ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563.

"พิธา" ลั่น! ประชาชน 6.3 ล้านคนเลือก เเต่ถูกยุบด้วยตุลาการ 7 คน

3.5K 1.8K
พิธา ลั่น! ประชาชน 6.3 ล้านคนเลือก เเต่ถูกยุบด้วยตุลาการ 7 คน

จากนั้นได้อภิปรายต่อในประเด็นเศรษฐกิจที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยมีใจความ ว่า เศรษฐกิจตอนนี้เป็นของนายทุน โดยนายทุน เพื่อนายทุน แม้จีดีพีไม่ได้ติดลบ แต่ปัญหาเศรษฐกิจก็มีอยู่จริง โดยความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทยปี 2562 แย่พอๆ กับที่น้ำท่วมกรุงเทพฯปี 2554

อีกทั้งอัตราการว่างงานและหนี้สินครัวเรือนตอนนี้แย่กว่ายุควิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเศรษฐกิจยุคนี้แข็งบนอ่อนล่าง ขณะที่ในยุคต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจแข็งล่างอ่อนบน ดังนั้นปัญหาตอนนี้มันจึงแก้ยาก คนรวยกับคนจนอยู่กันบนโลกคนละใบ จึงมองไม่เห็นความทุกข์ แต่ประชาชนรู้นานแล้ว ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 68 เดือน ขณะเดียวกันคำสัญญาว่ามั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตามสัญญาของรัฐบาล คำถาม คือ ใครบ้างที่ยังรู้สึกมั่นคง เด็กจบใหม่รู้สึกไม่มั่นคง คนวัยเกษียณยากจน เกษตรกรมีรายได้น้อยลงแต่หนี้สินเพิ่มขึ้น แม่ค้าพ่อค้าที่ตนไปเจอมาก็มียอดขายน้อยลง ข้าราชการหรือทหารผู้น้อยก็ไม่มั่นคง ดูจากเหตุการณ์ที่โคราช ถ้าไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน 1% ก็ไม่มั่นคง เพราะนโยบายของรัฐบาลเหมือนเอายาพาราให้คนเป็นมะเร็ง ใช้เงิน 5 แสนล้านบาท แต่นโยบายไม่มีประสิทธิภาพ


คำถามต่อมาคือใครมั่งคั่งมากขึ้น สื่อต่างประเทศที่เชื่อถือได้นำเสนอว่า 5 ตระกูลเจ้าสัวในไทย 2.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจาก 5 ปีก่อนกว่า 1 ล้านล้านบาท ตนจึงตั้งคำถามว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ให้หรือไม่ เช่น โครงการ EEC สร้างรถไฟเชื่อสนามบิน ประมูลธุรกิจปลอดภาษีให้เจ้าเดียวผูกขาดทั้งสนามบิน ขณะเดียวกันประเทศที่มีการแข่งขัน นักท่องเที่ยวจะใช้เงินมากกว่าไทยถึง 5 เท่า มีการปรับเพิ่มภาษีเหล้าขาวเพื่อที่จะไปแข่งขันเหล้าของเจ้าสัวได้

และคำถามสุดท้าย คือ ใครยั่งยืน ขณะเดียวกัน การดำเนินนโยบายก็ละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้ตั้งคำถามได้ว่าตั้งใจละเลยสุขภาพของประชาชนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่ ปัญหาแรกคือ PM 2.5 ต้นตอมาจากนโยบายของพลเอก ประยุทธ์ คือ เกษตรประชารัฐ เพิ่มพื้นที่ปลูกอ้อย 6 ล้านไร่ทั่วประเทศ และมีโรงงานน้ำตาลเพิ่มขึ้น ปีนึงคนไทยตายเพราะมลพิษทางอากาศกว่า 5 หมื่นคน และ PM 2.5 ยังกระทบถึงเศรษฐกิจเสียหาย 5 หมื่นล้านบาท อีกทั้งการปลูกอ้อยยังใช้พาราควอตมากกว่าปลูกข้าว เป็นที่สงสัยว่านโยบายนี้ใครได้ประโยชน์ ทั้งที่ราคาอ้อยก็ไม่ได้สูงขึ้น คณะกรรมการด้านการเกษตรก็มีตัวแทนในบริษัทน้ำตาลรายใหญ่เข้าไป ซึ่งในการประชุมไม่มีรายงานที่กระทรวงเกษตรฯ แต่อยู่ที่บริษัทน้ำตาล และไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากเหมืองแร่ ที่ไม่ต้องทำ EIA อีกทั้งโครงการ EEC ก็มีปัญหาขยะรีไซเคิ้ล ไทยกลายเป็นถังขยะของโลก เพราะนำเข้าพลาสติกเยอะมาก เกิดจากคำสั่ง คสช. 4/2559 หรือไม่ และขยะนั้นเกิดจากการทุจริตการนำเข้าขยะ ด้านความยั่งยืนทางเศรษฐกิจก็ไม่มี กลยุทธ์การขายออนไลน์ รัฐบาลก็ไม่เท่าทัน อีกทั้งยังเชิญนายทุนจีนมาทำธุรกิจที่ไทยให้ง่ายขึ้น ที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งทั้งหมดเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลสร้างขึ้น เงินที่ทำนโยบายก็เข้าสู่กระเป๋านายทุนไทยและต่างชาติ ประเทศไทยต้องการการผ่าตัด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend