ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563.

"สนธิญาณ" ฟัน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน "บิ๊กตู่" สู้วิกฤตโควิด-19 เอาอยู่ได้เป็นนายกฯต่อเอาไม่อยู่ถูกไล่แน่!

1.4K 26
สนธิญาณ ฟัน  พ.ร.ก. ฉุกเฉิน บิ๊กตู่ สู้วิกฤตโควิด-19 เอาอยู่ได้เป็นนายกฯต่อเอาไม่อยู่ถูกไล่แน่!

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.10 - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (26 มี.ค.) "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เกาะติดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยสัมภาษณ์ "สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม" กรณีพ.ร.ก. ฉุกเฉิน นายกฯ จะเอาอยู่หรือเปล่า

นายกฯ ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ใจประชาชนมากน้อยแค่ไหน?

"ผมคิดว่าได้ใจในระยะเริ่มต้น แต่ก็มีโอกาสในการผลักใจประชาชนออกไปเหมือนกัน ที่บอกสองทางเพราะการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สังคมไทยยังเข้าใจผิดเรื่องนี้มาก พอเรานึกถึงสถานการณ์ฉุกเฉินเราจะคิดถึงแต่เรื่องการชุมนุม ประท้วง ก่อการร้าย จริงๆ หลักการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคือการโอนอำนาจบรรดากฎหมายต่างๆ ซึ่งมีผู้รักษาการณ์อยู่มากมาย มาไว้ในมือของนายกฯ เพียงคนเดียว"


พอเขาเอาอำนาจคืนมาแบบนี้ เขาก็ตั้งผู้ช่วย ก็มีการตั้งคำถามกัน มีคนเขียนว่าในเพจทำไมต้องตั้งปลัด?

"ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปพูด ก็มีโอกาสเข้าใจผิดได้ แต่ถ้าเป็นบรรดานักการเมือง ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรมาทิ่มแทงกัน ตามประกาศภาวะฉุกเฉินเที่ยวนี้ มีการประกาศกฎหมาย 40 ฉบับ ซึ่งมีอธิบดีและรัฐมนตรีประมาณเกือบ 40 คนเหมือนกันในการรักษาการณ์ เวลาจะสั่งมันจะยุ่งยากมากในภาวะวิกฤต ถามว่ารัฐมนตรีไปอยู่ไหน ไม่มีความหมายหรืออย่างไร นายกฯ ก็เอารัฐมนตรีมาทำงานนะครับ ไม่ใช่ไม่ทำ ต้องค่อยๆ ดู ค่อยๆ ทำความเข้าใจ ในการประกาศภาวะฉุกเฉิน เขาถึงมีประกาศที่ 4 ให้ปลัดต่างๆ มาทำงานเพิ่มเติม ให้ปลัดสาธารณสุข ปลัดมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงดิจิตอล แล้วตัวรัฐมนตรีเขาก็อาศัยอำนาจมาตรา 7 วรรค 5 บอกว่าในกรณีที่มีความจำเป็น คณะรัฐมนตรีอาจตั้งหน่วยงานพิเศษ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดนี้ชั่วคราว นายกฯ ก็ประกาศตามมาตรา 7 วรรค 5 คือจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 คณะชุดนี้ประกอบไปด้วยนายกฯ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ รับผิดชอบเอง สั่งการเอง มีรองนายกฯ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลาโหม การคลัง ต่างประเทศ ฯลฯ มาทุกกระทรวง แต่ไม่เอารัฐมนตรีช่วยเพื่อให้กระชับ มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจ เลขานายกฯ เป็นผู้ประสานงาน"

แต่มีคนพูดว่าเป็นการปฏิวัติตนเอง เป็นการยึดอำนาจกลับคืนเหมือนสมัยคสช.?

"บ้า! ผมเรียนว่าคนเคยเป็นนักการเมือง เคยเป็นรัฐมนตรีจะเข้าใจสถานการณ์นี้ดี ว่ายามนี้จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างรูปธรรมชัดๆ ก่อนหน้านี้เราใช้พรบ.การควบคุมโรคระบาดให้ผู้ว่าฯ เป็นผู้รักษาการณ์ตามกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศปิดสถานบริการบางส่วนบางอย่างในกรุงเทพมหานคร ทันทีที่ปิด ผมพูดมาตลอดในฐานะส่วนตัวว่ามีคนหาเช้ากินค่ำ ข้อดีข้อเสียมี ทันทีที่คุณปิด เขาไม่มีอะไรกิน เขากลับบ้าน อันนี้แหละคือสิ่งที่สะท้อนว่าเมื่อใช้กฎหมายคนละฉบับ มันคอนโทรลไม่ได้"

เราบ่นเรื่องหน้ากากแพง หาซื้อไม่ได้ เจล แอลกอฮอล์ขึ้นราคา แต่ไข่ขึ้นราคาอีกแล้ว นายกฯ บอกจะจัดการ การประพ.ร.ก.ฉุกเฉินจะช่วยได้มั้ย?

"ช่วยได้ ไข่เป็นตัวอย่างเบื้องต้น สถานการณ์แย่ที่สุด 1 ปี อาจไปถึงปีครึ่ง สภาวการณ์ปิดเมือง การหยุดทำธุรกรรม จะทำให้เกิดสภาวะการช็อกของสังคม ระบบเศรษฐกิจไม่ต้องพูด ธุรกิจไม่ต้องพูด เพราะธุรกิจเกิดจากธุรกรรม ไข่ตอนนี้ฟองละ 3 บาทเป็นอาหารที่ถูกที่สุด สิบบาทเจียว 3 ฟองกินได้ทั้งบ้าน ชาวบ้านก็มุ่งไป และตอนนี้ขาดจริง รัฐบาลต้องตระหนัก ในพ.ร.บ. มีอำนาจควบคุมตามนี้หมด การจัดการได้วันนี้ สิ่งที่นายกฯ ต้องทำ คือต้องบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปแยกย่อยที่ไม่ไหลไปตามกระทรวง ไปไว้ที่ปลัดคนเดียวก็ยังไม่ได้ ต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานเป็นชุดๆ ดูแลสินค้าป้องกันการขาดแคลน คุณเห็นไข่ เดี๋ยวอย่างอื่นจะขาดตามมา ยิ่งสถานการณ์ต่างประเทศเริ่มขาดแคลนอาหาร พวกพ่อค้าส่งออกอาจเป็นโอกาส วันนี้นอกเหนือจากเจล หน้ากาก คณะกรรมการควบคุมดูแลติดตามกำกับไม่ให้สินค้าขาดแคลนต้องทำงานล่วงหน้า ต้องมีคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คณะกรรมการดูแลการขนส่ง คณะทำงานชุดต่างๆ ควรเกิดขึ้น และรายงานตรงนายกฯ ประชุมทุกวัน ติดตามทุกวัน ส่วนสถานการณ์ปกติก็บริหารกันไป"

ถ้าทำขนาดนี้แล้ว เอาไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้น?

"นายกฯ ต้องไป เพราะสิ่งที่นายกฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมต้องเรียนว่าถือเป็นลูกผู้ชายและกล้าหาญ สมกับที่เราไว้วางใจ ไม่มอบให้รองนายกฯ ทำ มาเป็นทั้งประธานและผอ.ศูนย์ ถ้าทำไม่ได้ชาวบ้านด่านายกฯ คนเดียว ทำไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้หรอกครับ"

ทำไมไม่เคอร์ฟิว?

"ผมเรียนไปแล้วว่าศูนย์นี้เขาตั้งมาเอารัฐมนตรีทั้งหลายมาอยู่ เขาเรียกศูนย์สถานการณ์โควิด-19 เอาตลกๆ เชื้อโรคจะมีเวลาติดมันมั้ย มันต้องจัดการบริหารคน ปัญหาใหญ่ที่เราต้องจัดการ ไม่ให้เชื้อมันแพร่ขยาย นี่คือหัวใจสูงสุด หลักการใหญ่ไม่ให้เชื้อแพร่ขยาย หลักสำคัญที่สุดไม่ให้มีการติดต่อ การติดต่อจากคนสู่คน อำนาจที่มีอยู่และประกาศที่จะถูกใช้ต่อไปจากนี้ มันต้องกลับไปที่การจำกัดควบคุมดูแลผู้คนเพื่อป้องกันไม่ให้ติดต่อ สาระสำคัญคือความร่วมมือกันของคน"

อะไรจะปิดในอนาคต?

"ส่วนหนึ่งที่ตอนนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คนไปแออัดคือระบบขนส่งมวลชน รถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้เชื้อโรคอยู่กับที่ ในการบริหารสถานการณ์ต้องทำให้รู้แน่ชัดว่า ณ เวลานี้มีคนติดเชื้อที่แท้จริงเท่าไหร่ การปิดในระยะต่างๆ เพื่อหยุดโรคที่จะปรากฎในช่วง 14 วัน ซึ่งอาจใช้มาตรการเดือนหรือเดือนครึ่งเพื่อหยุดคนให้อยู่กับที่ ไม่เคลื่อนไหว ซึ่งเขาอาจไปในรถส่วนตัวได้ แต่ไอ้ที่ไปนั่งไหล่ชิดกันต้องหยุด นี่แหละคือการไม่ประกาศเคอร์ฟิว สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่เผด็จการ คำสั่งจะให้บทบาทผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพราะพื้นที่กระจายทั่วประเทศ ต้องใช้การระดมทั้งกองทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ การที่มีการประกาศหยุดเดินรถสาธารณะ หรือมวลชน เดี๋ยวจะมีหน่วยคัดกรองรวมกับเจ้าหน้าที่จังหวัด ในการเดิน โยกย้ายทุกจังหวัด เพื่อในระยะเวลา 1 เดือนหรือ 1 เดือนครึ่งหยุดเชื้อให้ได้ก่อน  ถ้าไม่ได้ไปไกลแน่"

เฟกนิวส์มันไม่หาย?

"ผมรำคาญรัฐบาลเรื่องจัดการเรื่องข่าวสาร คือคุณใช้ศูนย์แถลงข่าวศูนย์เดียวถูกต้องในเรื่องโรค โฆษกหมอหล่อพูดจาฉะฉานดีแล้ว แต่ต้องมีคนเหมือนกับท่านไก่อูหนึ่งคน แล้วต้องมีศูนย์ปฏิบัติการเรื่องข่าวสาร ชาวบ้านเขาทำมา อยู่ในโลกออนไลน์ เขาบอกโอกาสตายมี 1 เปอร์เซ็นต์ โอกาสประสาทแด_ ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่ใช่เป็นการทำลายรัฐบาล แต่ทำลายชาติ ทำลายประเทศ การที่ทำให้คนวิตกจริตด้วยข่าวที่ผิดพลาด รัฐบาลหรือนายกฯ ต้องถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีคณะทำงาน 1 ชุดที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมีความเข้าใจจริงๆ การปฏิบัติการ ต้องมีทั้งการตอบโต้และจับกุม เพื่อลดอาการประสาทแด_"

นายกฯ พยายามสร้างความมั่นใจ บอกว่าเราจะสู้และชนะด้วยกัน?

"ชนะไม่ชนะก็อยู่ที่ท่านนายกฯ แหละครับ"

 ท่านบอกจะหาคนเก่งมาทำงาน?

"ก็หามาสิ! นี่ไม่ได้กวนโอ้ยอะไรท่านนะ เพราะท่านกล้าหาญที่มาเป็นประธานเอง ผอ.ศูนย์เอง  ทุกภาระท่านแบกไว้บนบ่าแล้ว ประชาชนจับตาดูท่านอยู่ ท่านจะโทษคนอื่นไม่ได้แล้ว นี่เป็นเรื่องของลูกผู้ชายที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรู้ว่านี่คือวัดการได้เสียของตัวเอง ทำไม่ได้ประชาชนไล่ท่านแน่ แต่ถ้าทำได้ ท่านก็จะเป็นนายกฯ ต่อ นี่เลยพ้นวิกฤต คือช็อกโลก หายนะ ท่านไปทบทวนเลย คนช่วงเราไม่เคยผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมา แต่นี่รุนแรงกว่า คนตายไม่มาก แต่การช็อกทางเศรษฐกิจมันรุนแรง คนหาเช้ากินค่ำ 2 ล้านกว่าคน ถ้าใน 1 ปีครึ่งยังปิดอยู่ มันจะชิปหายวายวอด จะกินอะไร การประกาศภาวะฉุกเฉินไม่ใช่เรื่องการควบคุมโรคอย่างเดียว มันต้องทำสามเรื่องพร้อมๆ กัน คือหนึ่งควบคุมดูแลป้องกันรักษาโรค สองเยียวยาทางเศรษฐกิจ ตอนนี้นายกฯ ยังทำสะเปะสะปะ ใช้ศูนย์ของท่าน ต้องเสนอแผนที่เชื่อมโยงกัน ดังนั้นหลังประกาศแล้วต้องมีคณะทำงานเรื่องนี้ ทำแผนเชื่อมโยง อธิบายให้ประชาชนเห็นให้ได้ ว่าเราลำบากร่วมกันแต่เรายังมีความหวัง สามคิดว่าสำคัญและต้องคิดตั้งแต่ตอนนี้คือการฟื้นฟูประเทศ ต้องมีการเตรียมการเป็นระบบ ต้องมองข้ามช็อตเพราะมันพังทั้งโลก ถ้าเรามองข้ามช็อตได้ ถึงเวลาเราฟื้นเร็วขึ้น เราจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่น"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend