ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564

นายกรัฐมนตรี ลั่น อย่าทะเลาะกัน เรื่อง รัฐธรรมนูญ

398 21
นายกรัฐมนตรี ลั่น อย่าทะเลาะกัน เรื่อง รัฐธรรมนูญ

นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถา เนชั่น ดินเนอร์ทอร์ก ลั่น อย่าไปทะเลาะกันเรื่องรัฐธรรมนูญ ยัน ไม่ต้องการผลประโยชน์ -อำนาจ โว อยู่ในกองทัพมา 40 ปี แล้วตนจะบ้าอำนาจไปถึงไหน พร้อมโต้คนวิจารณ์ไร้การตรวจสอบ ชี้ โดนฟ้องร้องเป็นร้อยคดี แต่มอบผู้แทนแจงข้อเท็จจริง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในงาน Nation Dinner Talk ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2020" พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "วิสัยทัศน์ประเทศไทย 2020"  พร้อมด้วยจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  นายอุตมะสวนานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  และคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมพิธีเปิดงานเนชั่น Dinner Talk ตนมาพูดในฐานะผู้นำรัฐบาล ซึ่งในการแก้ไขปัญหาทุกด้านตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และในปีต่อไปจะทำอะไรอะไรที่จะสามารถตอบโจทย์ความท้าทายต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ซึ่งการที่ตนมาวันนี้ตนขอชื่นชมเนชั่นที่ถือว่าเป็นสื่อที่ผู้คนให้ความนิยมและมีการติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นจำนวนมากก็ติดตามอยู่เหมือนกัน พิธีกรหลายคนก็รู้จักดีในวันหน้าตนก็คิดว่าน่าจะไปเอาดีทางการเมืองก็ขอให้เตรียมตัวเอาไว้ให้มาช่วยกันพัฒนาประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งเหมือนกับทุกคนที่จะต้องรับประโยชน์จากที่รัฐบาลทำงาน รวมไปถึงลูกหลาน เพราะวันนี้ทำเพื่อปัจจุบันและอนาคตไปข้างหน้า การวางพื้นฐานที่เป็นกรอบการทำงานโดยก่อนที่ตนจะกล่าวถึงทิศทางตนอยากจะบอกว่าทำไมถึงต้องมียุทธศาสตร์ชาติ หลายคนอาจจะไม่เคยมีหรือไม่เคยได้ยิน มองว่าไม่มีประโยชน์ ไม่สามารถตอบสนองประชาชนได้ แต่นี่คือกรอบการทำงานของเรามี 6 ยุทธศาสตร์ และยังมีปลีกย่อยอีกจำนวนมากนำไปสู่แผนงานโครงการต่างๆที่ทุกหน่วยงานกระทรวงทบวงกรมต้องนำไปใช้ หากต่างคนต่างคิดต่างทำก็ไม่ได้เดินไปในทางเดียวกัน ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายในการทำงานในวันนี้แบ่งไว้ทั้งหมด 4 ช่วง ช่วงละ 5 ปี ช่วงนี้เองเป็นช่วงในการเปลี่ยนผ่านและการเริ่มต้นโครงการระยะยาวในทุกๆด้านการวางพื้นฐาน 20 ปีต้องวางกรอบเป้าหมายว่าต้องการอะไรใน 20 ปีข้างหน้า ต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้และแก้ปัญหาอุปสรรค


โดยในช่วงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องที่คิดวันเดียวหรือประชุมเพียงครั้งเดียว เพราะมีหลายอย่างที่เป็นปัญหาทับซ้อนกันมากมาย ซึ่งพยายามแก้ไขมาหลายรัฐบาล และรัฐบาลมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เรื่องน้ำ เรื่องภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำทั้งหมด แต่ไม่เคยมียุทธศาสตร์ชาติ ว่าจะเดินไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันได้อย่างไร บางครั้งการใช้งบประมาณรายจ่ายหมดไปโดยไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา ซึ่งการแก้ปัญหาแบบองค์รวมต้องบูรณาการคือแผนคน แผนเงิน และแผนงานโครงการต้องดูไปด้วยกันทั้งหมดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเป้าหมายเดียวกัน หากมองแต่ประเทศมี 20 กระทรวงทำงานเฉพาะด้านตนเอง ก็จะได้เฉพาะของตนเอง อย่างไรก็ไม่ทั่วถึง ไม่มั่นคงไม่ยั่งยืนแบบไม่เข้มแข็งเพียงพอ และหากมองแต่ปัญหาอย่างเดียวติดกับการแก้ปัญหาเดิมๆก็จะแก้ปัญหาไม่ได้แล้วจะมีอนาคตหรือไม่ ตนอยากให้มองเห็นความยากง่ายทำปัจจุบันและทำไปสู่อนาคต

ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ตนทราบว่าทุกคนเป็นห่วงชาติบ้านเมือง มีใครไม่รักชาติหรือไม่ต้องรักให้ถูก รักให้เป็น อะไรคือชาติ อะไรคือศาสนา และอะไรคือพระมหากษัตริย์ สิ่งที่ประกอบกันเป็นชาติ เราเป็นคนที่มีอัตลักษณ์เดียวกันมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันอยู่ร่วมกันในดินแดนของเรา นี่คือดินแดนของเราของคนไทยมาจากไหนตนไม่รู้ แต่ท้ายที่สุดมาอยู่ด้วยกันมีลูกมีหลานมีทายาท บ้างคนโล้เรือมาจากดินแดนอื่น แต่จะเอาเปรียบเทียบไปมา เรือเหล็กรั่วไม่รั่วจะรู้ได้อย่างไร ถ้าทุกคนช่วยกันดูแลไม่ใช่ช่วยกันเจาะ ช่วยกันไชรูสนิมอยู่อย่างนี้ ถ้าทุกคนช่วยกันจะเหลืออะไรก็ไปได้ทั้งหมด ขอแค่อย่าเอาเท้าราน้ำ เรือแจวมีคนแจวเรือมีอยู่แล้วรัฐบาลมีหน้าที่ในการแจวเรือ นำพาคนไทยทั้งประเทศเดินไปข้างหน้า หน้าที่รัฐบาลเป็นอย่างนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ ในการทำงานตั้งเป้าหมายทั้งใกล้และไกล

ตนในฐานะที่เป็นทหารเก่า ตนคิดว่าการทำงานของรัฐบาล เพื่อไปสู่ความสำเร็จนั้น ถูกฝึกมาว่าต้องกำหนดเป้าหมายเป็นตัวกำหนด ทหารจะเข้าตรวจพื้นที่ต้องเป้าหมาย ต้องมีที่หมาย ต้องมีระยะเวลาผ่านแนวทางการปฏิบัติไม่ต่างกันกับการทำงานในปัจจุบันหลักการเหล่านี้ภาคธุรกิจก็ต้องทำ แก้ไขปัญหาในอดีตที่ผ่านมาอย่าให้เกิดขึ้นอีกเพราะเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศพร้อมระบุว่าไทยมีศักยภาพเหนือกว่าอีกหลายประเทศ มีรอยยิ้ม มีอาหารการกิน วัฒนธรรมที่สวยงาม สิ่งเหล่านี้เป็นจุดขายเพียงแต่จะทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบ ไม่ขัดแย้ง นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด ที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปีหน้าต้องแก้ในปีนี้และยังเป็นบทเรียนมาแล้วอย่าทำให้เกิดขึ้นอีก

ซึ่งทุกวันนี้โลกมีความแคบลง วันนี้คนติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้นติดตามโทรทัศน์มากขึ้นอ่านสื่อสิ่งพิมพ์อาจจะน้อยลงแต่อ่านในโซเชียล ในออนไลน์คนติดตามมาก แต่สิ่งสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้ประเทศมีความสงบสุข เราทุกคนต้องช่วยกัน มหาอำนาจเป็นเรื่องของมหาอำนาจ ประเทศเรายังไม่ใช่มหาอำนาจสิ่งที่คิด สิ่งที่ทำ บางครั้งอาจไม่ใช่ 

โดยวันใดที่ตนไม่มีภารกิจนายกรัฐมนตรี คนก็วิจารณ์ว่าเดินไปเยี่ยมนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว อยู่แต่ในทำเนียบไม่ได้ทำอะไร แต่ที่จริง ตนนั้นคิดทั้งวัน อ่านเอกสารทั้งวัน ต้องลงนามต้องทำความเข้าใจ ต้องสอบถาม ต้องคิดล่วงหน้าว่าจะแก้ไขอย่างไร จะสั่งการอย่างไรและจะมอบนโยบายอย่างไร การตัดสินใจว่าจะเข้าหรือไม่เข้าครม.นี่คือหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ หรือเรื่องสำคัญเรื่องเดียว ไม่ใช่ตอนทำเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง ตนไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ไม่เคยท้อ ท้อไม่ได้อยู่แล้ว เข้ามาตรงนี้ก็ท้อไม่ได้ อยู่แล้ว 5 ปีที่ผ่านมาก็ทำมากพอสมควร หลายคนอาจจะยังไม่ทราบเพราะการนำเสนอยังไม่มีคุณภาพเท่าใดนัก นำเสนอข่าวการตอบโต้เฉยๆ แต่ควรเสนอว่ารัฐบาลทำอะไรมาแล้วบ้าง บางคนเองก็เลือกฟังเฉพาะเรื่องที่อยากฟังนี่คือคนในโลกปัจจุบัน สมาธิสั้น และอ่านหนังสือน้อย แต่ตัดสินใจเร็วบนพื้นฐานข้อมูลที่ไม่เพียงพอ แต่ตนไม่โทษใครแต่จะทำอย่างไรให้โลกกลับมาสู่โลกที่ควรจะเป็น  

โดยนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การทำผลสำรวจว่าชื่นชอบนายกรัฐมนตรีหรือไม่  ใครจะชอบผมไม่ชอบตมก็เรื่องของเขา แต่ตนไม่ได้ทำเพื่อตนเอง หลายคนมองว่าตนเข้ามาเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ ในเมื่อตนไม่ต้องการผลประโยชน์หรืออำนาจจนเบื่อกับการใช้อำนาจมานานพอแล้ว อยู่ในกองทัพมา 40 ปีจะบ้าอำนาจไปถึงไหน เป็นผบ.ทบ.มา 4 ปีไม่เหนื่อยหรือไงเป็นผู้บังคับบัญชาคน ซึ่งเหนื่อยอย่างเดียวว่าจะตอบแทนกันได้อย่างไรในการดูแลให้เป็นคนดี สิ่งเหล่านี้อย่ามองว่า ตนรักษาอำนาจ อำนาจเต็มมือไม่ใช่หรอก  การใช้อำนาจม. 44 หรือ 88 ตนไม่ได้ใช้ เพื่อประโยชน์ของตนสักอย่าง  

และช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับว่า คนไทยไม่ชอบอะไรลำบาก ชอบแต่สบาย ไม่ชอบกฎระเบียบ กฎหมายหลายพันฉบับจะไปอยู่ที่ใดรัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกก็เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ อย่าไปทะเลาะกันเรื่องรัฐธรรมนูญมากนัก จะทำอะไรก็ทำไป ใช้กฎหมายอย่างเดียวกันก็ทะเลาะกันไปกันมา 

หลายคนชอบวิจารณ์รัฐสภา ว่าจะสภาฯชาตินี้หรือสภาฯชาติหน้า รัฐบาลนี้ก็ได้แก้ไขปัญหาอยากให้ย้อนไปดูว่าปัญหาเกิดมาจากที่ไหน  ถ้าไปดูไส้ใน รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ทั้งสาธารณสุข สารพิษ แต่ทำอย่างไรถึงจะแก้ไขปัญหานี้ได้ ไม่ใช่ว่าจะสร้างจะใช้ จะหยุด หรือจะเลิก มีผลพวงกันทั้งสิ้น อย่ามองว่ามีผู้ได้รับผลประโยชน์ โดยไม่สนใจว่าใครจะได้รับผลประโยชน์ แต่ตนสนใจว่าประชาชนจะก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่จะต้องช่วยกันทำต่อไป  ไม่ใช่ลงถนนเต็มไปหมด ตนไม่ได้ขัดแย้ง แต่ตนอยากให้เลิก จะเลิกอย่างไร ไม่ให้มีปัญหาอย่าสร้างปัญหาให้ตนมากนักแล้วกัน หลายเรื่อง ตนไม่ได้บ่น ไม่ได้น้อยใจทหารใจน้อยไม่ได้ ทหารไม่มีใจน้อย

หลายคนบอกว่า ตนไม่เคยโดนตรวจสอบ เพราะตนมีอำนาจตามม.44  ในขณะที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.มีเป็นรอยคดี แต่มอบหมายให้คนไปชี้แจง ด้วยหลักฐานและข้อเท็จจริงก็จบ ไม่ใช่ไม่ตรวจสอบอะไรเลยอย่างนั้นไม่ใช่ตน หากไม่ถูกวันนี้ วันหน้าก็ไม่ถูกอยู่ดีทำไมไม่ทำให้ถูก ส่วนเมื่อติดอะไร แก้ไขไม่ได้ก็ต้องใช้ม. 44 และไม่ได้ทำร้ายใคร แต่ใช้ทำงานได้เพื่อปลดล็อค ให้คุณทำงานได้ดีไปหมด วันนี้ไม่มีแล้วหมด ม.44 อย่ามาเรียกให้ตนใช้ม.44 ตอนนี้ก็ด่าทุกวัน เอาแต่ใจตัวเองทุกเรื่องก็ไม่ได้ ตนพูดได้เต็มปาก เพราะต้นไม่ได้เรียกร้องกับใคร ตนพอแล้ว พอกิน พอใช้ จะกินอะไรนักหนา หูฉลามกินไม่ได้หรอก คนก็พูดให้ตลกไปงั้นแหละวันที่ไปเดินงานเยาวราช ทุกอย่างทุกคนจับตามอง ใช้ของแพงก็ไม่ได้ นายกฯต้องปอนปอน ไม่รู้นะตนว่าตนก็หล่อพอสมควร ใช้อะไรแพงก็ไม่ได้วันหลังไปต่างประเทศ ใช้ผ้าขาวม้าผืนเดียวพอ สิ่งที่ตนพูดทั้งหมดคือใจของตนพูดเพราะไม่ได้ ตนพูดแบบนักปฏิบัติ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ตนไม่ได้พูด ถ้าหากตนพูดทุกเรื่องคงไม่ต้องได้กินข้าว 

พร้อมฝากประชาชน ให้รักลูกรักหลานให้ถูกวิธี และประชาชนให้ถูกวิธี ลูกหลานเข้มแข็งให้เรียนหนังสือประชาชน ก็เหมือนกันรัฐบาลทำหน้าที่ตรงนี้ ดูแลให้ประชาชนอยู่ได้ ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ต้องทำไปพร้อมกัน อย่าให้เป็นเพียงระสั้นและหมดไปทั้งหมด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend