้โดยสารทั้งหมด ได้รับความสะดวกและราบรื่นในกระบวนการคัดกรอง 

ขณะที่ พลตำรวจโท สมพงษ์ ยืนยันว่า เตรียมเปิดเผยรายชื่อ ผู้ที่ไม่มารายงานตัวภายใน 18.00 น.วันนี้ ให้สังคมรับรู้ ในกฏหมายจะถูกดำเนินคดี ในฐานความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.สาธารณะสุข โดยมีอัตราโทษ จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับย้ำ ว่ารายชื่อทั้ง 152 คน อยู่ในมือเจ้าหน้าที่ทั้งหมดแล้ว หากพ้นเวลา 18.00น.ของวันนี้ ตำรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศบังคับกฏหมายอย่างจริงจัง พร้อมเปิดรายชื่อผู้โดยสารจาก 20 จังหวัด ที่เดินทางในเที่ยวบินนี้ หากไม่มารายงานตัว 

ส่วน นายแพทย์ สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า กระแสข่าวว่ามีผู้โดยสาร 3 คน มีอาการไข่สูงหลบหนีไปกับกลุ่ม 152 คน นั้น ขณะนี้บางคนได้ติดต่อกลับเข้ามารับการกักตัว 14 วันตามขั้นตอนแล้ว ส่วนคนที่ยังไม่ติดต่อเข้ามาก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนใกล้ชิดและผิดกฏหมาย จึงขอให้ความร่วมมือ พร้อมกันนี้ฝากถึงญาติพี่น้อง ไม่ต้องมารอรับ ให้ประสานพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และโซเซียลมีเดียเท่านั้น 

ส่วนข้อกังวลของผู้ที่ถูกกักนั้น ขอยืนยันว่า ได้มีการแยกผู้ที่มีเข้าข่ายอาการป่วยออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่จะพาไปสถานกักโรคที่จัดเตรียม ซึ่งมาตราฐาน 1 ห้อง จะให้พักได้ 2-3 คน โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณะสุข ซึ่งโมเดลเดียวกับการกักตัวของผู้ที่เดินมากลับมาจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน 

ส่วนการท่าอากาศยาน ได้อำนวยความสะดวกในเรื่องของหลุมจอดเครื่องบิน โดยให้มีการใกล้พื้นที่คัดกรองมากที่สุด รวมถึงอำนวยความสะดวกในเรื่องของกระเป๋า และบริการขึ้นรถที่จัดเตรียมไว้ โดยกระทรวงคมนาคม ขสมก.จัดรถไว้บริการนำไปสถานกักโรคที่เตรียมไว้

เรื่องโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์