ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2563.

ใดใดล้วนไม่เที่ยง​ แม้แต่ความดีของ​ "หลวงพ่อกัญหา" ณ​ เขาแผงม้า​

639 12
ใดใดล้วนไม่เที่ยง​ แม้แต่ความดีของ​

เรื่องนี้สอนใจเราได้หลายแง่หลายมุม... มุมหนึ่งมองได้ว่า ทุกคนไม่ว่าอยู่ในสถานะใด ๆๆควรจะเคารพในกฎระเบียบและปฏิบัติตามข้อบังคับ บนมาตรฐานเดียวกันไม่มีข้อละเว้น แม้จะเป็นผู้อุปถัมภ์ใดใดก็ตาม... แต่ในอีกแง่หนึ่งก็มองได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็น "อนิจจัง" ไม่เที่ยง ช่วงเวลาหนึ่ง เคยเป็น ฮีโร่ในการอนุรักษ์กระทิง ไม่ให้ถูกชาวบ้านยิง แต่อีกช่วงเวลาหนึ่งตกเป็นจำเลยของสังคม ที่ไม่ทำตามกฎของอุทยานฯ

เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว "วชิรวิทย์รายวัน" เคยมาที่เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าเขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อทำข่าวกรณีชาวบ้านยิงกระทิงตาย


แม้จะมีพื้นที่เพียง 5,000 ไร่ แต่เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าเขาแผงม้าก็เป็นจุดที่มีกระทิงมากที่สุด เป็นรองจากกุยบุรีและเขาใหญ่ เท่านั้น เวลานั้นเขาแผงม้ายังไม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดัง เช่นทุกวันนี้

ช่วงนั้นเองเราได้พบกับ "หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม" เจ้าอาวาสวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว ทีมข่าวต้องการเข้าไปสัมภาษณ์ถึง กรณีชาวบ้านยิงกระทิงป่าตาย เนื่องจากวัดอยู่ไม่ไกลจากเขาแผงม้า แต่หลวงพ่อก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ แต่อนุญาตให้ทีมข่าวไปเก็บภาพในช่วงที่หลวงพ่อเข้าไปเยี่ยมกระทิงในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า บริเวณทุ่งหญ้า

เย็นวันนั้นเอง ภาพที่หลวงพ่อพร้อมลูกศิษย์ ขับรถฟอร์จูนเนอร์ เข้าไปภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ดูเป็นภาพปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน มากไปกว่านั้นหลวงพ่อเป็นผู้ถือกุญแจรั้ว ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ แห่งนี้ ไว้ด้วยตัวเอง

ตอนนั้นเราพุ่งเป้า การเสนอข่าวไปที่สาเหตุและวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งก็พบว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้ากำลังประสบกับภาวะประชากรกระทิงล้นเกิน มีจำนวนมากถึง 300 ตัว ขณะที่เขาแผงม้ามีพื้นที่เพียง 5,000 ไร่ จนออกมาหากินภายนอกป่า ทำให้พืชผลไร่สวนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย เกิดเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า

เวลาเวลานั้น "หลวงพ่อกัณหา" มีลาภสักการะ มีเศรษฐีใจบุญเลื่อมใสอยู่ไม่น้อย ทำให้หลวงพ่อมีงบประมาณมากพอ ที่จะนำมาอุดหนุนสร้างรั้วไฟฟ้า สร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากกรมอุทยาน เพื่อไม่ให้กระทิงต้องหลุดออกมานอกเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ และถูกชาวบ้านยิงตาย

หลายปีต่อมา เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวดูกระทิงเขาแผงม้ามากขึ้น แต่หลวงพ่อกัณหา ก็ยังคงเข้ามาในพื้นที่บริเวณทุ่งหญ้าที่กระทิงออกมาหากินในช่วงเย็น เหมือนอย่างเคย จนกลายเป็นที่สังเกตของคนที่ไม่เคยคุ้นชิน สร้างความเข้าใจผิดไปว่าเป็นทัวร์ VIP หรือไม่ เกิดกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ไปต่างๆนานาถึงความถูกต้องเหมาะสม

ล่าสุด "วชิรวิทย์รายวัน" ได้ติดตามกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พาคณะผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ และแถลงข่าวถึงการจัดระเบียบเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า โดยใจความสำคัญช่วงหนึ่ง กล่าวถึงการเข้ามาในเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าของหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม ว่าเกิดจากความหละหลวมของเจ้าหน้าที่อุทยานฯในพื้นที่ ที่มีจำนวนน้อยและดูแล-กวดขันไม่ทั่วถึง

โดยหลังจากที่เป็นข่าว ได้มีการพูดคุยและทำบันทึกข้อตกลงกับพระอาจารย์ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่นี้ ตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งหากฝ่าฝืนเข้ามาก็จะดำเนินคดีทันทีตามระเบียบ

เรื่องนี้สอนใจเราได้หลายแง่หลายมุม... มุมหนึ่งอาจมองได้ว่า ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ก็ควรจะเคารพในกฎระเบียบและปฏิบัติตามข้อบังคับ บนมาตรฐานเดียวกันไม่มีข้อละเว้น แม้จะเป็นผู้อุปถัมภ์ใดใดก็ตาม

แต่ในอีกแง่หนึ่งก็มองได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็น "อนิจจัง" ล้วนไม่เที่ยง ช่วงเวลาหนึ่ง เคยเป็นฮีโร่ในการอนุรักษ์กระทิง ไม่ให้ถูกชาวบ้านยิง แต่อีกช่วงเวลาหนึ่งตกเป็นจำเลยของสังคม ที่ไม่ทำตามกฎของอุทยานฯ

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV22

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend