ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2563.

นครนายก ไฟป่าลุกลามเสียหายกว่า 1,000 ไร่

170 27

ครั้งนี้มุกปริมจะพามาติดตามสถานการณ์ไฟป่าที่จังหวัดนครนายกที่ยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ระดับหนึ่ง ช่วงบ่ายที่ผ่านมาพบไฟป่าปะทุเพิ่มที่เขาฝาละมี แต่ทุกหน่วยงานไม่ย่อท้อเร่งระดมกำลังขนน้ำดับไฟป่ากันตั้งแต่เช้าจนค่ำ ภาพรวมตอนนี้พื้นที่ป่าเสียหายกว่า 1,000ไร่


นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ป้องกันสาธารณภัยจังหวัด และ พลโท ณัฐวุฒิ ชุณหะนันทน์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อย จปร. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าปฏิบัติการ การดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดนครนายก

โดยผู้ว่าฯนครนายก เปิดเผยว่า อุปสรรคในการดับไฟป่าครั้งนี้ คือ ปัญหาที่ห้ามไม่ได้เพราะมาจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งฝนไม่ตกตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว ประกอบกับกระแสลมที่พัดแรงตลอดทั้งวันโดยเฉพาะช่วงกลางคืนเวลาตี1 ถึง 6 โมงเช้า งานนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงกองทัพต่างๆให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนก็ยังคงเร่งเข้าดับไฟอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้ เฮลิคอปเตอร์ MI-17 จากศูนย์การบินกองทัพบก เครื่องบิน C-130จากกองทัพอากาศ และ เฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย

รวมไปถึงรถดับเพลิงในพื้นที่ นำน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงเข้ามาช่วยดับไฟ ทำให้ในช่วงบ่ายของวันนี้สถานการณ์ในพื้นที่เฝ้าระวัง 5 จุดเริ่มคลี่คลายลง และอยู่ในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่ควบคุมได้ เหลือเพียง2 จุด ที่ยังมีเปลวเพลิงปะทุ คือที่บริเวณเชิงเขา หมู่บ้านวังรี และล่าสุดในช่วงบ่ายที่ผ่านมาพบจุดที่ไฟป่าปะทุเพิ่มอีกหนึ่งจุดคือที่ เขาฝาละมี ต.เขาพระ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านพากันขึ้นไปดับไฟและทำแนวกั้นไฟ

ทางด้านศูนย์ปฏิบัติการสาธารณภัยจังหวัดนครนายก ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ได้สั่งให้มีการปรับแผนดำเนินงานโดยจัดกำลังชุดเดินเท้า โดยร่วมกับ กำลังพลของกองทัพ เจ้าหน้าที่ ปภ. และชาวบ้านในพื้นที่ เข้าจุดเกิดเหตุ เพื่อดับไฟในส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ เพื่อทำให้มั่นใจว่าเปลวไฟจะไม่ปะทุขึ้นมาอีก

จากสถานการณ์ไฟป่าครั้งนี้มีพื้นที่ป่าที่ได้รับความเสียหาย ประมาณ 1,000ไร่ จะต้องรอตรวจสอบอีกรอบว่ามีจุดไหนเสียหายเพิ่มบ้าง ที่ผ่านมาทางจ.นครนายกได้มีการทำแนวป้องกันไฟป่า แต่ด้วยครั้งนี้ไฟป่ารุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมาเพราะแล้งหนัก ผู้ว่าฯบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะต้องทบทวนวางแนวป้องกันไฟให้ได้มาตรฐานและครอบคลุมมากขึ้น และจะต้องสร้างมาตรการทำให้คนรักป่ามากขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ได้ประสานไปยัง สาธารณสุขจังหวัดจัดเตรียมรถพยาบาล และเวชภัณฑ์ยา เตรียมความพร้อมคอยอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนในพื้นที่และผู้ปฏิบัติงานแม้ว่าขณะนี้ยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถ ควบคุมสถานการณ์ให้ไฟดับสนิทได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าจะบูรณาการร่วมกันควบคุมไฟป่าเพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแน่นอนสำหรับเรื่องการฟื้นฟูหารือเบื้องต้น อีกไม่นานจะเข้าฤดูฝน ป่าน่าจะฟื้นตัวภายใน 2-3 ปี ทางเจ้าหน้าที่ก็อาจเพิ่มเติมปลูกต้นไม้เพิ่มเพื่อให้ชุ่มชื้นกลับขึ้นมา

เรื่องโดย มุกระวี ดีบุกคำ | ภาพโดย มุกระวี ดีบุกคำ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์