ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564

"ดร.รยุศด์" เสนอทางออกฝ่าทางตันการเมือง"3 เร่ง 4 สร้าง"

1.14K 6
ดร.รยุศด์ เสนอทางออกฝ่าทางตันการเมือง3 เร่ง 4 สร้าง

ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย เสนอทางออกฝ่าทางตันการเมืองและวิกฤตของประเทศ "3 เร่ง 4 สร้าง" ฟื้นคืนหลักนิติธรรมและนิติรัฐให้กับบ้านเมือง สถาปนาความเชื่อมั่นทุกฝ่าย เพื่อเริ่มต้นประเทศอีกครั้ง และพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มีความทันสมัยเท่าทันโลก เพื่อเป็นระบอบประชาธิปไตยแห่งศตวรรษที่ 21

ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี ในการทำหน้าที่ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้น หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่ารัฐบาลมีความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ปัญหาปากท้อง คนว่างงาน ความเลื่อมล้ำ และอื่นๆ ซึ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต่างได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า ไม่รวมถึงการบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และสิ่งที่สังคมตั้งคำถามมากที่สุด คือ ความล้มเหลวในการใช้หลักนิติธรรม นิติรัฐในการบริหารและปกครองประเทศ ซึ่งได้กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การชุมนุมประท้วงของนักเรียน นิสิต และนักศึกษาจากหลายสถาบัน ที่รวมตัวออกมาเคลื่อนไหวแสดงพลังเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ และผู้มีอำนาจ แสดงความรับผิดชอบ

ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า พรรคสามัคคีไทย แม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ ไม่มี ส.ส. สังกัด แต่ก็เป็พรรคที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มคนทุกรุ่นที่มีความห่วงใย และอยากเห็นบ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น นำพาประเทศก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนา และมีระบอบประชาธิปไตยที่ทันสมัยก้าวทันโลก เราจึงขอเสนอทางออกวิกฤตประเทศ เพื่อฝ่าทางตันทางการเมือง ฝากไปยังรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และผู้มีอำนาจทั้งหลาย ดังนี้


ข้อเสนอ "3 เร่ง 4 สร้าง"

1.เร่งให้มีการแก้ไขบทบัญญัติในมาตรา 256 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีตัวแทนจาก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) รัฐมนตรี ผู้พิพากษา (ฝ่ายตุลาการ) ตัวแทนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ตัวแทนประชาชนทุกกลุ่มสาขาอาชีพ และ ตัวแทนนักเรียน นิสิตนักศึกษา เพื่อมาร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มุ่งเน้นให้มีความเป็นประชาธิปไตย เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และทำให้องค์กร และสถาบันทางการเมืองทั้งหลายมีความยึดโยงกับประชาชน และสามารถตรวจสอบได้ เช่น ยกเลิกอำนาจ ส.ว. 250 คน ที่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และหาก ส.ว. มาจากการแต่งตั้งก็ควรจำกัดบทบาทหน้าที่ หรือ การจำกัดอำนาจของศาลรัฐูธรรมนูญ เป็นต้น

2.เร่งดำเนินการให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกทั้งคณะ หรือยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมตรวจสอบได้ ไม่ให้อำนาจกองทัพ ทหารหรือผู้เกี่ยวข้องกับอดีตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งรัฐบาลอาจจะทำหน้าที่เป็นรัฐบาลรักษาการจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ได้

3. เร่งดำเนินการสร้างระบบการเลือกตั้งสมัยใหม่ ด้วยการปฏิรูปคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มีความเป็นอิสระทางการเมือง ห้ามมีการแทรกแซง และมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้

4.สร้างการรับรองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน (Freedom of expression) เปิดพื้นที่อย่างเสรี รับฟังความคิดเห็นต่างของประชาชน รัฐบาล หน่วยงานความมั่นคง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆต้องถอนฟ้องและไม่ฟ้องประชาชนที่เห็นต่าง เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของประเทศให้มีความทันสมัยเท่าทันโลก เป็นระบอบประชาธิปไตยแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

5.สร้างระบบยุติธรรมสมัยใหม่ ห้ามมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ และมุ่งเน้นการรับรองการทำงานของกระบวนการยุติธรรมหรือฝ่ายตุลาการให้มีความเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซงของรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ เพื่อฟื้นฟูหลักนิติธรรม และนิติรัฐของประเทศ

6.สร้างระบบการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เข้มแข็ง จัดให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น และ กทม. ให้เร็วที่สุด

7.สร้างกลไกการมีส่วนร่วมและการตรวจสอบหน่วยงานรัฐ องค์กรอิสระ อย่างเข้มแข็งโดยภาคประชาชน เช่น การให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี หรือ องค์กรอิสระได้ หากเห็นว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือความมุ่งหมายแก่ประชาชนและประเทศชาติ

ดร.รยุศด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากข้อเสนอ " 3 เร่ง 4 สร้าง" ดังกล่าวเป็นแนวทางที่ตน และพรรคสามัคคีไทยขอเสนอไปยังรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ และผู้มีอำนาจได้พิจารณา เพื่อนำพาประเทศก้าวพ้นความขัดแย้ง เป็นประเทศที่มีพื้นที่การแสดงออกสำหรับแนวคิดที่หลากหลายและทุกคนให้ความเคารพในการเห็นต่างโดยไม่แตกแยก เป็นจุดเริ่มต้นของทุกฝ่ายในการร่วมกันพัฒนา และขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นประเทศโลกที่ 1 ต่อไป และตนเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ ก็คงไม่อยากเห็นบ้านเมืองอยู่ท่ามกลางสิ่งปรักหักพัง และคงจะไม่มีฝ่ายใดชนะ แต่ที่แพ้คือประเทศชาติและประชาชนของเรา การเป็นผู้นำจึงต้องเสียสละ หรือพลเอกประยุทธ์คิดเห็นเป็นประการอื่น?

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend