ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2563.

ไทยเข้ารอบ 8 ทีม มากกว่าสร้างประวัติศาสตร์

850 68

ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดยู 23 สร้างประวัติศาสตร์เมื่อทำผลงาน เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลชิงแชมป์เอเซีย และกำลังลุ้นที่จะไปต่อรอบ 4 ทีม ติดตามได้จากรายงาน


การทำผลงานเสมอกับอิรัก 1 ประตูต่อ1 ของฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอายุ 23 ปี ในทัวร์นาเมนต์ เอเอฟซียู 23 แชมเปี้ยนชิป หรือฟุตบอลชิงแชมป์เอเซีย ที่ไทยเป็นจ้าภาพ ได้ส่งให้ไทย จบผลงาน ที่อันดับ 2 ของกลุ่ม เอ รองจาก ออสเตรเลีย ที่เป็นจ่าฝูง โดยไทย มี 4 คะแนน จาก 3 นัด สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็น ครั้งแรก นับจากเข้าร่วมแข่งขัน ปลายทางของฟุตบอลรายการนี้ คือการคัด 3 จาก 16 ทีม ใน ฐานะตัวแทนจากเอเซีย ที่จะได้ตั๋วไปฟุตบอลโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นกลางปีนี้

เส้นทางของทีมชาติไทย ก่อนมาถึงการสร้างประวัติศาสตร์ คือ ได้เข้ารอบ8 ทีมสุดท้าย เริ่มจาก ชนะบาห์เรน 5-0 , แพ้ ออสเตรเลีย 2- 1 และเสมอ อิรัก 1-1 และในรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่จะเตะกันเย็นวันเสาร์นี้ ที่ธรรมศาสตร์รังสิต ด้วยการพบกับ ซาอุดิอาระเบีย ก็จะเป็นเกมที่ ท้าทายว่า ไทย จะไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย ได้หรือไม่

เอเอฟซียู 23 แชมเปี้ยนชิป ไม่ได้มีความหมายต่อตั๋วโอลิมปิกเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ หรือ เรียกคืนความเชื่อมั่น ต่อ เฮดโค้ชสัญชาติญี่ปุ่น อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ผลงานของ นิชิโนะ กับการคุมทีมชาติไทย ชุดยู 23 นับจาก ซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์ จบไม่สวย เมื่อไทยร่วงรอบแรก เหตุผลไม่คุ้นเคย กับการเลือกใช้นักเตะ อาจจะเป็นสิ่งที่รับฟังได้ แต่ กับ เอเอฟซียู 23 แชมเปี้ยนชิป ไทยเป็นเจ้าภาพ นี่คือ จังหวะที่เขา ต้องทำผลงาน เรียกความเชื่อมั่น ทั้งต่อตัวเอง และผลงานทีมชาติไทย

การเข้าสู่รอบที่ลึกขึ้น ยังจะส่งผลไปถึงการสร้างเครดิต ต่อผลงานของนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เพราะตลอดปี 2019 ฟุตบอลทีมชาติไทย ถูกวิจารณ์ ว่าอยู่ในช่วงขาลงอย่างแท้จริง จนพลตำรวจเอกสมยศ ได้ร้บฉายาจากสื่อว่า บริหารล้ำหน้า ผลงาน ล้าหลัง

เรื่องโดย โสภณ เพชรแท้ | ภาพโดย https://www.facebook.com/changsuek ( ขอขอบคุณ ไว้ ณ ที่นี้ )
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend