ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2564

"ประกันสังคม" ให้คนป่วย-เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ฟรี

2.24K 129
ประกันสังคม ให้คนป่วย-เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ฟรี

สำนักงานประกันสังคม ให้สิทธิการตรวจเชื้อโควิด-19 ในกรณีเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง จะได้รับการตรวจตามสิทธิในโรงพยาบาลที่เลือกไว้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สำนักงานประกันสังคม ให้สิทธิตรวจเชื้อโควิด-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากตรวจพบเชื้อโควิด-19 แต่ผู้ที่กังวลว่าตนเองจะติดเชื้อ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจ โดยมีโรงพยาบาลชั้นนำให้บริการ ค่าบริการเริ่มตั้งแต่ 3,000 บาท เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

กรณีเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมที่เลือกไว้ได้เลย แพทย์จะส่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ฟรี ในกรณีที่ติดเชื้อ โควิด-19 จริงๆ ก็จะได้รับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แต่หากไม่สามารถไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์ได้ เช่น ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัด อยู่ต่างพื้นที่ สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ หรือโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งตามระบบประกันสังคมได้ก่อนเลย โดยจะเบิกจ่ายเป็นกรณีฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ซึ่งหากต้องสงสัยว่าติดเชื้อและต้องถูกกักกัน ให้แจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิ์เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ในกรณีที่ยังไม่มีอาการป่วย กรณีนี้ประกันสังคมไม่ครอบคลุมการตรวจ หากอยากตรวจหาเชื้อจริงๆ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง

แต่หากยังไม่มีอาการป่วย ไม่แนะนำให้รีบไปตรวจหาเชื้อ เพราะระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 14 วัน ดังนั้นในช่วงแรกๆ ที่ไปมีโอกาสพบเชื้อน้อยมาก และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้คนอื่นด้วย เพราะผลตรวจเป็นลบจะทำให้ไม่ระมัดระวังตัวเอง จนแพรเชื้อให้ผู้อื่นไต้ นอกจากนี้ ถ้าตรวจรอบแรกไปแล้ว ผลคือไม่ติดเชื้อ แต่พอผ่านไปอีก 10 กว่าวันแล้วอาการไข้มา เริ่มไม่สบาย ก็ต้องกลับมาตรวจใหม่ซ้ำอีกครั้ง ทำให้ผลตรวจในครั้งแรกถือเป็นโมฆะ

กรณีไม่ได้เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง

สำหรับคนที่กลัวว่าตัวเองอาจจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาแล้ว ทั้งที่ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ หรือไม่ได้ไปประเทศกลุ่มเสี่ยง หากต้องการตรวจหาเชื้อเพื่อความมั่นใจ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเองเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลอยู่ไม่ที่แห่งที่ให้บการตรวจหาเรื้อไวรัสโควิต-19 เช่น

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลราชวิถี ค่าบริการตั้งแต่ 3,000-6,000 บาท

โรงพยาบาลเปาโล ทุกสาขา ค่าบริการตั้งแต่ 5,000-13,000 บาท

โรงพยาบาลรามาธิบดี ค่าบริการอยู่ที่ 5,000 บาท

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 ค่าบริการอยู่ที่ 5,000 บาท

โรงพยาบาลพญาไท 2 ค่าบริการอยู่ที่ 6,500 บาท

โรงพยาบาลแพทย์รังสิต ค่าบริการอยู่ที่ 7.000 บาท

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ค่าบริการอยู่ที่ 9,900 บาท

***โดยค่าใช้จ่ายในการตรวขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของการติดเชื้อซึ่งอาจจะสูงกว่าข้อมูลข้างต้น


กรณีถูกตรวจพบว่าป่วยโควิด-19 และแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว จะยังได้รับคำจ้าง ดังนี้

ค่าจ้างจากนายจ้าง - กรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถใช้สิทธิ์ลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่เกิน 30 วัน/ปี

เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม - กรณีเจ็บปวยด้วยโรครื้อรัง ประกันสังคมจะจ่ายเงินทดแทนฯให้ในอัตรา 50% ของค่าจ้าง (คิดจากฐานอัตราเงินเดือนสูงสุดของผู้ประกันตนแต่ละมาตรา) โดยไร้บครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเวันเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับเงินทดแทนฯ ไม่เกิน 385 วัน

ผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคม

ผู้ประกันตนมาตรา 33 (ทำงานกับนายจ้าง)

1. มีสิทธิ์ได้เงินทดแทนฯ เมื่อส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม ก่อนวันที่เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัวต้องลาป่วยและได้รับงินจากนายจ้างครบ 30 วันก่อน ส่วนที่ลาป่วยเกิน 30 วัน จึงสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนฯ จากประกันสังคมได้

2. มีหนังสือรับรองจากนายจ้างว่าได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยครบ 30 วันทำงานใน 1 ปีปฏิทินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้วจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริง โดยคิดจากฐานไม่เกิน 15,000 บาท ตามกฎหมายประกันสังคม โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 9 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับไม่เกิน 365 วัน

ผู้ประกันตนมาตรา 38 (ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ลาออกจากงาน แต่ยังอยู่ในสิทธิ์คุ้มครอง 6 เดือน)

1. มีสิทธิ์ได้รับเงินทดแทนฯ เมื่อสงงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเจ็บป่วยภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โตยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัวและต้องมีรายได้จากการประกอบอาชีพ หรือเจ็บปวยต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จึงถือว่ามีรายได้จากการทำงานก่อนการเจ็บป่วย

2. จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริง โดยคิดจากฐานไม่เกิน 15,000 บาท ตามกฎหมายประกันสังคม โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรัง จะได้รับไม่เกิน 365 วัน

ผู้ประกันตนมาตรา 39 (ประกันตนเอง)

มีสิทธิรับเงินทดแทนฯ เมื่อส่งงินสุมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม ก่อนวันที่ข้ารับการรักษาพยาบาล โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัว และต้องมีรายได้จากการประกอบอาชีพ

กรณีมีรายได้ หรือมีกิจการเป็นของตนเอง ให้นำหลักฐานมาแสดต่อเจ้าหน้าที่ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างจริง โดยคิดจากฐานอัตราการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 39 (4,800 บาท) ตามกฎหมายประกันสังคม โดยได้รับครั้งละไม่เกิน 9 วัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ยกเว้นเป็นโรคเรื้อรังจะได้รับไม่เกิน 365 วัน

กรณีไม่ได้ทำงานกับนายจ้าง หรือไม่มีรายได้ จะไม่สามารถเบิกสิทธิ์เงินทดแทนการขาดรายได้จากประกันสังคมได้

ผู้ประกันตนมาตรา 41 (ลาออกจากมาตรา 39 แต่ยังอยู่ในสิทธิ์คุ้มครอง 6 เดือน)

มีสิทธิรับเงินทดแทนเมื่อส่งเงินสมทบภายใน 15 เดือนย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเจ็บป่วยภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยแพทย์มีคำสั่งให้หยุดพักรักษาตัวและต้องมีรายได้จากการประกอบอาชีพ หรือเจ็บปวยต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จึงถือว่ามีรายได้จากการทำงานก่อนการเจ็บป่วย โดยจะได้รับสิทธิ์เหมือนกับผู้ประกันตนมาตรา 39

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend