ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564

นายกฯ ย้ำ เอาชีวิตคนปลอดภัยจากโควิดเป็นที่หนึ่ง

178 99
นายกฯ ย้ำ เอาชีวิตคนปลอดภัยจากโควิดเป็นที่หนึ่ง

วิษณุ เผย รัฐบาลมีมติยกเลิกวันหยุดราชการสงกรานต์ 13-15 เมษายน ลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน เสี่ยงเจอโควิด โดยให้หยุดชดเชยภายหลัง ด้านนายกฯ ย้ำ เอาชีวิตประชาชนปลอดภัยเป็นที่หนึ่ง มากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว พร้อมให้ทูตเป็นหัวหน้าทีมไทยแลนด์รับดูแลคนไทยในต่างแดน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ครั้งที่ 1 หลังใช้เวลาประชุมนาน 5 ชั่วโมงครึ่ง โดยที่ประชุมเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระยะที่ 2 ยังไม่ไปสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการแบ่งระยะที่ทางการไทยกำหนดขึ้นเองเพื่อการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ระยะที่ 3 จะใช้ต่อเมื่อคนไทยรับเชื้อกันเอง โดยสืบสาวราวเรื่องไม่ปรากฏว่าได้รับเชื้อมาจากประเทศที่เขาแพร่เชื้ออยู่ก่อน แต่เป็นการแพร่เชื้อกันเองของคนไทยที่ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ อีกทั้งต้องมีการแพร่เชื้อแบบนี้เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่ปรากฏเพียงรายสองราย รวมถึงต้องปรากฏในหลากหลายพื้นที่สำหรับการเตรียมรับมือนั้น นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เตรียมโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ทั้งของรัฐ เอกชน ท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ มหาวิทยาลัย เพื่อเตรียมปรับสถานที่ให้มีเตียงผู้ป่วยรับได้เพียงพอ รองรับสถานการณ์ที่จะมาถึง พร้อมเตรียมระดมทีมแพทย์ภาครัฐ ภาคเอกชน แพทย์ที่เกษียณอายุแล้ว รวมถึงพยาบาลมาร่วมกัน 

โดยนายกฯ ได้อนุมัติค่าตอบแทนพิเศษให้แพทย์ พยาบาลในสถานการณ์โควิดแล้ว อีกทั้งให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมยาและเวชภัณฑ์ไว้ส่วนหน้ากากอนามัยให้เร่งกำลังการผลิต ขณะนี้ได้เกือบวันละ 2 ล้านชิ้น และยังได้รับการแจ้งว่า จะได้รับการช่วยเหลือเรื่องหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศ รวมถึงเร่งผลิตเจลและแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น นอกจากนี้ นายกฯ ยังหยิบยกประเด็นสำคัญพูดในที่ประชุมคือ ได้มีการตรวจจับการขายหน้ากากอนามัยออนไลน์ในประเทศ และส่งออก และยึดของกลางได้จำนวนมาก โดยจะนำของกลางเหล่านี้เข้าศูนย์โควิด แล้วจะเอาไปแจกจ่ายในโรงพยาบาลเพื่อใช้ก่อน แต่ในทางคดีให้ว่ากันต่อ อย่าให้เสียรูปคดี หากผลออกมายางคนไม่ผิด รัฐก็จะชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินให้ เพราะถึงอย่างไรของกลางที่ยึดมา จำเป็นต้องเอาไปใช้ส่วนเรื่องข้อมูลข่าวสารนั้น ในแต่ละวันมีประชาชนโทรเช้ามาประมาณ 1,000 ราย  

ซึ่งได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขประมาณ 98% และเตรียมตอบคำถามต่างๆต่อไปขณะที่ด้านการต่างประเทศ แม้จะมีประเทศแสดงความช่วยเหลือด้านยา หน้ากากอนามัย อุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ไทยจะรอความช่วยเหลือจากเขาไม่ได้ พร้อมกันนี้จะเร่งผลิตชุด PPE (ชุดป้องกันเชื้อโรค หรือชุดอวกาศ) ให้มากขึ้น เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีใช้เพียงพอส่วนการที่ไทยมีมติยกเลิกฟรีวีซ่า และ Visa on arrival หรือ VOA ไม่มีประเทศใดขัดข้อง // สำหรับคนไทยในต่างประเทศทั้ง ข้าราชการประจำสถานทูต 1,500 คน / นักเรียนไทยที่เรียนต่างประเทศอีกนับพันคน / พระภิกษุทั่วโลก 1,500 รูป และแรงงานไทยอีกนับแสนคน ให้ตั้งทีมไทยแลนด์ขึ้นทุกประเทศ เพื่อรับเรื่องให้ความช่วยเหลือ และประสานข้อมูลข่าวสารกับคนไทยในประเทศนั้นๆ โดยให้เอกอัครราชทูตแต่ละประเทศ เป็นหัวหน้าทีมนอกจากนี้ รัฐบาลยังสั่งงดวันหยุดสงกรานต์ 13-15 เมษายน 2563 (ก่อนหน้านี้ ครม. ให้หยุดยาว 5 วัน 11-15 เม.ย.) ทั้งภาครัฐและเอกชน 


โดยที่ประชุมเห็นว่าหากมีการหยุดยาว ประชาชนจะมีการเคลื่อนยายกลับภูมิลำเนา ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อ ทั้งนี้จะชดเชยวันหยุด หรือสิทธิของผู้ใช้แรงงานในโอกาสอื่นต่อไปภายในปีนี้เมื่อสถานการณ์บรรเทาลง โดยจะประกาศให้ทราบช่วงเวลาล่วงหน้าพอสมควร ซึ่งเรื่องนี้จะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.วันพรุ่งนี้ ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญ ในการป้องกันโรคมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า อุตสาหกรรมเป็นความสำคัญลำดับที่สอง เพราะไม่รู้ว่าศึกนี้จะหนักขนาดไหนเป็นห่วงชีวิตประชาชนไว้ก่อนขณะเดียวกันยังกำหนดเกณฑ์ในการสั่งปิดกิจการชั่วคราว ได้แก่ สถานที่ชุมนุมคราวละมาก ๆ เป็นกิจวัตร ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงสูง โดยมีกิจกรรมพูดจาปราศรัย มีการสัมผัส และสถานที่คับแคบ ได้แก่ มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน / โรงเรียนของรัฐและเอกชน / สถาบันกวดวิชา / สนามมวยทั่วประเทศ / สนามกีฬาที่มีการสัมผัสถึงกัน เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล / โรงภาพยนต์ (รอสรุปจะปิดหรือไม่)ส่วนร้านค้า ร้านอาหาร ยังเปิดบริการได้ตามปกติ แต่ต้องมีมาตรการป้องกันรองรับ เช่น การตรวจวัดไข้ การมีเจลล้างมือ 

โดยจะมีการตรวจตราว่าสถานที่เหล่านี้ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวได้หรือไม่ นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน โดยทางกระทรวงจะต้องรายงานผลการปฏิบัติต่อ ครม. ทุก 7 วัน หรือเหลื่อมเวลาทำงานและทานข้าวกลางวัน เพื่อลดความแออัด และจัดสถานที่ให้นั่งห่างกันประมาณ 1 เมตร พรุ่งนี้ที่ประชุม ครม. จะมีความขัดเจนในรายละเอียดอีกครั้งอย่างไรก็ตาม อำนาจการสั่งปิดสถานที่ต่างๆ อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อมาตรา 35 (1) ในกรณีที่มีเหตุสงสัย และเพื่อป้องกันโรคติดต่อ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการสั่งให้หยุด ปิด หรือระงับสถานที่ใดๆเป็นการชั่วคราวนายวิษณุ ยังบอกด้วยว่า ในทุกเดือนเมษายน แต่ละบริษัทจะมีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งก็เป็นปัจจัยเสี่ยง ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ได้หารือร่วมกันแล้ว เห็นควรให้เลื่อนการประชุมออกไปได้ ส่วนจะเป็นเมื่อใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป แต่หากบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องประชุม ก็ให้ยึดตามประกาศ คสช. ที่ 74/57 สามารถประชุมทางไกลผ่าน conference ได้ หรือถ้าบางบริษัทจะต้องให้เดินทางมาประชุมด้วยตัวเอง ก็ต้องมีมาตรการป้องกันโดยให้นั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรในช่วงท้าย 

นายวิษณุ ได้สอบถามกระทรวงสาธารณสุข ว่าหากประชาชนอยากตรวจหาเชื้อโควิด-19 แต่ค่าตรวจมีราคาแพง รัฐบาลจะช่วยเหลือได้อย่างไร ซึ่ง นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวย้ำว่า นโยบายการตรวจเชื้อนั้น หากบุคคลนั้นมีไข้ ไอ และมีประวัติเสี่ยงเดินทางไปต่างประเทศ หรือสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อ หรือทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง สามารถไปตรวจรักษาได้ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ เว้นแต่จะมีอาการวิกฤต สามารถเข้ารักษาสถานพยาบาลใดก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ หากพบมีการเก็บค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถโทรสายด่วน 1111 ซึ่งจะมีการดำเนินคดีกับสถานพยาบาลนั้น ๆ อย่างถึงที่สุด แต่ถ้าไม่มีอาการใดๆ แต่มีประวัติ สัมผัสกลุ่มเสี่ยง แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเองว่าสมควรตรวจหรือไม่ โดยจะไม่มีค่ารักษาเช่นเดียวกัน หรือสุดท้ายหากไม่มีอาการป่วยใดๆ ไม่มีความเสี่ยง ก็ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ แต่ถ้าไปตรวจแล้วพบเชื้อจริง ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายเช่นกันนพ.รุ่งเรือง ยังชี้แจงด้วยว่า อุปกรณ์การตรวจทางวิทยาศาสตร์ หากผลตรวจออกมาแล้วไม่พบเชื้อ ก็ถือว่าไม่ติดโรค แต่หากพบเชื้อในครั้งแรก ก็จำเป็นจะต้องมีการตรวจซ้ำ และซักประวัติเพื่อยืนยันผลป่วยนายวิษณุ กล่าวปิดท้ายว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงถึงระดับ 3 รัฐบาล อาจมีการพิจารณาให้ประชาชน สามารถเข้ารับการตรวจได้เชื่อได้ฟรีทั้งหด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend