ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ตลาดหุ้นโลกพังอีกรอบรับไวรัสโควิด-19

877 19
ตลาดหุ้นโลกพังอีกรอบรับไวรัสโควิด-19

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ Black Monday ปี 2530 จากความวิตกเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่อาจจะหนักมากขึ้น จากวิกฤติไวรัสโคโรนา โดยดัชนีหุ้นอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลงมามากกว่า 2,300 จุด หรือ 10% โดยเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2530 ดาวโจนส์เคยร่วมถึงเกือบ 23%

ส่วนดัชนี S&P 500 ก็ร่วงลงมา 9.5% รวมแล้วร่วงลงมา 26.7% จากระดับสูงสุดตลอดกาลที่เพิ่งเกิดขึ้นเดือนที่แล้ว

ในฝั่งยุโรป ก็อยู่ในสภาพเดียวกัน ดัชนี FTSE ตลาดลอนดอนก็ร่วงลงมาเกือบ 11 % ดัชนี DAX ตลาดแฟร็งค์เฟิร์ต และ CAC ตลาดปารีส ก็ดิ่งลงมากว่า 12 %

การเทขายหุ้นทิ้งเกิดขึ้นแม้ว่าทางธนาคารกลางสหรัฐ และยุโรป จะออกมาดำเนินมาตรการเพื่อให้ความมั่นใจกับนักลงทุนแล้วก็ตาม

การร่วงลงของหุ้นที่เริ่มตั้งแต่เดือนที่แล้ว สวนทางกับการพุ่งขึ้นขนานใหญ่ที่สุดของหุ้นวอลล์สตรีทนับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง โดยตลาดเริ่มวิตก ท่ามกลางกระแสการปิดพรมแดนของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และเรื่องที่ทำเนียบขาว และรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก จะไม่สามารถกอบกู้เศรษฐกิจที่อ่อนแอได้ในเร็ววัน

สำหรับสถานการณ์การระบาดของไวรัส ทำให้ในส่วนของอาคารแคปปิตอล ที่ตั้งของสภาคองเกรสสหรัฐ ประกาศปิดไม่ให้ประชาชนเข้าไปภายในจนถึงสิ้นเดือน บรรดาโรงละครในย่านบรอดเวย์ ก็ปิดให้บริการเช่นกัน ส่วนที่ฝรั่งเศส ประะกาศปิดสถาบันการศึกษาทั้งหมดอย่างไม่มีกำหนด , เนเธอร์แลนด์สั่งห้ามการชุมนุมที่มีผู้คนมากเกินกว่า 100 คนจนถึงสิ้นเดือน , สาธารณรัฐเชค ประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามประชาชนข้ามพรมแดนทุกจุด และห้ามประชาชนจาก 13 ประเทศที่มีการระบาดของไวรัสอย่างหนัก เดินทางเข้ามาในประเทศ ส่วนโรงพยาบาลในภูมิภาคลอมบาดี ของอิตาลี ที่มีการระบาดของไวรัสอย่างหนัก ต้องออกมาตั้งเต๊นท์ด้านนอกอาคาร เพื่อให้การดูแลผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนมาก โดยเมื่อวาน อิตาลีพบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 2,214 คน มีผู้เสียชีวิตก็เพิ่มอีก 188 ราย รวมแล้วยอดผู้เสียชีวิตในอิตาลีเกิน 1 พันไปแล้ว โดยอยู่ที่ 1,016 ราย

แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี นายลุยจิ ดิ มาโย บอกว่าอิตาลีอาจจะกลายเป็นประเทศแรกของยุโรปที่ออกจากสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ เพราะมาตรการกักกันเชื้อที่นำมาใช้ ชี้ว่ามันได้ผล เขาบอกว่า 10 เมืองแรกที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ตอนนี้ไม่พบการติดเชื้อรายใหม่แล้ว

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังคงไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวเรื่องที่ว่าตัวเขาเอง อาจจะมีการพบเจอกับบุคคลที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา อย่างเมื่อถูกสอบถามกรณีที่ทางการบราซิลยืนยันเรื่องที่เจ้าหน้าที่บราซิลติดเชื้อไวรัสไม่กี่วัน หลังจากที่ติดตามผู้นำบราซิลมาพบกับทรัมป์ที่ฟลอริด้า เขาบอกว่าไม่เคยได้ยินข่าวนี้ และไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ได้มาร่วมกินอาการร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่บราซิลหรือไม่ และก็สรุปว่าเขาไม่ค่อยสนใจเรื่องการติดเชื้อมากนัก

แต่ขณะเดียว ในการพบกับนายกรัฐมนตรีลีโอ วารัดก้าร์ ที่มาเยือนทำเนียบขาว ทรัมป์และผู้มาเยือน ต่างก็ตกลงว่าจะไม่มีการจับมือทักทายกัน ซึ่งทรัมป์ก็บอกว่ารู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างที่ทักทายกันโดยไม่มีการจับมือ พร้อมกับบอกว่า ตอนที่เขาพบกับผู้นำญี่ปุ่น และอินเดีย ประเทศพวกนี้ทักทายกันด้วยการโค้งคำนับและการไหว้ และเขาก็ทำการโค้งคำนับและะการไหว้ให้นักข่าวดูด้วย

นอกจากนั้น ทรัมป์ที่เมื่อวันก่อนประกาศห้ามหลายสิบประเทศในยุโรปเดินทางเข้ามาในสหรัฐ บอกด้วยว่า หากพื้นที่ใดในสหรัฐมีการระบาดของไวรัสอย่างหนัก เขาก็อาจจะสั่งจำกัดการเดินทางด้วยเช่นกัน



เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย AP
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend