ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

โลกของเรา​กำลังเข้าสู่ยุคการสูญพันธุ์​ ครั้งที่​ 6

37.80K 6.31K
โลกของเรา​กำลังเข้าสู่ยุคการสูญพันธุ์​ ครั้งที่​ 6

ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นผลกระทบต่อเนื่องไปยังอนาคตว่า ภัยธรรมชาติจะรุนแรงและถี่ขึ้น หรือโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการสูญพันธุ์ ครั้งที่ 6

ท้องฟ้ากลายเป็นสีเลือด ปกคลุมเกือบครึ่งค่อนประเทศออสเตรเลีย ผลจากไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไฟป่าได้เผาผลาญชีวิตของสัตว์ป่าไปแล้วเกือบ 500 ล้านตัว จิงโจ้และโคอาล่า สัตว์สัญลักษณ์ของประเทศออสเตรเลีย มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์เป็นที่สุด

ไฟป่าครั้งนี้แม้สาเหตุหลักจะมาจาก ความแห้งแล้งและอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ อุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกๆ 1 องศาจะทำให้เกิดฟ้าผ่าถี่ขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่า ในหลายพื้นที่ในห้วงเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่ไฟไหม้ป่าอเมซอน แคลิฟอร์เนีย มาจนถึงที่ประเทศออสเตรเลีย

โคอาล่า ซึ่งเป็นสัตว์ต้วมเตี้ยมเชื่อมช้า ไม่อาจหนีทันเมื่อเปลวไฟสุมเข้ามา สัญชาตญาณของพวกมันคือปีนต้นไม้ให้สูงขึ้น และนั่นเป็นกับดักที่ทำให้พวกมันถูกไฟคลอกตาย บางตัวโชคดีที่หนีออกมาจากกองเพลิงเจอผู้คน เก็บเอาไปช่วยเหลือ หวังว่าสักวันจะได้กลับบ้านกลับ แต่น่าเศร้าใจที่พวกมันอาจไม่มีต้นไม้ให้ปีนป่ายอีกแล้ว

โคอาล่า ถูกไฟป่าคลอกตายไปแล้วกว่า 8000 ตัว หน้าตาที่ดูน่ารักบวกกับความเชื่องช้าของมัน ในอ้อมกอดของคน แววตานั้น บ่งบอกให้เรารู้ว่าพวกมัน เหนื่อยและอ่อนล้าเต็มที

จิงโจ้ แม้จะเป็นสัตว์ที่กระโดดดูว่องไวคล่องแคล่ว แต่ก็แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากกองเพลิงมหันตภัยครั้งใหญ่นี้ได้ จิงโจ้ บางตัวถูกคลอกตายกลายเป็นซากตอตะโกติดอยู่ที่ริมรั้วหนาม สวนจิงโจ้อีกหลายตัวที่รอดชีวิต กอดคอกันด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด


หัวใจของสัตว์ป่าแทบทุกตัว สิ้นสลาย พฤติกรรมที่แสดงออกมา ทั้งวิ่งขอร้องความช่วยเหลือ และการกอดกัน เป็นสิ่งที่เราเห็นได้ไม่บ่อยนัก และสะท้อนให้เห็นว่าพวกมันมีหัวใจ และหัวใจของพวกมันกำลังแตกสลาย

คนก็เช่นกัน ไฟป่าครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 23 คนและอีกนับล้านคนกำลังทุรนทุรายกับควันที่ ซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

ไฟป่าได้ลุกลามเข้ามายังเขตเมืองมัลลาคูตา ในรัฐวิกตอเรียทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ในย่านที่พักอาศัยของประชาชน ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ โพสต์ภาพกลุ่มควันไฟสีดำก่อนที่ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีแดงเพลิง อีกหลายพันคนต้องหนีตาย ลงชายหาด

สถานการณ์ไฟป่าออสเตรเลียเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนของปีที่แล้ว ยืดเยื้อข้ามปี ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงอย่างง่ายๆ ไฟไหม้ลามกินพื้นที่บริเวณกว้างกว่าเกาะญี่ปุ่นทั้งเกาะ

ไฟป่าที่ไม่สามารถควบคุมได้ และยืดเยื้อมาเป็นเวลานานทำให้ผู้คนเริ่มโกรธ และโทษการบริหาร จัดการภัยพิบัติของรัฐบาลที่เชื่องช้าเกินไปรวมทั้งการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด ประชาชนบอกว่าต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้ โดยเฉพาะงบประมาณในการดับไฟ

จนถึงเวลานี้มนุษย์ กำลังหาทางต่อสู้กับภัยธรรมชาติที่แปลกประหลาดอย่างไฟป่า จะมีวิธีทางใดบ้างที่จะสงบมันลง มีองค์ความรู้ใดบ้าง ที่จะช่วยให้ไฟหยุดลุกลาม แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้คนที่นั่นได้พยายามทำทุกทุกวิถีทางอย่างเต็มที่แล้ว และพยายามกันต่อไป ที่เหลือคงอยู่ที่ว่าธรรมชาติจะปราณีหรือไม่

ตั้งแต่มนุษย์รู้จักกับไฟเมื่อ 7000 ปีก่อนไป ไฟทำให้มนุษย์อยู่เหนือห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทั้งโลก และในขณะเดียวกันไฟก็เผาผลาญ ทั้งห่วงโซ่อาหารรวมไปถึงมนุษย์ด้วยเช่นกัน

ไม่มีใครรู้ว่าหลังเปลวเพลิงสงบลง สิ่งที่เหลือทิ้งไว้จะประเมินค่าความเสียหายได้อย่างไร มันคงจะทิ้งผลกระทบไว้อีกยาวนาน แต่ที่สูญเสียไปแล้ว คือระบบนิเวศของที่นั่น และได้สร้างแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปกคลุมชั้นบรรยากาศให้เพิ่มมากขึ้น ภาวะโลกร้อนก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน เป็นผลกระทบต่อเนื่องไปยัง อนาคตว่า ภัยธรรมชาติจะรุนแรงและถี่ขึ้น หรือโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการสูญพันธุ์ ครั้งที่ 6

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV22

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์