ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

นายกฯ กล้าปิดประเทศ เมื่อถึงเวลา

308 79

นายกรัฐมนตรี ระบุ จะทำตามใจประชาชนทุกอย่างไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลากล้าทำทุกมาตรการ-ปิดประเทศ พร้อมสั่งเตรียมโรงพยาบาลโรงแรม รองรับหากสถานการณ์เข้าระยะ 3

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ว่า มาติดตามแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในแต่ละวัน ว่าเตรียมความพร้อมข้อมูล ก่อนแถลงให้ประชาชนรับทราบอย่างไร เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ทั้งเรื่องข่าวและประชาสัมพันธ์ ไม่เช่นนั้นจะจัดหมวดหมู่ไม่ได้ จะกลายเป็นทำงานคนละทาง ซึ่งตนก็นำข้อมูลจากศูนย์มาใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนัก เพราะมีงานหลายอย่างต้องจัดการ จึงต้องแยกแยะเอาแต่ละอย่างขึ้นมาจัดลำดับความสำคัญ พร้อมทั้งเปรียบเทียบว่าเรื่องไหนที่ต่างประเทศทำได้ และไทยทำไม่ได้ 

นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดในประเทศไทย ยังอยู่ในระยะ 2 แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่ในมาตรการระดับ 3 พร้อมทั้งย้ำว่ามาตรการที่ 3 กับระยะ 3 แตกต่างกัน โดยระยะ 3 เป็นระดับที่ WHO กำหนดขึ้นมา เพราะมีการแพร่ระบาดจากคนที่ 2 ไปบุคคลต่อๆไป ซึ่งประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนนี้ แต่ควบคุมได้ แต่เมื่อใดที่สถานการณ์ไปถึงจุดที่ไม่สามารถควบคุมแพร่ระบาดได้ ก็ต้องยกไประยะ 3 แน่นอน ซึ่งตนได้ให้แนวทางเพื่อเตรียมงานรองรับมาตรการไปแล้ว ทั้งเตรียมสถานที่โรงพยาบาลทหาร-เอกชน และประสานบางโรงแรมเข้ามาร่วมด้วย แต่จะพิจารณาอีกทีเพราะอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล 

นายก กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อคุมเข้มการระบาดไปแล้วเมื่อวาน ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี จากนี้ต้องติดตามว่ามีผลกระทบอะไรตามมาบ้าง แล้วไปแตกย่อยว่าจะดูแลกลุ่มคนเหล่านี้อย่างไร ซึ่งบางอย่างกำลังดำเนินการ แต่หลายอย่างก็ทำไปแล้ว ตามมติ ครม. แต่ยอมรับ การควบคุมคนจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ยากจะเข้าถึง จึงให้คำแนะนำว่า บางอย่างควรจะใช้ระบบออนไลน์มาช่วย เช่น การลงทะเบียนผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ให้ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ได้ พร้อมขอให้ทุกคนเข้าใจ และช่วยกันแนะนำข้อมูล ส่วนการเกณฑ์ทหาร หากเดือนเมษายนไม่เกณฑ์ ก็จะมีทหารหายไป 1 ใน 4 ซึ่งจะไม่เพียงพอ แต่หากเปิดเกณฑ์ทหาร ก็อาจมีจำนวนไม่มาก จึงต้องเปิดรับผู้สมัครใจก่อน ส่วนจะเป็นวิธีออนไลน์หรือวิธีอื่น ก็ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง 

พลเอกประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องปิดประเทศ เพราะเมื่อปิดจะส่งผลกระทบ ส่วนการคุมเข้มแต่ละจังหวัด เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่พิจารณาได้ตามสถานการณ์ แต่การดำเนินการทุกอย่าง ต้องรายงานมาที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดฯ ของรัฐบาล ซึ่งการปิดประเทศ จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการใช้ชีวิตของประชาชน เหมือนเมืองอู่ฮั่นของจีน ที่ห้ามรถเข้า-ออก ก็ต้องถามประชาชนว่าต้องการแบบนั้นแล้วหรือยัง และประชาชนจะอยู่กันไหวหรือ ถ้าสถานการณ์ไม่รุนแรงแล้วเราปิดประเทศ แต่หากสถานการณ์หนักไปถึงขนาดอู่ฮั่น ก็ต้องปิดประเทศ และต้องวางแผนการอยู่ การกินของประชาชน จึงขอให้เข้าใจรัฐบาล ไม่อย่างนั้นก็จะไปคนละทางสองทาง 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ไม่คิดว่าวันนี้จะมีความขัดแย้ง โดยเฉพาะคนในรัฐบาลที่บอกว่าไม่ได้คุยกับตน และในกระทรวงสาธารณสุข จึงย้ำว่าตนเปิดโอกาสให้กับทุกคนได้เข้ามาพบพูดคุย ซึ่งทุกวันนี้ตนก็เหนื่อย เพราะเปิดให้คนเข้าถึงได้ง่ายหลายช่องทาง และไม่ใช่ว่าตนจะเสพแต่โซเชียลอย่างเดียว เพราะโซเชียลก็จะมีคนคัดกรองส่งให้อีกที ซึ่งแต่ละวันตนยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ไม่ใช่มานั่งแก้ปัญหาโควิดอย่างเดียว 

พลเอกประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับคนไทยในมาเลเซีย ที่กลับเข้าประเทศ หลังมาเลเซีออกมาตรการปิดประเทศนั้น ยืนยันว่า ทางการไทยมีการตรวจคัดกรอง และส่วนหนึ่งทางมาเลเซียก็คัดกรอง ส่วนคนที่ออกมาก็สั่งกักตัวหมด ทุกอย่างตรวจสอบได้ แต่ที่เล็ดลอดมาตามแนวชายแดน ทหารก็เข้าควบคุม แต่ปัญหาก็คือ มีทั้งคนปฏิบัติตาม และไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ดังนั้นสิ่งสำคัญวันนี้คือการสร้างความเชื่อมั่น เพราะเมื่อรัฐบาลทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจ ก็จะไปคนละทางหมด จะทำตามใจใครคนหนึ่งไม่ได้ ไม่งั้นจะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร มาตรการจะต้องมาจากแพทย์ ซึ่งเมื่อถึงเวลาตนก็กล้าทำในสิ่งที่ทุกคนต้องการ เราอาจไม่เจอกัน เพราะปิดประเทศ-ปิดเมือง



เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend