ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

"จตุพร" ชี้ ยุบพรรคอนาคตใหม่แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง

202 13
จตุพร ชี้ ยุบพรรคอนาคตใหม่แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง

นายจตุพร พรหมพันธ์ ชี้ ยุบพรรคอนาคตใหม่แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง ชี้ความทุกร์ร้อนของประชายนยังคงอยู่ แนะ กรรมาการบริหารพรรคตั้งสติ เร่งตัดสินใจทางการเมืองจะลาออกหรือไม่ เพื่อรักษาสถานะและความเป็นส.ส.ไว้

ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงการยุบพรรคอนาคตใหม่ แนวรบไม่เปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนพูดมาหลายครั้งและเห็นความเป็นไปคือการเตรียมความพร้อมรับมือของพรรคอนาคตใหม่ เพราะประวัติศาสตร์ของประเทศไทยนั้นมีมาแล้วอย่างน้อย 4 พรรคการเมืองซึ่งมีการออกแบบแตกต่างกันไป

โดยเฉพาะตอนยุบพรรคไทยรักไทยคืออยู่ในระหว่างรัฐบาลที่มีการรัฐประหาร ซึ่งหลายคนคิดว่าพรรคการเมืองที่มีสมาชิกกว่า 14 ล้านคนจะไม่มีใครกล้ายุบพรรค /เพราะในวันเดียวกันนั้นมีการอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดียวกัน

หลังการยุบสภาในปี 2549 และนำไปสู่การรัฐประหารนั้น 2 พรรคการเมืองได้ยื่นยุบพรรคระหว่างกัน คือ คือพรรคประชาธิปัตย์ยื่นยุบพรรคไทยรักไทยในข้อหาว่าจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจบอยคอร์ดการเลือกตั้ง

ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 40 ได้ออกแบบไว้ว่าหากกรณีมีผู้สมัครคนเดียว ผู้สมัครคนนั้นจะต้องได้รับเสียงเกินกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ในเขตพื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ผูกขาดของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานั้นปรากฏว่ามีการขัดขวางและดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีคะแนนเสียงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ได้ฟ้องร้องว่าพรรคไทยรักไทยได้จ้างพรรคเล็กลงสมัครหารับเลือกตั้ง

ขณะเดียวกันพรรคไทยรักไทยก็ฟ้องประชาธิปัตย์ว่าใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยในกรณีดังกล่าว จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบพรรค แต่พรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค / ต่อมาก็เป็นพรรคพลังประชาชนและถูกยุบพรรคอีกครั้ง ดังนั้นโทษการยุบพรรคชัดเจนว่า หาก ส.ส.เป็นกรรมการบริการพรรคก็พ้นสภาพโดยตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี

ดังนั้นการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ในอีก 2 วันข้างหน้านั้น จากการที่ตนติดตามการแถลงข่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ก็มีการเตรียมความพร้อม เพราะ ชะตากรรมของการถูกยุบพรรคนั้นจะต้องมีพรรคสำรองไว้ และหากถูกยุบพรรคจริงนั้นกรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ดังนั้นต้องดูว่า กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส.จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร หากวัดดวงตัดสินใจไม่ลาออกก็ต้องยอมรับว่าจะต้องเสียส.ส.ไปทั้งหมด 11 ที่นั่งจากจำนวน 76 เหลือ 65 ที่นั่ง

แต่หากตัดสินใจเด็ดขาดคือ การน้อมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และวางแผนกันอย่างมีสติ ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตัดสินใจลาออกทั้ง 11 คนเพื่อให้ลำดับถัดไปได้ขึ้นมาเป็นส.ส. ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเวลาที่จะต้องตั้งสติเพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดของจำนวนส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรดังนั้นเชื่อว่าอยู่ระหว่างการชั่งใจ เนื่องจากมีแบบอย่างและบทเรียนให้ได้เห็นมาแล้ว

นายจตุพร กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านที่นัดหมายกันว่าพรุ่งนี้ว่า ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอภิปรายเพื่ออะไร เพราะ หากการอภิปรายเต็มไปด้วย น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ไม่กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ก็ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แม้เสียงในสภาฝ่ายรัฐบาลจะชนะฝ่ายการ แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือการสื่อมายังประชาชน และหากผลของการอภิปรายที่คนทั้งประเทศฟังแล้วว่า รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ แม้จะเป็นเสียงข้างมากก็ตามรัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้

แต่หากการอภิปรายเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยก็ยิ่งทำให้ลดความเชื่อมั่นลงไปตามลำดับดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นคือการไม่ไว้วางใจไม่ใช่เวทีของการสรรเสริญเยินยอหรือเป็นเวทีเพื่อการแนะนำ /การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายอาจจะแนะนำรัฐบาลได้แต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะต้องบรรยายความผิดในสภาให้ครบถ้วน เพราะการอภิปรายของส.ส.ในสภาจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตราบใดที่ไม่ไปพาดพิงบุคคลที่ 3 ก็จะฟ้องร้องกันไม่ได้

แต่สาระสำคัญจะต้องกำหนดเป้าหมายว่าต้องการอะไรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ / เป็นกลยุทธ์มากกว่าตัวบุคคล / บางเรื่องนั้นใช้กระทู้หรือวิธีอื่นใดในการซักถาม / บางเรื่องใช้กระบวนการถอดถอนอย่างเดียวได้ ดังนั้น การอภิปรายจะต้องชี้ให้ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่าที่สุดแล้วไว้วางใจไม่ได้จริงๆ / เหมือนอย่างที่ตนเคยบอกว่าไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่ให้ใช้ความจริงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนในฐานะที่เคยเป็นผู้ทำหน้าที่เป็น ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลนั้นรู้ว่า ควรจะต้องทำข้อมูล ที่เป็นข้อมูลสามารถสื่อสารกับประชาชน ดังนั้นสภาวการณ์ที่ตนเคยบอกว่าแนวรบไม่เคยเปลี่ยนแปลงว่า ความยากจนยังมีอยู่

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในวันนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือปัญหาความยากจน ปัญหาภัยแล้งซึ่งจะทำให้ยิ่งยากจนหนักขึ้น ขณะเดียวกันก็จะประสบกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งแทบจะปกคลุมไปทั้งประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไม่เคยพบกับปัญหาเหล่านี้ ดังนั้นแต่ละเรื่องราวก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรวมถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำที่เป็นภัยทางเศรษฐกิจก็ยังคงอยู่มีนายทุนไม่กี่คนของประเทศนี้ยังเสพสุขอยู่ได้ แต่คนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ก็ยังมีความทุกข์แสนสาหัส

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์