ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563.

รวบแล้วหนุ่มใหญ่ ฉกทรัพย์ร้านรับซื้อของเก่า

795 8
รวบแล้วหนุ่มใหญ่ ฉกทรัพย์ร้านรับซื้อของเก่า

ตำรวจเตาปูน รวบหนุ่มใหญ่ ลักทรัพย์ร้านรับซื้อของเก่า ตามรวบได้จากกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ในตุ๊กตา ขณะที่คนร้ายอาศัยจังหวะเผลอเจ้าของบ้านไปเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ เจ้าตัวรับสารภาพหาเงินเล่นการพนัน-เลี้ยงฉลองเพื่อนส่งท้ายปีเก่า

จากกรณีมีผู้ใช้ Facebook ชื่อ Pookkie Nattamon ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมระบุข้อความให้ช่วยกันตามจับตัวคนร้าย หลังเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา ครอบครัวได้เดินทางไป ต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้มีคนร้ายบุกเข้ามาขโมยของที่ร้านรับซื้อ ของเก่าหลุดจำนำ ย่านเตาปูน ในบ้านถึง 3 วันติด ระหว่างวันที่ 26 - 28 ธันวาคม 2562 พร้อมมีเงินรางวัลนำจับ 

สำหรับทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยข้อมือนาก 1 เส้น,สร้อยคอทองเค 2 เส้น,สร้อยคอ+สร้อยข้อมือทองคำ 3 เส้น,แหวนเพชรแถว 2 วง,สร้อยข้อมือเพชร 1 เส้น,สร้อยคอเพชร 1 เส้น,ต่างหูเพชร 2 คู่ นาฬิกาข้อมือ 20 เรือน , นาฬิกา bvlgari 1 เรือน , พระบูชา 4 องค์ , พระเครื่อง 1 ถุง(บรรจุหลายองค์)เครื่องเงินต่างๆจำนวน 1 ถาด,บัตรเครดิตและเงินสดจำนวนหลายหมื่นบาท รวมมูลค่าความเสียหายแล้วหลายแสนบาท


ล่าสุดวันที่ 13 มกราคม พล.ต ต พัฒนา เพศยนาวิน ผบก น.2 ได้สั่งการให้พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รอง ผบก.น.2 ดูแลการปฏิบัติ ดำเนินการสั่งการให้ พ.ต.อ กฤช กัญชนะ ผกก.สน.เตาปูน , พ.ต.ท.สุรเดช ฉัตรไทย รอง ผกก.สส เตาปูน พ.ต.ต จำลอง สาดสูงเนิน สว.สส.สน.เตาปูน พร้อมชุดทำงาน ดำเนินการติดตามคนร้ายมาให้ได้โดยเร็วเพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน 

จนทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม นายบุญธรรมหรือซู ลิซ้ำ อายุ 68 ปี โดยจับกุมตัวได้ที่ ใกล้โรงแรม สหายสหกิจ ใกล้วงเวียน 22 กรกฏา แขวงป้อมปราม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ตามเบาะแส (เป็นภาพวงจรปิด) ที่ซ่อนอยู่ในตุ๊กตา ที่คนร้ายมองไม่เห็น โดยสามารถติดตามตัวได้ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พร้อมด้วยของกลาง นาฬิกาข้อมือ 2 ยี่ห้อ Bvlgari นาฬิกา Tissot พระพิฆเนศ ขนาด 3 นิ้วสูง 4.5 นิ้ว หลวงพ่อทวดหน้าตัก 3 นิ้ว 1 องค์ ขณะนำของมาวางขาย (ตลาดมึด) ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ที่ได้มาขายไปหมดแล้ว 

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครอง นอกจากนี้ยังทำการจับกุมตัว นายวันชัย หรือ เล็ก มงคลสุข อายุ 69 ปี โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์หรือรับของโจรที่มักจะรับซื้อของที่ นายบูญธรรม ขโมยมาเอาไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง

ทางด้าน พ.ต.ท สรุเดช เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ปีนตึกเข้ามาทางด้านหน้า ก่อนจะเข้ามาในตัวบ้าน และรื้อค้นทรัพย์สิน และที่สำคัญ คนร้ายมีประวัติที่โชกโชน และเห็นกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในจึงได้หยิบเอาเซฟเวอร์ของกล้องมาด้วย แต่หารู้ไม่ว่ามีกล้องอีก 1 ตัว ที่เจ้าของบ้านซุกซ่อนเอาไว้ โดยสามารถดูผ่านระบบมือถือ และสามารถบันทึกภาพของคนร้ายเอาไว้ได้อย่างชัดเจน 

จึงได้ทำการสืบสวนไปตามตลาดมึดต่างๆ กระทั่งพบผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง กำลังขายของอยู่บริเวณดังกล่าว กระทั่งนำไปสู่การจับกุม

จากการสอบสวน นายบุญธรรม ผู้ต้องหา ให้การรรับสารภาพว่า ได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง และตนเองไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง ค่ำไหนนอนนั้น ส่วนวันเกิดเหตุ ตนนอนอยู่แถวสวนจตุจักร ก่อนจะขึ้นรถไฟใต้ดินมาแถวเตาปูน จากนั้นก็เดินเท้ามาเรื่อยๆ และมาเจอบ้านหล้งดังกล่าวปิดไฟ มีกุญแจล๊อคอยู่หน้าบ้าน และคิดว่าไม่มีคนอยู่ เพราะเป็นช่วงปีใหม่ 

โดยคาดว่าบ้านหลังดังกล่าวหน้าจะมีเงินเป็นจำนวนมากประกอบกับต้องการหาเงินไปเล่นการพนัน และกินเหล้าปีใหม่กับเพื่อนๆ จึงก่อเหตุปีนเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน ก่อนเอาชะแลงที่เตรียมมางัดหน้าต่าง และปีนเข้าไปในบ้านขโมยทรัพย์สินใส่กระเป๋าเป้ที่เตรียมมา ขณะเดียวกันได้เห็นกล้องวงจรปิดในบ้าน จึงได้ดึงเอาเซฟเวอร์ไปด้วย เพื่อให้ยากต่อการจับกุม แต่สุดท้ายก็ไม่รอด เพราะมองไม่เห็นกล้องที่ซ่อนเอาไว้อีกตัวที่ดูผ่านมือถือ ก่อนจะเอาทรัพย์สินที่ได้ไปขายกับเพื่อน(ตลาดมึด) วงเวียน22กรกฏา จนกระทั่งมาถูกจับกุม

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายบุญธรรมหรือซู ลิซ้ำ เคยถูกจับข้อหาการพนัน เมื่อปี41 คดีลักทรัพย์ สน. สุทธสาร , ปี 57 ถูกจับคดีลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน สน.วังทองหลาง และ ปี 62 ถูกจับคดีลักลอบเล่นการพนัน จำนวน 2 ครั้ง ในพื้นที่ สน.เตาปูน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้นำตัวไปทำแผนชี้จุดที่้เกิดเหตุ 

โดยเริ่มต้้งแต่เดินดูลาดเลาหน้าบ้าน ก่อนจะปีนเสาไฟฟ้า ที่อยู่ใกล้กับตึก แล้วใช้ชะแลงงัดเหล็กดัดเข้าไปภายในตัวตึก และลงมารื้อค้นทรัพย์สินที่ชั้นล่าง ก่อนจะหลบหนีขึ้นแท๊กซี่ ไปสถานีรถไฟบางซื่อ กระทั่งเช้าได้นำของกลางที่ได้ไปขายที่บริเวณแยกหมอมี กระทั่งถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา 

ทั้งนี้ ขณะทำแผนการชี้จุด เจ้าของร้าน พยายามเข้าชกผู้ต้องหา แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่กั้นไว้ ทั้งนี้ นายมังกร รักยุทธ เจ้าของร้าน ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนด้วย ที่สามารถติดตามจนจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็วถึงแม้ว่าจะได้ของกลางมาไม่ครบก็ตาม

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend