ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"บิ๊กแป๊ะ" วิทยุด่วน สั่งห้าม จนท.เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง เชื้อ "โควิด19" ระบาด

1.11K 24
บิ๊กแป๊ะ วิทยุด่วน สั่งห้าม จนท.เดินทางไปประเทศกลุ่มเสี่ยง  เชื้อ โควิด19 ระบาด

"บิ๊กแป๊ะ" วิทยุด่วน สั่งการเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัด ห้ามเดินทางเข้าประเทศกลุ่มเสี่ยง การแพร่ของโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ "โควิช 19"

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือวิทยุในราชการด่วนที่สุด เลขที่ 008.35/550 ลงวันที่ 27 ก.พ. ถึงผู้รับปฎิบัติ บช.น. ก. ภ.1-9 สตม. ทท. ปส. ส. สพฐ.ตร. สทส. ศ. รพ.ตร. สตส. จต. สง.ก.ตร. กมค. สงป. สกพ. สกบ. และ สยศ.ตร. ผบก.ในสังกัด หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้รับทราบ รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วยผบ.ตร. ในสายงาน มค. ใจความ อ้างถึง วิทยุตร. ด่วนที่สุดที่ 007.35/360 ลงวันที่ 7 ก.พ.63 สั่งการให้หน่วยต่างๆทราบถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

จาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่แพร่ระบาดในสาธารณรัฐประชาชนจีนและอีกหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพื่อเตรียมพร้อมในการแก้ระบาดของโรค จึงให้ทุกหน่วยงานดำเนินการดังนี้    1.ข้าราชการตำรวจทุกหน่วยและครอบครัว ควรปฎิบัติดังนี้ 

1.1 หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่แออัด พื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 

1.2 หลีกเลี่ยงหรืองดการเดินทางไปต่างประเทศ กรณีหากจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคฯ ขอให้เตรียมความพร้อมด้านการป้องกันตนเอง เช่น เตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากากอนามัย และศึกษาคำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด โดยระหว่างการเดือนทางขอให้ระมัดระวังตนเองเป็นพิเศษ หากมีอาการผิดปกติ ให้ประสานขอความช่วยเหลือกับสถานฑูตในประเทศนั้นๆ 

1.3 เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้ว เพื่อความปลอดภัยต่อส่วนรวม ผู้เดินทางควรเฝ้าระวังอาการของตนเองในพื้นที่อาศัยเป็นเวลา 14 วัน 

1.4 หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ จาม หายใจเหนื่อยหอบ ให้ไปพบแพทย์โดยทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการับการรักษาต่อไป

ในส่วนของโรงพยาบาลตำรวจที่ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่มารับบริการและพิจารณาออกหน่วยรักษาพยาบาลเคลื่อนที่ตามความเหมาะสม จัดหาและเตรียมเวชภัณฑ์ให้เพียงพอ เตรียมบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เตรียมการส่งกลับสายแพทย์ และสนับสนุนภารกิจการเคลื่อนย้ายศพเมื่อได้รับการร้องขอ

ส่วนสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐานขอให้ดำเนินการสนับสนุนภารกิจการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีมีผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถะบุตัวตนได้ เมื่อได้รับการร้องขอ 


เรื่องโดย เจษฎา จันทรรักษ์ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend