ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

มติเอกฉันท์ "พิธา" นั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล

364 95
มติเอกฉันท์ พิธา นั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล

"พิธา" นั่ง หัวหน้าพรรคก้าวไกล ย้ำ พรรคก้าวไกลคือบทที่ 2 ของอนาคตใหม่ เดินหน้าสานต่อนโยบายเดิม // ชี้ ปัจจุบันระบบรัฐสภาอ่อนแอมีทั้ง ส.ว. แต่งตั้งและสภาผู้เห่า // พร้อม เดินหน้าทำงานในสภาควบคู่กับประชาชน

ว่าที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แถลงข่าวว่า เป็นเวลา 23 วัน ที่พรรคอนาคตใหม่ถูกทำให้หายไปจากการเมืองไทย แต่วันนี้อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ ได้เข้ามาสังกัดพรรคก้าวไกล ซึ่งขอบคุณทุกคนที่ไว้วางใจให้ตนเองได้อยู่ในจุดนี้ ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลคือบทที่ 2 ของอนาคตใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาคือบทเรียนที่จะนำพาเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง วันนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึกไว้ว่าทุกคนที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยจะเริ่มเดินไปด้วยกันภายใต้พรรคชื่อก้าวไกล ซึ่งจะเป็นความหวังให้กับการเมืองในประเทศ เป็นปากเสียงให้กับประชาชน จะไม่ใช่พรรคชั่วคราวแต่จะเป็นพรรคที่นำพาการเมืองไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย เปลี่ยนระบบนิติรัฐทำให้ประชาชนมีกฎหมายเสมอภาคเท่าเทียมกัน ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เรากำลังเผชิญกับวิกฤตรอบด้าน ซึ่งสิ่งที่กำลังเผชิญแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีศักยภาพนำพาประเทศให้เดินต่อไปได้และยังจะนำพาประเทศชาติลงเหว ความเป็นอยู่ของประชาชนถูกกำหนดโดยอภิสิทธิ์ชน ทหาร ข้าราชการ กลุ่มคนผูกขาด แม้ประชาชนจะตะโกนบอกผู้มีอำนาจ แต่เสียงก็ไม่เคยดังพอที่รัฐบาลจะได้ยินหรืออาจได้ยินแต่ทำเป็นหูทวนลม นี่ไม่ใช่รัฐล้มเหลวแต่เป็นรัฐบาลล้มเหลว


ขณะเดียวกัน จากสถานการณ์โรคระบาดโควิค-19 ยังไม่เท่ากับความรุนแรงที่ประชาชนตื่นตระหนกจากฝีมือการจัดการในยามวิกฤติของรัฐบาล วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่คนไทยต้องตายผ่อนส่งเพราะรัฐบาลต้องการเอาใจนายทุน ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำซึ่งทุกภาคส่วนมีอัตราการเติบโตติดลบ คนไม่มีงานทำ หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น มีคนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจ ส่วนปัญหาทางการเมืองที่ใช้สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เป็นฐานทางการเมืองออกแบบระบบเลือกตั้งไม่ ให้มีพรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมาก มีองค์กรอิสระที่เลือกปฏิบัติ มีกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาคือไม่ให้มี ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง

อย่างไรก็ตาม หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลจะไม่นำงบประมาณไปใช้แบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ในการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิค-19 แต่จะงบประมาณไปสร้างงานสร้างบุคลากร เพิ่มงบวิจัยเพื่อคิดค้นพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่พรรคก้าวใกล้ต้องเดินตามนโยบายพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงโดยเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพื่อปฏิรูปกองทัพ เพิ่มสวัสดิการให้ทหารและให้ทหารชั้นผู้น้อยอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ยกระดับสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน ผลักดัน พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า เพื่อปลดล็อคนายทุนน้ำเมาหลายแสนล้านบาท จากนายทุนเพียงไม่กี่รายเพื่อให้ผลประโยชน์เกิดกับผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้วอยู่ระหว่างการเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร 

พร้อมทั้งต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดความสัมพันธ์ของอำนาจให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองมากขึ้น ให้สถาบันการเมืองจากการเลือกตั้งมีอำนาจเป็นปากเสียงให้กับประชาชน ต้องยกเลิก ส.ว.แต่งตั้ง ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แก้ที่มาขององค์กรอิสระให้ยึดโยงกับประชาชน ซึ่งมองว่าสถานการณ์ขณะนี้การเปลี่ยนแปลงในสภาจะช้าเกินไป เพราะผู้มีอำนาจทำให้สภาอ่อนแอเป็นแค่ตรายางของรัฐบาล เห็นได้จาก ส.ส.จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ที่มี 84 คน แต่วันนี้มี ส.ส. ที่เหลือ มาสมัครเข้าพรรคก้าวไกลจำนวน 54 คน จากรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำกลายเป็นสภางูเห่า เป็นรัฐบาลที่มีเสียงมากขึ้น

ดังนั้น นักเรียน นักศึกษา จึงได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจทราบว่าต้องการผู้มีอำนาจที่ดีกว่าและต้องการประเทศที่มีอนาคตมากกว่านี้ แม้ต้องเผชิญกับการขัดขวางกดดัน ข่มขู่คุกคาม แต่ยังคงยืนยันลุกขึ้นต่อสู้ท่ามกลางความมืดมิด ซึ่งภารกิจของพรรคคือการยืนหยัดทำหน้าที่ในสภาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า ทำให้ประเทศนี้ก้าวไปได้ไกลกว่าที่เป็น เพื่อให้ความหวังและอนาคตกลับสู่ประเทศไทย โดยจะทำงานในสภาควบคู่กับความเคลื่อนไหวของประชาชน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend