ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

ฟิลิปปินส์ฉีกสัญญาทางทหารกับสหรัฐได้หรือเสีย

657 23
ฟิลิปปินส์ฉีกสัญญาทางทหารกับสหรัฐได้หรือเสีย

ฟิลิปปินส์แจ้งสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ว่าขอถอนตัวจากข้อตกลงทางทหารที่มีอายุ 22 ปี ข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ของสองชาติมากน้อยแค่ไหน และฟิลิปปินส์จะได้หรือเสียจากการตัดสินใจครั้งนี้

ฟิลิปปินส์เริ่มนับถอยหลังสู่การสิ้นสุดของข้อตกลงเยี่ยมเยือนทางทหาร หรือ วีเอฟเอ ที่ร่วมลงนามกับสหรัฐเมื่อปี 2541 หลังจาก ทีโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รัฐมนตรีต่างประเทศส่งหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาลสหรัฐอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารว่า ฟิลิปปินส์จะยุติความร่วมมือตามข้อตกลง ทำให้การถอนตัวจะมีผลอย่างเป็นทางการภายใน 180 วัน และระหว่างนี้สหรัฐมีเวลาโน้มน้าวให้ฟิลิปปินส์เปลี่ยนใจได้ แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่า ไม่กังวลเรื่องนี้ และการยุติสัญญาก็ช่วยประหยัดงบประมาณได้อีกมาก 


ภายใต้ข้อตกลงวีเอฟเอ อนุญาตให้ทหารสหรัฐหลายพันนายผลัดเปลี่ยนเข้ามาปฏิบัติภารกิจเพื่อมนุษยธรรมและร่วมซ้อมรบในฟิลิปปินส์ 

ชนวนเหตุที่ทำให้ดูเตร์เตตัดสินใจฉีกข้อตกลงฉบับนี้เกิดจากสถานทูตสหรัฐยกเลิกวีซ่าของวุฒิสมาชิกโรนัลด์ บาโต เดลา โรซา ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการตำรวจฟิลิปปินส์และกำกับดูแลการทำสงครามกวาดล้างยาเสพติด และวุฒิสภาสหรัฐผ่านญัตติเรียกร้องให้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ที่เกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด และการกักขังวุฒิสมาชิก ไลลา เด ลิมา ที่วิจารณ์สงครามยาเสพติดนองเลือด

แต่สมาชิกบางคนทั้งในรัฐบาลและวุฒิสภาฟิลิปปินส์ไม่เห็นด้วยกับการตอบโต้สหรัฐด้วยการยกเลิกข้อตกลงวีเอฟเอ ที่พวกเขามองว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมาข้อตกลงนี้ทำให้ฟิลิปปินส์ได้รับความช่วยเหลือในการกวาดล้างกลุ่มสุดโต่ง ที่ยึดเมืองมาราวีในปี 2560 และการป้องกันการรุกล้ำของจีนในน่านน้ำพิพาทในทะเลจีนใต้ และทำให้ฟิลิปปินส์ได้รับความช่วยเหลือทางทหารรวม 1,300 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2541 

ยิ่งกว่านั้นหากไม่มีข้อตกลง วีเอฟเอ จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อข้อตกลงทางทหารสำคัญระหว่างสองประเทศอีก 2 ฉบับด้วย เพราะหากไม่มีข้อตกลงที่อนุญาตให้ทหารสหรัฐเคลื่อนกำลังพล ปฏิบัติการ และเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ไปยังฟิลิปปินส์ได้อย่างเสรีแล้ว ก็เป็นเรื่องยากที่สหรัฐจะปฏิบัติตามสนธิสัญญาการป้องกันร่วมกัน ที่มุ่งปกป้องฟิลิปปินส์หากถูกโจมตี

นอกจากนี้รัฐมนตรีการค้าฟิลิปปินส์แสดงความกังวลด้วยว่า โอกาสเริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐภายในปีนี้จะริบหรี่ลงด้วย แต่ก็ยังหวังว่าสหรัฐจะแยกเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าออกจากเรื่องการเมืองและความมั่นคง

ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐแสดงความผิดหวังและความกังวลกับการยกเลิกข้อตกลง วีเอฟเอเช่นกัน โดยมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหม บอกว่า การตัดสินใจของฟิลิปปินส์เป็นการเดินทางผิด 

ข้อตกลงวีเอฟเอมีความสำคัญต่อสหรัฐไม่น้อยเช่นกัน เพราะหากข้อตกลงสิ้นสุดลงจะทำให้การรวบรวมข่าวกรองและการปราบปรามการก่อการร้ายในภูมิภาคของสหรัฐทำได้ยาก ยิ่งกว่านั้นเมื่อหนึ่งในพันธมิตรทางทหารเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐถอนตัวออกจากข้อตกลงกับสหรัฐ ก็ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐในฐานะผู้ให้ความคุ้มครองแก่ประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้

แม้ดูเตร์เตยืนยันมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2559 ว่าต้องการให้ฟิลิปปินส์ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระจากสหรัฐ และต้องการแยกทางกับสหรัฐทั้งในด้านการทหารและเศรษฐกิจ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานต่อไป โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ของสองประเทศยังอบอุ่นดี ส่วนทรัมป์ก็ยืนยันว่า เขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับดูเตร์เต ดังนั้นประตูเจรจาเพื่อรักษาข้อตกลงวีเอฟเอยังคงเปิดกว้างอยู่ในช่วง 3 เดือนจากนี้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend