ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563.

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ หลักเกณฑ์-วิธีสรรหาบุคคล เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๖๒

1.4K 8
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ หลักเกณฑ์-วิธีสรรหาบุคคล เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๖๒

วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ. ๒๕๖๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบมาตรา ๓๐ (๔) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ กฎ ก.ตร. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๒ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นที่ปรึกษาของข้าราชการการเมือง หรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ

(๖) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ

(๙) ไม่เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๑๐) ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

ข้อ ๓ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ

(๑) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอรายชื่อบุคคลผู้ที่มีความเหมาะสม ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการหรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไปและต้องเป็นผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นข้าราชการตำรวจมาแล้วเกินหนึ่งปีนับถึงวันได้รับการเสนอชื่อ และต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ รวมจำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิที่จะต้องดำเนินการสรรหาตามมาตรา ๓๐ (๔) เพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกตามกฎหมายแล้วส่งให้เลขานุการ ก.ตร. ภายในวันและเวลาที่กำหนดตามแบบ ก.ตร.๑ ท้ายกฎ ก.ตร. นี้

ข้อ ๔ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว นับแต่วันที่ประธาน ก.ตร. มีประกาศแต่งตั้ง

ข้อ ๕ ในกรณีที่กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแจ้งให้ ก.ตร. ทราบก่อนวันครบกำหนดตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวันและให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสรรหากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิใหม่โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๓

ให้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่ข้อ ๖ นอกจากการพ้นจากต าแหน่งตามวาระตามข้อ ๔ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒

(๒) ก.ตร. มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจทั้งหมดให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือมีการกระทำหรือมีคุณลักษณะไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการข้าราชการตำรวจ

(๓) ตาย หรือมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ หรือลาออก

(๔) สมัครรับเลือกตั้งหรือยินยอมให้เสนอชื่อเข้ารับการเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะผู้บริหารท้องถิ่น

(๒) ให้เลขานุการ ก.ตร. ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอรายชื่อตาม (๑)แล้วจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลดังกล่าวที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ เสนอกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๓๐ (๑) (๒) และ (๓)เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยเปิดเผย ผู้ซึ่งได้รับความเห็นชอบจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๓๐ (๑) (๒) และ (๓) ทั้งหมดที่มาประชุมจึงจะถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับการสรรหาเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกต่อไป

(๓) ในกรณีที่ไม่มีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียงตาม (๒) หรือมีแต่ยังได้ไม่ครบตามจำนวนให้ดำเนินการตาม (๑) และ (๒) สำหรับจำนวนบุคคลที่ยังขาดอยู่ จนกว่าจะได้ครบตามจำนวนเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกตามกฎหมาย

(๔) ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเสนอบัญชีรายชื่อบุคคลผู้ที่ได้รับการสรรหาตาม (๓) โดยเรียงลำดับตามตัวอักษรไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภาพิจารณาดำเนินการเลือกให้เหลือ ตามจำนวนที่กฎหมายบัญญัติต่อไป

(๕) เมื่อได้รับแจ้งรายชื่อบุคคลตาม (๔) ที่ได้รับเลือกจากวุฒิสภาแล้ว ให้เลขานุการ ก.ตร. เสนอรายชื่อไปยังประธาน ก.ตร. เพื่อประกาศแต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิต่อไป

ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจหรือไม่ ให้ ก.ตร. เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ข้อ ๗ ในกรณีกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ และยังไม่มีการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ ก.ตร. ประกอบด้วยกรรมการข้าราชการตำรวจเท่าที่เหลืออยู่ และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

การสรรหาบุคคลเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างลงตามวรรคหนึ่ง ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอให้วุฒิสภาเลือกเป็นกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

ให้กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำรงตำแหน่งแทน หากมีวาระเหลืออยู่ไม่ถึงสองปีนับแต่วันดำรงตำแหน่ง ไม่ให้นับเป็นวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อ ๔

ข้อ ๘ ในกรณีที่มีปัญหาต้องตีความและวินิจฉัยตามกฎ ก.ตร. นี้ ให้เสนอ ก.ตร. พิจารณาคำวินิจฉัยของ ก.ตร. ให้ถือเป็นที่สุด

ให้ไว้ ณ วันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend