ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

ผบช.น. แถลงจับลูกรองผกก.ค้าปืนเถื่อน พ่วงจับแก๊งลอบขนไอซ์

1.2K 21
ผบช.น. แถลงจับลูกรองผกก.ค้าปืนเถื่อน พ่วงจับแก๊งลอบขนไอซ์

พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสายตรวจ191 เจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุมคดีสำคัญ จำนวน 3 คดี พร้อมยึดของกลางเป็นยาเสพติด และ อาวุธ เพียบ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ธันวาคม ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191 ) พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สำราญ นวลมา ผู้บังคับการ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191 ) พันตำรวจเอก ปิยรัช สุภารัตน์ ผู้กำกับการสายตรวจ  เจ้าหน้าที่ตรวจสายตรวจ191 เจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีที่น่าสนใจ จำนวน 3 คดี 


พลตำรวจโท ภัคพงศ์ กล่าวว่า คดีที่แรกเป็นการจับกุมตัว นายชัยณรงค์ หรือกุ๊ก อินทะ อายุ 27 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 64 กิโลกรัม รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นCR-V หมายเลขทะเบียน 8กด3753 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือจํานวน 2 เครื่อง โดยจับกุมพร้อมของกลางได้บริเวณหน้าชุมชนแออัด ซอยเสนานิเวศน์ 120/3 ถนนเสนานิคม 1 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. เวลาประมาณ 05.10 ( 8 ธ.ค. ) ที่ผ่านมา

พลตำรวจตรี สำราญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการจับกุมมาจากวัยรุ่นที่ลักลอบขนยาเสพติดรายก่อนหน้าบริเวณ ถนนอิสรภาพ ได้ผู้ต้องหา 5 คน ของกลาง ยาไอซ์ 11.5 กิโลกรัม ยาบ้า 1.5 แสนเม็ด เมื่อ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีวิธีการขนยาจะคล้ายกันทําให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันอย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังพบข้อมูลว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดลักลอบจําหน่ายยาเสพติด ให้กับลูกค้าย่านเกษตร - นวมินทร์ และบริเวณ RCA พระราม 9 

โดยใช้รถยนต์เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อรอส่งให้กับผู้ค้ารายย่อย เจ้าหน้าที่จึงนํากําลังไปเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณถนนเสนานิคม 1 จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.10 น. วันที่ 8 ธ.ค. พบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CR-V สีเทา หมายเลขทะเบียน 8กด- 3753 กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดบริเวณหน้าชุมชน แออัด ซอยเสนานิเวศน์ 120/3  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ขอทําการตรวจค้นพบนายชัยณรงค์ หรือกุ๊ก อินทะ (ทราบชื่อภายหลัง)  เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) หนักประมาณ 64 กิโลกรัม 

คดีที่ 2 พลตำรวจโท ภัคพงศ์  กล่าวว่า เป็นการจับกุมตัว นายสุรัติ เสี่ยงตรง อายุ 28 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ จํานวน 9 กระบอก ถังสแตนเลสสําหรับทดลองยิงปืน จํานวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ 1 คัน โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ ภายในสถานีขนส่งหมอชิต แขวงบางซื่อ เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลาประมาณ 20.15 น. (8 ธ.ค.) ผ่านมา

พลตำรวจตรี สำราญ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามการซื้อขายอาวุธ ปืนผ่านทางโซเซียลมีเดีย จนทราบว่ามีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์รายหนึ่งใช้ชื่อว่า สุรัติ มีพฤติกรรมจําหน่ายอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ที่ใช้กับกระสุนปืนขนาดต่างๆ ทั้ง.38 และลูกซอง ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งการสั่งซื้ออาวุธปืนจะให้ผู้สั่งซื้อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และแจ้งใบเสร็จการโอนเงินแก่นายสุรัติ จากนั้นจะนําเอาวุธปืนตามที่ได้ตกลงซื้อขายกัน มาส่งให้ตามสถานที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนทําการสั่งซื้อมาเป็นระยะ เวลานานกว่า 6 เดือน รวม 8 กระบอก ก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดต่อสั่งซื้อ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 จากนายสุรัติ อีกจำนวน 1 กระบอก 

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ได้ทําการนัดส่งอาวุธปืนกันที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต โดยนายสุรัติ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามายังบริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ ภายในสถานีขนส่งหมอชิต และได้หยิบถุงอาวุธปืนจากใต้เบาะรถจักรยานยนต์ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตํารวจที่อําพรางเป็นลูกค้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจที่กระจายกําลังอยู่โดยรอบได้แสดงตัวและขอทําการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส บรรจุอยู่ภายในถุงหิ้วพลาสติก จำนวน 1 กระบอก จึงนำตัวมาสอบสวนต่อที่ บก.สปพ.

สอบถามนายสุรัติ รับว่าตนซื้ออาวุธปืนจากกลุ่มเฟสบุ๊กต่างๆที่มีการขายปืนในราคากระบอกละ 3,500 บาท และนํามาขายให้กับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่อยู่ในกลุ่มไลน์ ในราคากระบอกละ 5,500 บาท ซึ่งขายมานานกว่า 2 ปี รวมประมาณ 100 กระบอก และยังรับอีกว่าที่ บ้านพักในซ.วิภาวดี27 มีถังสําหรับทดสอบยิงปืนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบพบของกลางดังกล่าวข้างต้น ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนและขยายผลที่มาของอาวุธปืน 

สำหรับปืนไทยประดิษฐ์ที่จับได้ในครั้งนี้ส่วนจากข้อมูลที่ได้มาสมัยก่อนเป็นปืนที่มีฐานการผลิตอยู่ใน จ.อุทัยธานี แต่ปัจจุบันได้เลิกผลิตไปแล้วแต่ยังคงมีการลักลอบผลิตอยู่บ้าง กลุ่มผู้ค้ากลุ่มนี้ก็จะติดต่อซื้อมาขาย และจะมีการส่งทางไปรษณีย์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งล่าสุดได้มีการจับกุมเพิ่มอีก 1 กระบอกที่มีการลักลอบส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งคาดว่ามาจากแหล่งผลิตเดียวกันซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล 

รายงานข่าวระบุว่าสำรับนายสุรัติ เป็นบุตรชายของ นายตำรวจระดับรอง ผกก. สังกัดหนึ่งในตร. ซึ่งจากการตรวจค้นยังพบอาวุธปืนภายในบ้านอีกจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบเป็นอาวุธปืนที่มีการครองครองอย่างถูกต้อง 

คดีสุดท้าย เจ้าหน้าที่ตรวจสายตรวจ191 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จํานวน 4 ถุงเล็ก รวมน้ำหนัก 2.9 กรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จํานวน 2 ถุง รวมทั้งสิ้น 42 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) จํานวน 1 กระบอก กระสุนปืน .22 จํานวน 9 นัดโดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้า MS แมนชั่น ซอยอนามัย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

พลตำรวจตรี สำราญ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตํารวจงานสายตรวจ 3 ได้รับแจ้งจากสายลับผ่านทางเพจ "นักสืบพระนคร" ว่ามีชายไทยชื่อเล่นว่านายมืด มีลักษณะรูปร่าง ผอม ผิวดําแดง มีพฤติการณ์ ชอบนํายาเสพติดมา จําหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่อ.คลองหลวง และจะพกพาอาวุธปืนติดตัวมาด้วยเป็นประจํา เจ้าหน้าที่ตํารวจงานสายตรวจ 3 ได้วางแผนพร้อมเข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบชายไทยรูปร่างลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้ง ยืนอยู่บริเวณหน้า MS แมนชั่น ซอยอนามัย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว และขอทําการตรวจค้นพบของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าคาดเอว ที่ นายมืด สะพายอยู่และยังพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ( ปืนปากกา )เหน็บอยู่บริเวณเอวด้านขวาของตัวนายมืดเอง

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์