ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

ลุ้น 21 ก.พ. ชี้ชะตา! "ดร.เสรี - อ.จักษ์" เชื่อ "ช่อ-ธนาธร" ไม่สิ้นฤทธิ์! แม้ถูกยุบพรรคอนาคตใหม่

580 19
ลุ้น 21 ก.พ. ชี้ชะตา! ดร.เสรี - อ.จักษ์ เชื่อ ช่อ-ธนาธร ไม่สิ้นฤทธิ์! แม้ถูกยุบพรรคอนาคตใหม่

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.55 - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (19 ก.พ.) "ทอม ทศวรรต ทะสุวร" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้สัมภาษณ์ความคิดเห็น "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" และ "อ.จักษ์ พันธ์ชูเพชร" ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย เกี่ยวกับประเด็นร้อนทางการเมือง

วันศุกร์ชี้ชะตาพรรคอนาคตใหม่?

อ.จักษ์ : "เป็นศุกร์แห่งความสุข จะได้รู้ซะที การตัดสินในวันศุกร์จะเป็นต้นแบบในการตัดสินคดีแบบนี้ต่อไป"

สรุปพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้หรือไม่?

ดร.เสรี : "พี่ว่ามีความแตกต่างระหว่างกฎหมายบุคคลกับมหาชน เขาบอกว่าถ้าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับบุคคล เขาจะมีคำสั่งห้ามว่าไม่ให้ทำอะไรอะไรที่ไม่ห้ามเราทำได้ แต่ถ้าเป็นกฎหมายมหาชน เขาจะบอกว่าเราทำอะไรได้บ้าง และอะไรที่ไม่กำหนดว่าให้ทำได้ ถ้าเราทำจะผิด ฉะนั้นพรรคการเมืองเป็นหน่วยงานมหาชน เมื่อเขากำหนดว่ารายได้ของพรรคมีหนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ด ถ้าเกินนั้นแสดงว่าทำไม่ได้"

อ.จักษ์ : "เห็นมั้ยว่าข้าราชการที่เขาเป็นกฎหมายมหาชน เขาจะบอกว่าอันนี้ไม่ได้ กฎหมายกำหนด กฎหมายไม่ได้บอกให้เขาทำเขาจะทำไม่ได้เลย ในขณะที่กฎหมายเอกชน ให้ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นที่กฎหมายสั่งห้าม เช่นบอกว่าอย่าเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี อย่างนี้เป็นต้น ทีนี้พรรคการเมืองเป็นกฎหมายมหาชน ไม่ใช่กฎหมายเอกชน ศัพท์ธุรกิจที่เขามาอ้างว่าบริษัททำได้ มันคนละเรื่องกันเลยนะ น่าเสียดายตรงที่คนอธิบายเป็นคนมีความรู้ซะด้วยสิ"


การที่พรรคการเมืองกู้เงิน พรรคการเมืองถือว่าเป็นนิติบุคคลหรือเปล่า?

ดร.เสรี : "เป็นนิติบุคคลแบบมหาชน เรื่องเขาเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก"

อ.จักษ์ : "พรรคการเมืองไม่ใช่บริษัทจำกัด เนื่องจากเขาไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อกำไร เราเอากฎหมายเอกชนก็ผิดอยู่แล้วนะ ยิ่งมาพูดว่ากู้ยืมเงินได้ มันฟังไม่ขึ้น"

ตอนนี้มีการเคลื่อนไหวสองรูปแบบ ฝั่งนักบัญชีที่บอกว่ากู้ได้ กับฝั่งเจตนารมณ์กฎหมายบอกว่าไม่ได้ เอาแบบไหนเป็นหลัก?

ดร.เสรี : "เขาเป็นพรรคการเมือง ก็ต้องเอากฎหมายพรรคการเมือง จะไปเอากฎหมายแพ่งพาณิชย์ไม่ได้ เพราะเจตนารมณ์กฎหมายเขาไม่ต้องการให้มีนายทุนมาครอบงำ เมื่อเขาบอกว่าห้ามใช้เงินบริจาคมากกว่า 10 ล้าน แต่เลี่ยงไปเป็นเงินกู้ ถามว่าถ้าอย่างนี้เศรษฐีคนหนึ่งอยากให้พรรคการเมืองพรรคหนึ่งไปเป็นพวกเขา เอาเงินไปให้กู้ได้มั้ย แล้วไปดูกฎหมายต่อไปนะ เงินของพรรคการเมืองต้องเอามาใช้ในกิจกรรมพรรคการเมืองเท่านั้น เอามาใช้หนี้ ใช้ดอกเบี้ยไม่ได้ ต้องเป็นกิจกรรมด้านการเมือง สมมติถ้าวันนี้เขาจะระดมทุนด้วยการเลี้ยงโต๊ะจีน เงินตรงนี้ไม่น่าเอามาใช้หนี้ได้"

อ.จักษ์ : "ไม่ได้ การใช้หนี้ไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง ต้องถามว่าเขามีสิทธิ์ไปกู้มั้ย เขาไม่น่าจะทำได้ ปกติแล้วโดยปกติกฎหมายเขาตีความตามตัวบทกฎหมาย ถ้ายังไม่ชัดเจนก็ตีความตามเจตนารมณ์ ไม่เกี่ยวกับเอาเรื่องเอกชนมาอ้าง ส่วนคุณจะไประดมทุนเพื่อมาใช้ในกิจกรรมทางการเมืองทำได้ แต่เอามาใช้หนี้มันไม่น่าจะได้"

ดร.เสรี : "เพราะถ้าคุณได้เงินมาจากโต๊ะจีนแล้วเอามาใช้หนี้ก็ทำได้นะ เพราะไม่ใช่กิจกรรมการเมือง"

เป็นการปลุกกระแสทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการหรือเปล่าเพื่อให้รอด?

ดร.เสรี : "เขาพยายามต่อสู้เพื่อการตีความตรงนี้ไง เข้าใจนะว่าทำไมศาลไม่มีการไต่สวน เพราะว่าเวลานี้ในแง่ข้อเท็จจริงเขากู้เงินมั้ย เขากู้แน่ๆ เขาพูดเองด้วยนะ หัวหน้าพรรค โฆษกพรรคพูดเอง การรายงานทรัพย์สินไปก็ชัดเจน มันไม่ต้องมีอะไรไปซักอีกแล้วว่ากู้หรือไม่กู้"

ธุรกิจครอบงำพรรคการเมืองแบบนี้เข้าข่ายมั้ย เพราะหัวหน้าพรรคให้กู้เงิน?

ดร.เสรี : "ก็เนี่ยแหละที่เขาคิดกัน ว่าการที่เศรษฐีคนนึงเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เสร็จแล้วก็ใช้เงิน 191 ล้านเข้ามาตรงนี้เขาคงชี้เป็นชี้ตายได้ หลายที่ก็เห็นว่าเขาชี้ได้จริงๆ"

อ.จักษ์ : "มาประเด็นให้กู้ยืมเหมือนกัน ฝั่งกรรมการพรรคอนุญาตให้กู้ คนให้กู้พร้อมให้กู้ กรรมการเองก็อยากจะกู้ เวลาผิดมันก็ต้องผิดทั้งสองฝ่าย"

ถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคที่เหลืออยู่จะอย่างไร?

ดร.เสรี : "กรรมการบริหารพรรคก็ต้องเว้นวรรคอย่างแน่นอน ถ้าเป็นส.ส. ก็หลุดจากส.ส. ตอนนี้ก็มีคนบอกลาออกไปก่อนสิ จะได้ขยับคนอื่นขึ้นมา จะได้ไม่เสียจำนวน แต่ถ้าไม่ลาออกแล้วถูกยุบจริงๆ ลำบากนะ"

อ.จักษ์ : "ผมมองว่าที่เขาไม่ลาออก คิดว่าเขามองไปอีกช็อตนึง ว่าเขาถูกรังแก นี่คือเป้าหมายการต่อสู้ เพราะพรรคอนาคตใหม่ใช้ในการต่อสู้ ถูกรังแก เอาเปรียบมาตลอด เป็นแนวคิดพวกซ้ายเก่าๆ ที่เขาใช้กัน"

ความคิดซ้ายจัดคืออะไร?

ดร. เสรี : "กลยุทธ์พวกซ้ายคือต้องพูดจากดทับ พูดจาให้คนที่เขาจะเอาเป็นพรรคให้ต่ำลง แล้วเขาจะเป็นอัศวินม้าขาว วิธีการก็จะพวกคุณถูกริดรอนเสรีภาพ เสียเปรียบต่างๆ นานา เราจะมาช่วยให้คุณหลุดพ้น ฉะนั้นเด็กถูกครอบงำ คนยากคนจนถูกกดทับ ไปพูดกับชาวเขาว่าไม่ทัดเทียม จนชาวเขาออกมาพูดว่าในหลวงร.9 พระราชทานเหรียญให้พวกเขา ก่อนพวกเขามีบัตรประชาชน เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนไทย เขาใช้กลยุทธ์นี้แหละ กดๆๆ แล้วเขาเป็นคนมายก นี่คือวิธีการซ้ายของเขา เหมือนเรื่องทหารเกณฑ์ ทหารถูกกด ชาวเขาถูกกด เยาวชนถูกกด เขาพยายามกดคนอื่นลงแล้วบอกว่าฉันนี่แหละจะยกขึ้น"

สมมติผัวบริจาค 10 ล้านแล้ว เมียจะบริจาคได้อีกมั้ย?

ดร.เสรี : "อันนี้เป็นที่กังขาของคนจำนวนมาก เผอิญทุกคนไปที่เรื่องเงินกู้ เรื่องนี้ก็เลยยังไม่มีใครไปแตะ แต่สมมติว่าวันศุกร์เขาไม่ถูกยุบ ยกฟ้อง ถ้ามีคนเอาเรื่องนี้มาทีหลัง จะเป็นไปได้มั้ยเขาบอกว่านิติสงครามไม่จบไม่สิ้น"

อ.จักษ์ : "ไม่หรอกครับ ผมมองว่าเขาอาจทำได้ ต้องให้ชัดว่าตกลงเงินบริจาคคิดรวมสามีภรรยา หรือคิดแยก ต้องเอาให้ชัด"

ดร.เสรี : "ถ้าจะทำต้องรีบทำก่อนตัดสิน ถ้าทำหลังตัดสินก็จะบอกว่าเห็นมั้ยล่ะ พอเขาถูกยกฟ้อง ก็จะทำนิติสงครามให้ได้ เอาเรื่องนี้มา"

อ.จักษ์ : "เรื่องนี้น่าต้องให้เคลียร์ให้ชัด คาราคาซังต่อไป ปัญหาตามมาแน่ เพราะเราเข้าใจว่าสามีภรรยาแต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว สามารถเป็นบุคคลเดียวกันได้"

ดร.เสรี : "ถูกต้อง ถ้าซื้อที่ดิน เมียจะซื้อผัวก็ต้องเซ็น"

อ.จักษ์ : "ขนาดแจงบัญชีทรัพย์สิน เมียนอกสมรสยังต้องแจงเลย"

เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ที่เขาบอกว่าคิดดอกเบี้ยต่ำแก่คนในพรรค แบบนี้จะหยิบยกมาได้หรือเปล่า?

ดร.เสรี : "ได้นะ สมมติเราพูดถึงการค้าระหว่างประเทศ สมมติเราให้เงินชาวนากู้ดอกเบี้ยต่ำ ประเทศอื่นกล่าวหาเราได้ว่าเราไปหนุนให้เกษตรกรต้นทุนต่ำ ทำให้สินค้าไปแข่งในตลาดโลกได้ เขายังไม่ยอมเลย ฉะนั้นบัญชีนึง 7 เปอร์เซ็นต์ บัญชีนึง 2 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ถือประโยชน์อื่นใดมั้ย"

อ.จักษ์ : "ผมว่าตีความได้นะ เพราะปกติให้ดอกเบี้ยอีกแบบ ต้องมีเหตุมีผลว่าทำไม"มองว่ากี่เปอร์เซ็นต์ยุบหรือไม่ยุบ?

อ.จักษ์ : "เราไม่ก้าวล่วงเรื่องแบบนี้ เพราะเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของท่านตุลาการ แต่ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับ"

กรณีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ธนาธรจะติดคุกหรือไม่?

ดร.เสรี : "อยู่ที่กกต. จะหยิบเอามาตรานั้นมาจัดการหรือเปล่า"

ล่าสุดมีการเปรียบเทียบว่าคดีธนาธรกับทักษิณ จะมีการตัดสินแบบเดียวกันหรือเปล่า?

อ.จักษ์ : "รายละเอียดสองคดีนี้แตกต่างกัน เราไม่ควรเอาสองคดีมาเปรียบเทียบ ผมว่าใช้กฎหมายคนละฉบับ เงื่อนไขคนละแบบ การตัดสินเอามาเปรียบเทียบไม่ได้"

มีการล่ารายชื่อ โดยเฉพาะคนดัง จะกดดันศาลตุลาการหรือเปล่า?

ดร.เสรี : "แน่นอน เขาต้องการใช้เรื่องตัวเลขไปกดดันศาล เหมือนปี 2544 เคยทำมาแล้ว และมีตุลาการบางคน ซึ่งถูกสาปแช่งมาก ไปตัดสินเลยว่า เขาเลือกกันมาเยอะแยะ จะไปให้เขาผิดไม่ได้ รอบนี้เลยมีคนอ้างแบบเดียวกัน เฮ้ย มีคน 6 ล้านคนเลือกมา คุณแค่ 9 คนจะตัดสินได้อย่างไร แต่มองว่าถ้าเราไม่เอากฎหมายพิจารณาความผิด แต่เอาจำนวนคนที่ล่ารายชื่อได้มากดดัน อีกหน่อยดารา นักร้อง แชมป์กีฬา คนอ่านข่าวพิธีกร เน็ตไอดอล ทำผิดอะไรก็ไม่ผิด"

อ.จักษ์ : "ไหนบอกตัวเองเป็นประชาธิปไตย การใช้เสียงจำนวนคนมากๆ แบบนี้ เขาเรียกกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายสิ ผมหวังว่าการออกมาสร้างแคมเปญ ต่อต้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ ผมคิดว่าเขามองสองช็อต ช็อตแรกเพื่อความกดดัน ถ้าได้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ได้เมื่อถูกยุบพรรคจริงๆ เขาจะใช้ตัวนี้แหละบอกว่า 9 เสียงสามารถลบ 6 ล้านเสียงได้ และจะดึงคนเข้ามาวัฎจักร"

จะมีการลงถนนมั้ย?

อ.จักษ์ : "ผมว่าไม่ง่าย การลงถนนคือเส้นทางมันตีบตันจนไปไม่ได้แล้วจึงลงถนน แต่ ณ วันนี้เส้นทางในสภาก็ยังมีอยู่ ยังเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ เส้นทางศาลคุณก็ยังต่อสู้ได้ แล้วคุณจะดึงมาตรงนี้ ผมคิดว่าไม่ง่าย แต่ทั้งนั้นทั้งนั้นเขาก็สร้างกระแสให้ได้ เขาจะเดินสาย แต่คิดว่าไม่ง่าย"

ดร.เสรี : "ต้องดูธรรมชาติคนสนับสนุนเขาด้วย ขณะนี้แฟนคลับเขาเป็นวัยรุ่นส่วนใหญ่ ไม่รู้เขาจะพร้อมมาหรือเปล่า นี่จากสถิติธรรมชาติ เพราะเขาจัดหลายรอบ ไม่ว่าจะวิ่งไล่ลุง มันก็หลักพันมาตลอด เพราะฉะนั้นถ้าลงถนนไม่เกินหลักหมื่น ก็ไม่มีผลอะไรหรอก"

อ.จักษ์ : "ยิ่งมีพระราชบัญญัติการชุมนุมที่ต้องมีคนรับผิดชอบ ผมว่าไม่ง่าย และพี่น้องคนไทยเบื่อหน่ายกับการต่อสู้บนถนน มันเจ็บปวด สูญเสีย ในเมื่อเราต้องการประชาธิปไตย ก็ใช้ในสภา ใช้ในระบบให้ถูกต้อง"

ดร. เสรี : "ผู้เชี่ยวชาญด้านการชุมนุมก็ออกมาพูดตรงกัน ทั้งพันธมิตร กปปส. นปช. ว่ารอบนี้ถ้าคิดจะลงถนนไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่ผ่านมา"

คุณช่อกับธนาธรจะสิ้นฤทธิ์มั้ยหลังจากนี้ไป?

อ.จักษ์ : "ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาลว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ตัดสิทธิ์หรือไม่ ไม่ว่าใครถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็ต้องไปอีกเส้นทางนึงแล้ว คนบางคนเหมาะสมเป็นนักวิชาการมากกว่านักการเมือง คนบางคนเหมาะสมเป็นนักเคลื่อนไหวมากกว่านักการเมือง"

ดร.เสรี : "แต่พี่ว่าเขาไม่สิ้นฤทธิ์ เขาต้องเดินสายต่อไปตามที่เขาตั้งใจ"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend