สถาบันทิศทางไทย ออกแถลงการณ์ ปมยุบพรรคอนาคตใหม่

16 ก.พ.63 - แถลงการณ์สถาบันทิศทางไทย เรื่อง รณรงค์ให้ทุกคนในสังคมเคารพ ยอมรับในหลักกฎหมาย และผู้ที่ทำผิดกฎหมาย พึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

สังคมทุกสังคมจะเป็นปกติสุขได้ คนในสังคมพึงต้องยึดถือแกนกลางอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกัน แกนกลางที่ว่านั้นคือ หลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่การมี "นิติรัฐ" กี่ปกครอง "ตาม" ตัวบทกฎหมาย (มิใช่การปกครอง"ด้วย" กฎหมาย(ป็นเครื่องมือ) ซึ่งหลักนิติธรรมและนิติรัฐจะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากการเคารพ ยอมรับในกฎหมายและปฏิบัติของกฎหมายของคนในสังคม
จริงอยู่แม้ข้อกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอยู่ทั้งหมดอาจยังพูดไม่ได้ว่านำไปสู่ความยุติธรรมโดยสมบูรณ์แบบ แต่นั่นเป็นปัญหาเรื่องการทำให้เกิดความเที่ยงธรรมและการใช้กฎหมายโดยเสมอภาค อันคนละเรื่องกับการไม่เคารพกฎหมาย เพราะสังคมใดที่ผู้คนปราศจากการเคารพกฎหมาย ก็จะนำพาสังคมนั้นๆ ไปสู่ภาวะไร้ซึ่งระเบียบกฎเกณฑ์ บ้านเมืองไม่มีชื่อไม่มีแป และอาจถึขั้นเกิดอนาธิปัตย์ ไร้รัฐ ชุมชน สังคมล่มสลายในที่สุด
หากไม่มีความชั่วใดที่จะถูกล้มล้างด้วยความชั่วฉันใด ก็ไม่มีความอยุติธรรมใดที่จะถูกลัมล้างด้วยความอยุติธรรมฉันนั้น การสถาปนาหลักนิติธรรมหรือนิติฐให้เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ย่อมมิอาจเป็นไปได้เลย หากมีการคัดค้านการเคารพไม่ยอมรับและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้ทำผิดกฎหมายมิว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่ เมื่อทำผิดก็อ้างว่าไม่ควรได้รับโทษเพราะความไม่รู้ในข้อกฎหมาย หรืออ้างถึงเจนาอันสูงส่ง หรือคุณประโยชน์ที่เคยทำเพื่อให้ตนเองมิต้องได้รับโทษไม่ได้

นั่นไม่ต้องพูดถึงการเรียกร้องหรือรณรงค์คัดค้านให้ไม่ดำเนินการทางกฎหมายกับใครคนหนึ่งคนใดที่ทำผิดกฎหมายด้วยเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม
การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่คำนึงถึงคนอื่น ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อส่วนรวม ปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคมโดยสิ้นเชิง ดังที่มีนักวิชาการ นักธุรกิจ ศิลปิน บุคคลและกลุ่มบุคคล ออกมารณงค์คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคำร้องของกกต. กรณีพรรครับเงิน(กู้)ของนายธนาธร
สถาบันทิศทางไทยไม่ได้เรียกร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ หรือ คัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่ อย่างหนึ่งอย่างใดแต่เรียกร้องให้ทุกคนในสังคมเคารพ ยึดถือ และยอมรับต่อกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอันเกี่ยวข้องเมื่อพรรคอนาคตใหม่ทำผิด และหากศาลมีคำวินิจฉัยว่าความผิดนั้นเข้าข้อกฎหมาย การลงโทษพรรคอนาคตใหม่ตามตัวบทกฎหมายก็พึงต้องเป็นไปโดยปราศจากข้อยกเว้น ไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่จะอ้างถึงอุดมการณ์ เจตนารมณ์เช่นไรก็ตาม
แต่หากศาลวินิจฉัยว่าพรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิดตามข้อกฎหมาย ก็ควรจะยอมรับคำวินิฉัยนั้นแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยในทางอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่อย่างไรก็ตาม

กระนั้นการอ้างว่า มีความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมที่มีความ "จงใจ" และ "เจตนา" กลั่นแกล้งพรรคอนาคตใหม่ เป็นที่ประจักษ์ชัดโดยข้อเท็จจริงว่าที่ผ่านมา มีขั้นตอนของการบังคับใช้กฎหมายที่ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน และศาลก็มีได้เห็นคล้อยตามคำร้องของกกต..ไนทุกเรื่อง ดังกรณีศาลรัฐธมนูญได้วินิจฉัยยกคำร้องคดียุบพรรคอนาคตใหม่ที่มีผู้ร้องว่าพรรคล้มล้างการปกครอง โดยยึดถือข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยมิได้ถือประโยชน์ของพรรคหรือผู้ร้องฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นที่ตั้ง (พฤติกรรมของพรรคมีความคลุมเครือ แต่ไม่เข้าข้อกฎหมายล้มล้างการปกครองแต่อาจมีความผิดในข้อกฎหมายข้ออื่น)
สถาบันทิศทางไทยขอเชิญคนไทยทุกคนที่มีเจตนารมณ์เดียวกันว่า สังคมเราจะอยู่อย่างปกติ จำต้องยอมรับในกฎหมาย และผู้ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฏหมายโดยไม่มีข้อยกวัน ได้แสดงเจตนารมณ์นี้ให้ประจักษ์และพร้อมเพรียงโดยการร่วมลงชื่อสนับสนุนในช่องทางต่างๆ เพื่อมิให้กลุ่มการเมืองใดๆ และผู้ไม่หวังดีอาศัยสถานการณ์สร้างกระแสความเข้าใจผิดต่อกระบวนการยุติธรรม ใช้อำนาจกระแสสังคม แทรกแชงกระบวนการยุติธรรมให้ยกโทษให้พรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมาย มิว่าจะเป็นพรรคใด
หากคิดว่าการทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ มิใช่สิ่งถูกต้องฉันใด วิญญูชนย่อมพึงสำนึกรู้ว่าการใช้อำนาจสังคมแบบใดก็ตามบังคับฉีก "สภาพการบังคับตามกฎหมาย" ทิ้ง ก็คงเป็นสิ่งที่มิได้ถูกต้องกว่ากันแต่อย่างใดด้วยคารวะในจิตวิญญาณแห่งความเที่ยงธรรมในใจทุกท่าน