ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563

กระเจี๊ยบเขียว แหล่งกลูตาไทโอน ราชาสารต้านอนุมูลอิสระ

1.05K 81
กระเจี๊ยบเขียว แหล่งกลูตาไทโอน ราชาสารต้านอนุมูลอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ จัดได้ว่าเป็นสารที่ทำหน้าที่ช่วยในการยับยั้งหรือลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระที่ให้โทษต่อร่างกาย หากมีสารชนิดนี้ในร่างกายเป็นจำนวนมาก จะทำให้ระบบการทำงานต่างๆ เสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นอาการเจ็บป่วย ระบบภูมิคุ้มกันถดถอย หน้าที่ของสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีบทบาทสำคัญที่จะกำจัดเอาสารพิษเหล่านี้ออกไปจากร่างกายให้มากที่สุด ด้วยการรับเอาจากแหล่งอาหารที่เพียงพอ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีได้ยาวนานมากขึ้น

โดยทางเพจ มูลนิธิหมอชาวบ้าน ได้โพสต์บอกถึง ผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ธะรมชาตินั่นก็คือ กระเจี๊ยบเขียว ซื้อเรียกได้ว่าเป็น ราชาสารต้านอนุมูลอิสระ เลยที่เดียว โดยทางเพจได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า...

กระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ที่สำคัญกระเจี๊ยบเขียวมีกลูตาไทโอน มีบทบาทสำคัญควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ และทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย ช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนิยมใช้สารนี้เพื่อให้ผิวขาวขึ้น เพราะกลูตาไทโอน สามารถกดการทำงานของเอนไซม์ที่ผลิตเม็ดสีได้ชั่วคราว

นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นส่วนของพืชผักที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และเส้นใยที่ละลายน้ำได้ สารเมือกหรือเส้นใยที่ละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงสู่ลำไส้ใหญ่จะช่วยในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ (พรีไบโอติกแบคทีเรีย) ซึ่งจะช่วยลดปริมาณพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียที่ไม่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย กระเจี๊ยบเขียวจึงจัดเป็นผักสุขภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง

เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำและละลายน้ำของกระเจี๊ยบเขียว มีคุณสมบัติช่วยการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและขับถ่ายออกทางอุจจาระ จึงไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ และสำหรับผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานและคอเลสเตอรอลสูง เส้นใยที่ละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียวจะช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลและน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่จับอยู่กับน้ำดีได้

สรรพคุณเด่นที่สำคัญในการใช้เป็นยารักษาโรคของกระเจี๊ยบเขียว คือ การใช้เป็นยารักษาโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกและท้องเสียสลับกัน และยังช่วยรักษาอาการปวดท้องจากแผลในกระเพาะอาหารและแผลจากลำไส้เล็กส่วนต้น

ตำรับยารักษาโรคกระเพาะ

- ใช้ฝักอ่อนกระเจี๊ยบเขียวหั่นตากแดด บดให้ละเอียด กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ โดยนำมาละลายในน้ำ นม น้ำผลไม้ หรืออาหารอ่อนๆ กินวันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหาร (เวลาละลายจะได้น้ำยาเหนียวๆ)

ตำรับยาแก้ปวดท้อง

- ใช้รากกระเจี๊ยบเขียวฝนกับน้ำธรรมดากิน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์