ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

เหมือนลูบหลังแล้วตบหัว! "พ่อแม่น้องไทตัล" ซัดช่องดังไร้จรรยาบรรณ นำเสนอเรื่องหนี้

4.9K 12
เหมือนลูบหลังแล้วตบหัว! พ่อแม่น้องไทตัล ซัดช่องดังไร้จรรยาบรรณ นำเสนอเรื่องหนี้

รายการโหนกระแสวันที่ 16 ม.ค. "หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "นายอนุชา" และ "นางวิไลวรรณ" พ่อและแม่ "น้องไทตัล" ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์โจรเหี้ยมปล้นชิงทองที่ลพบุรี ซึ่งมีประเด็นตามมามากมาย ทำให้พ่อแม่น้องไทตัลไม่สบายใจ ประกาศขอเคลียร์ครั้งสุดท้ายผ่านรายการโหนกระแส

ผ่านไป 7 วัน รู้สึกอย่างไรกับการทำงานของตร.?

อนุชา : "ผมก็ยังยืนยันเหมือนที่เคยตอบว่าไม่อยากให้ไปกดดัน เพราะการทำงานตร.ลำบาก คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ผมคิดว่าตร.ทำงานเต็มที่ทุกท่าน"

เห็นบอกว่าอัฐิไม่ลอยอังคาร?

อนุชา : "ก็ตามที่ผมเคยอ่าน หรือเจอข่าว การลอยอังคารคือทุกคนเอาไปลอยอังคารกันหมด มันเหมือนดวงวิญญาณจะไปอยู่ตรงนั้นตามความเชื่อของผม เหมือนรอคิวกันเพื่อไปเกิด อีกอย่างน้ำมันเย็น ผมก็กลัวน้องจะหนาว"

เลยเอาอัฐิน้องไปไว้?

อนุชา : "ตอนนี้อยู่ที่บ้าน แต่ที่คุยจะไว้ที่กำแพงโบสถ์ รอป้ายติดชื่อน้องข้างกำแพง"


เห็นมีข่าวว่าจะย้ายที่อยู่?

วิไลวรรณ : "ยังอยู่ที่เดิมค่ะ แต่ย้ายที่ทำงานไปอีกสาขา แม่รับไม่ได้ที่จะไปอยู่สาขาเดิมที่น้องเสียชีวิตค่ะ"

ประเด็นที่เกิด ทางตร.ก็พยายามตาม ญาติผู้สูญเสียบางท่านกลัวจับแพะกัน มองยังไง?

อนุชา : "ผมก็คิดอย่างนั้น ที่ไม่อยากไปกดดันด้วยผมกลัวว่าจะไปจับแพะ ถ้าจับแพะคนที่จับมาเป็นผู้บริสุทธิ์ ครอบครัวเขาก็ต้องสูญเสียเหมือนกัน ถ้าเขาเป็นแพะจริง ผมมองว่ามันก็ไม่เป็นธรรมสำหรับคนที่ต้องมารับเคราะห์แทน"

ทุกวันนี้แทบจะรายวัน คนนั้นถูกเอามาแขวนในโซเชียล พ่อตามไหม?

อนุชา : "ทุกวันนี้เลือกเสพข่าวเป็นบางอย่างมากกว่า อันไหนที่ดูแล้วไม่สบายใจ ไม่ดี เราก็ไม่ดู ทุกวันนี้เฟซบุ๊กน้อยมากที่จะดู นั่งคุยกัน อยู่ด้วยกันมากกว่า"

มีคนสัมภาษณ์เยอะมาก?

อนุชา : "เยอะครับ"

ทำไมมาพูดตรงนี้?

อนุชา : "ผมจะให้สัมภาษณ์รายการพี่หนุ่มเป็นรายการสุดท้าย รบกวนเป็นกระบอกเสียงให้ผม คือมันหลายๆ อย่างที่เราสูญเสียลูกไปแล้ว เรื่องน่าจะจบตั้งแต่เสร็จงานน้อง ความสูญเสียเราก็มีอยู่แล้วแต่มีประเด็นดรามาตามข่าว อันนั้นเราก็ไม่ว่าอะไรกัน เราอยากให้มันจบ อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติ เพราะเราคือสามัญชนคนธรรมดา ชาวบ้านทั่วไป เราไม่ใช่ดารา ชีวิตส่วนตัวเราหายไป"

สูญเสียมามากพอแล้ว ต้องสูญเสียตัวตนไปด้วย?

อนุชา : "แม้เราจะเดินเข้าไปซื้อของราคาหลักพันสองพัน เรายังไม่กล้าเข้าไปซื้อ เรากลัวคนเขามองว่าพอเราได้เงินแล้วไปซื้อโน่นซื้อนี่ แทบต้องอยู่บ้านโดยไม่ออกไปไหนเลย"

กลัวคนครหา ว่าเอาเงินบริจาคไปซื้อของหลักพันบาท?

อนุชา : "ใช่ กลัวว่าพอลูกเสียก็มีเงินใช้กันฟุ่มเฟือย กลัวจะมองอย่างนั้น แต่เงินบริจาคผมก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่อยากรับ เพราะกลัวจะมีดรามาเรื่องเงินเข้ามา สุดท้ายก็เกิดจริงๆ มันเหมือนการที่เราสูญเสียก็ยากที่จะทำใจ ชีวิตประจำวันหรือการดำรงชีวิตเรามันยาก คนจดจำเราได้เราขอบคุณมาก ขอบคุณที่มาแสดงความเสียใจหรือให้กำลังใจ แต่ก็มีแตกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มคอยจับผิดก็มี กลุ่มให้กำลังใจก็มี แต่เราก็อดแคร์สายตาความรู้สึกเขาไม่ได้อยู่ดี"

ปิดรับบริจาคแล้ว?

อนุชา : "ปิดแล้วครับ ไม่ต้องบริจาคผ่านบัญชีแล้ว แต่ถ้าท่านใดจะมามอบที่บ้าน มาเยี่ยมเยียนเราก็ยังรับอยู่ แต่เรื่องเงินบริจาคผ่านบัญชีเราขอปิดดีกว่า เราพอแล้ว เราขอบคุณทุกน้ำใจ มันก็พอสมควรแล้ว"

โทรคุยกับพ่อก็ไม่ค่อยได้ยิน พ่อจะเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์ก็ไม่กล้าซื้อ?

อนุชา : "ใช่ ให้น้องแฟนไปซื้อให้ เรากลัวเขาว่าเราใช้สุรุ่ยสุร่าย ผมว่าคนบริจาคเขาไม่คิดแบบนั้นหรอก คนที่เขามีใจบริจาคส่วนหนึ่งเขาให้เราใช้ส่วนตัวเป็นทุนทรัพย์อยู่แล้ว แต่คนไทยเราอย่างว่า แตกเป็นสองกลุ่ม"

พยายามมาแซะ ต่อว่าจับผิด ล่าสุดเรื่องหนี้สิน สื่อหนึ่งนำเสนอว่าพ่อไปติดหนี้เขา รู้สึกยังไงกับเรื่องนี้?

อนุชา : "เอาจริงๆ ผมไม่โกรธเจ้าหนี้ หนี้สินเขามีสิทธิ์ทวงถาม แต่อยากถามว่ามันผิดวิธีไปไหม เราอยู่ในช่วงสูญเสีย มันมีวิธีอื่นไหมที่ไม่ต้องทำให้เราเจ็บช้ำมากกว่าเดิม ถามว่าหนี้สินติดจริงไหมก็ติดจริง ผมก็ยอมรับทางช่องนั้นไปแล้ว ยินดีคืนให้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว"

ที่มาที่ไปคือยังไง?

อนุชา : "วันนั้นมีสื่อหนึ่งบอกว่าจะเข้าไปบริจาคช่วยเหลือน้อง 5 พันบาท แต่เขาไม่ได้บอกว่าจะไปสัมภาษณ์อะไร บอกว่าขอเข้าไปมอบให้ที่บ้านได้ไหม วันนั้นผมต้องไปเอารถยนต์ที่ธนบุรี ผมเลยบอกว่าแม่อยู่คนเดียว ให้เบอร์ติดต่อแม่ไป เขาก็คงมอบให้กับแม่ ตอนนั้นผมไม่อยู่ หลังจากนั้นแม่โทรหาผมบอกว่าป๊า นักข่าวคนนั้นมาขอสัมภาษณ์นะ เรื่องอัฐิจะไว้กี่วันที่ไหนอะไรยังไง แต่มีประเด็นดราม่าอยู่ เขาเรื่องหนี้สิน แต่แม่บอกให้คุณกับป๊าเองเพราะแม่ไม่รู้ ผมก็บอกไม่เป็นไร เดี๋ยวโทรไปหานักข่าวเอง ผมก็โทรบอกว่าผมติดหนี้จริง ให้นักข่าวเป็นตัวกลางประสานงาน ถ้าผมมีผมไม่คิดจะไม่ใช้ใคร แต่ตอนนั้นเงินซื้อนมลูกยังไม่มีเลย จะให้เราไปเอาตรงไหนมาเลยหรือให้เบอร์ผมก็ได้ หรือพี่นักข่าวเอาเลขที่บัญชีมาก็ได้เดี๋ยวผมจะโอนให้เลย เพราะยอดเท่าไหร่ผมจำไม่ได้ เขาบอกว่ายอด 1.86 หมื่น"

เป็นค่าอะไร?

อนุชา : "ตอนนั้นเจ้าหนี้ผมตั้งวงแชร์เกี่ยวกับอะไหล่รถซิ่ง เราก็เล่นแชร์ ตอนนั้นผมเล่นวงเบาะน่าจะได้มือที่ห้าที่หก ต้องส่งหกงวดถึงได้รับของ เหมือนแชร์เงินทั่วไป แต่สุดท้ายเราค้างเอาไว้ เราได้ของมาแล้ว แต่ตอนหลังมีปัญหาเรื่องขายของ ก็เลยค้างเงินเขาเอาไว้"

พ่อโอนให้ไหม?

อนุชา : "เราโอนให้ 1.9 หมื่น คือมันมีข่าวออกมาแล้ว แต่เราแสดงความจำนงค์ก่อนว่าจะรับผิดชอบ"

วิไลวรรณ : "พ่อเขาแจ้งกับนักข่าวให้เป็นตัวกลางประสานงานให้หน่อย เอาเบอร์โทรหรือหมายเลขบัญชีมาก็ได้ ทีนี้นักข่าวรับปากแต่ไม่ได้ติดต่อมา ทีนี้มีข่าวออกมาก่อน"

อนุชา : "ผมก็คิดว่าเดี๋ยวเช้าคงเอาหมายเลขบัญชีมาให้ แต่สามทุ่มกว่าๆ ข่าวมันก็ออกเลย"

สุดท้ายนักข่าวบอกจะประสานให้ เอาเบอร์บัญชีเจ้าหนี้ให้ พ่อก็รอถึงเช้า เพราะเขามาสัมภาษณ์ไปแล้วว่าติดจริงเดี๋ยวใช้ให้ ก็น่าจะเป็นเรื่องภายใน?

อนุชา : "ก็น่าจะจบตั้งแต่ตอนนั้นเพราะเราแสดงความรับผิดชอบแล้ว ผมไม่มีเบอร์เขา เพราะผมลบทิ้งไปตั้งแต่ตอนนั้น มันหายไปแล้ว เราก็รอนักข่าวให้เขาเป็นคนประสานงาน เราคิดว่าเดี๋ยวเช้าคงส่งให้เรา ปรากฎว่าสามทุ่มมีข่าวออกมาตามสื่อมีการให้สัมภาษณ์ว่าผมติดหนี้และหลบหนี ติดตามมานานแล้วหาตัวไม่เจอ"

คนก็ด่าพ่อว่าไม่ใช่หนี้เขา?

อนุชา : "ส่วนหนึ่งเขาก็เข้าใจ เขามองในมุมว่ามันไม่ใช่เวลา ส่วนนึงก็เข้าใจหัวอกเจ้าหนี้ ส่วนหนึ่งก็เข้าใจหัวอกคนสูญเสียว่ามันไม่ใช่เวลา แต่ถามว่าข่าวที่ออกไปเป็นความจริงไหม เราติดหนี้จริง เราหายจริง แต่คิดว่ามันน่าจะจบกันได้ ไม่ต้องไปตอกย้ำแบบนั้น สื่อทำงานเบื้องหน้าก็จริงแต่ติดทองหลังพระก็ได้ สร้างความดีหลังพระก็ได้ เคลียร์ให้ผมข้างหลังก็ได้ ทุกคนก็จดจำในสิ่งดีๆ ของกันและกัน แต่พอมีข่าวออกไป ผมก็รู้สึกว่ามันเกินไปไหม การที่เราสูญเสีย เราไม่ได้เอามาเป็นเกราะป้องกันว่าต้องมาดราม่ากับผม ผมติดหนี้จริงผมก็ยอมใช้ให้จริง ตอนนั้นเราไม่มีจะให้เราทำไง"

พ่อเสียใจที่มีคนบอกว่าถ้าข่าวไม่ออกพ่อก็ไม่ใช้คืน?

อนุชา : "ใช่ เพราะตอนคุยกับนักข่าวตอนเย็น ผมมีความรับผิดชอบตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ว่าให้เป็นตัวกลางเอาบัญชีมาเลย จะโอนให้ แต่พอเป็นข่าวไปแล้วผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมก็ไปค้นหาบัญชีที่เคยโอน ผมก็รีบโอนให้เลย แต่กลับกลายเป็นว่าถ้าไม่เป็นข่าวก็คงไม่คืนเขา ก็ตอกย้ำเราอีก"

พูดในฐานะที่ลงพื้นที่ พ่อเงินซื้อนมให้ลูกกินก็ไม่มี ผมเข้าใจนะ เพราะวันที่เขาสูญเสียลูก ลูกต้องไปชันสูตรที่รพ. ปรากฎว่าเขาต้องเอาเงิน 1 พันบาทเป็นค่าจัดการ สามีภรรยาคู่นี้ มีเงิน 200 บาท ไม่รู้จะทำยังไง สิ่งที่เขาทำคือเขาไปยกมือไหว้กู้ภัยบอกว่าไม่มีตังค์ ขอตังค์หน่อยจะเอาลูกออก กู้ภัยหาเงินให้ 1 พัน เขาถึงได้เอาลูกออกมา?อนุชา : "แต่พอรพ. ทราบเรื่องเขาก็ไม่เก็บเงิน 1 พันบาท จะนำเงินไปคืนกู้ภัยแต่เขาบอกไม่เอา"

หลังจากนั้นโทรศัพท์ไปหากู้เงิน 1 หมื่นเพื่อทำศพลูก เพราะไม่มีตังค์จัดงานให้ลูก?

อนุชา : "จริงๆ บริษัทเอ็มเคเขารับผิดชอบเรื่องงานศพ แต่เราคิดว่ายังไงเราก็ต้องมีเงินสำรองติดตัวไว้ เผื่อซื้อโน่นซื้อนี่"

ไปกู้หนี้นอกระบบ?

อนุชา : "เรากู้เขาอยู่แล้ว แต่ไปขอกู้เพิ่มอีก 1 หมื่น เพื่อมาจัดงาน"

ล่าสุดพ่อจะเอาเงินไปคืนสื่อ?

อนุชา : "ครับ 5 พันบาท เราขอบคุณสื่อที่มีน้ำใจให้เรา ผมโดนลูบหลังแล้วตบหัว เขาเอาเงินมาให้ผมก่อน แล้วทำร้ายเราทีหลัง เอาเรื่องเงินมาเป็นประเด็นเล่นข่าวต่อ ถ้าคนดูสัมภาษณ์ผมตั้งแต่ต้นจนจบจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ถามว่าติดหนี้มั้ย ติดจริงผมยอมรับ แต่ผมโทษการนำเสนอของสื่อ"

คุยกับ "พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์" (มือปราบเหยี่ยวดำ) อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สระบุรี

ครบ 7 วันคนร้ายกราดยิงชิงทอง มองยังไง?

พ.ต.อ.บรรดล : "จับได้แน่นอน มั่นใจ คดีลึกลับซับซ้อนกว่านี้ยังจับได้"

คนกดดันว่าทำไมจับไม่ได้?

พ.ต.อ.บรรดล : "ต้องเห็นใจตร.บ้างเขาได้ทุ่มเทกำลังทั้งหมดแล้ว ลงไปสืบสวนคดีนี้ เขาต้องการเอาของจริง ไม่ใช่ของไม่จริง คนร้ายต้องเป็นตัวจริง สิ่งสำคัญที่สุดคือผบ.ตร. ท่านสุชาติ ท่านสุวัสดิ์ นายตร. ทั้งสามท่าน ผ่านงานสืบสวนสอบสวนมาทั้งชีวิตแล้ว ผมเชื่อมั่นในสามท่านนี้ว่าเขาสุดยอดของสนง.ตร.แห่งชาติแล้ว"

คิดวาเขาไปเส้นทางไหนในฐานะเราเป็นมือปราบ?

พ.ต.อ.บรรดล : "เส้นทางเดาไม่ได้ แต่คาดการณ์ว่าคนร้ายอยู่ลพบุรีหรือสระบุรีนั่นแหละ"

แต่ตร.บอกว่าไปอยู่แถวชายแดน?

พ.ต.อ.บรรดล : "อันนี้ไม่ออกความเห็น เพราะอะไรก็แล้วแต่เป็นการคาดการณ์ว่าจะไปโน่นไปนี่ แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป แต่ผมเชื่อมั่นในสามคนนี้ เพราะเป็นลูกศิษย์อดีตตร.นครบาล รวมทั้งผมด้วย คิดว่าจับได้แน่"

พ่อไม่อยากให้มีประเด็นดรามากดดันตร. คิดว่าน่าจะจับได้ไหม?

อนุชา : "จับได้แต่ต้องใช้เวลา คนร้ายน่าจะเตรียมการมาอย่างดี น่าจะมืออาชีพ แต่ก็ไม่น่าเกินความสามารถตร."

พ่อแม่ยืนยันว่าวันนี้ไม่อยากให้มีการจับแพะ?

อนุชา : "ใช้เวลานานซะดีกว่าที่จะเอาแพะมารับผิดชอบ ใช้เวลาแต่ได้คนร้ายตัวจริง ดีกว่าทำเร็วแต่ได้แพะ เรื่องคนร้ายเราแทบจะไม่ตามเลย เราให้ตร.ทำงานไป มันมีกฎหมายอยู่แล้ว"

พ่อแม่หลังจากนี้จะไปบวช?

อนุชา : "ใช่ เราคุยกันไว้ตั้งแต่แรกว่าจะบวชให้น้อง เราคิดว่าเราต้องไปหาที่เงียบๆ สักพัก อย่างที่บอกชีวิตประจำวันมันหายไปแล้ว เรากลายเป็นคนสาธารณะไปแล้ว คนจับจ้องเราทุกเรื่อง ทุกดราม่า เราขอบอกทุกคนว่าการสูญเสียเรา ไม่อยากให้ไปดราม่าเรื่องน้องอะไรมากมาย เราไม่อยากให้มาแตกเป็นสองฝ่ายแล้วไปด่าไปว่ากัน บางคำพูดมีพาดพิงถึงน้อง อย่างเรื่องเงินว่านี่แหละเวรกรรมไปโกงเขาถึงได้สูญเสียลูกไป มันมีในคอมเมนต์ เป็นเวรกรรมโกงเขามาเลยเสียลูกไป เราเจ็บปวดอยู่แล้วไม่อยากให้มาตอกย้ำกันแล้ว"

คนคิดแบบนี้จิตใจเลวทรามมาก?

อนุชา : "มันมีหลายคอมเมนต์ เอาน้องไปพาดพิงเกี่ยวกับเรื่องหนี้ น้องเขาไปดีแล้ว ไม่น่าดึงเขามาเกี่ยว หนี้ผมเป็นคนก่อ ผมก็ยอมรับ ผมไม่ได้อายว่าติดหนี้ แต่ขอร้องอย่าไปดึงน้องมาเกี่ยว ประเด็นเรื่องหนี้มันไม่เกี่ยวกับคดีเลย ถ้าสื่อไม่นำเสนอ ถ้าสื่อมีวิจารณญาณหรือมีจรรยาบรรณสักนิด ผมว่าคงไม่มีใครมาดราม่า ทุกอย่างก็คงจบสิ้นกันไป"

ทำไมไม่บอกสื่อว่าอย่าไปออกนะ?

อนุชา : "ผมคิดว่าผมคุยเรียบร้อยแล้วน่าจะจบแค่นั้น แล้วนักข่าวบอกว่าเขาคุยไปงั้นๆ ไม่ได้จะเอาไปออก ตอนเขาไปสัมภาษณ์แม่ แม่ก็บอกว่าถ้าเรื่องแบบนี้ขอแล้วกัน ไม่อยากให้กระทบกระเทือนใคร ให้ติดต่อผมก่อน ยังไงก็ให้คุยกับผม สื่อบอกว่าไม่เอาไปออกข่าวหรอก เราก็ไม่คิดว่าจะมีข่าวขึ้นมา"

จะเอาเงินไปคืนเขายังไง?

อนุชา : "จะไปสถานีตำรวจที่ลพบุรี นักข่าวน่าจะปักหลักกันอยู่ที่นั่น เราจะคืนให้นักข่าวช่องเขาที่อยู่ที่นั่น เราก็ขอบคุณที่มีน้ำใจช่วยเหลือเรา แต่เงินของท่าน ณ วันนี้ไม่สามารถเอาไปทำบุญร่วมกันได้ เพราะเงินของท่าน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย รายการโหนกระแส
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend