ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

พาณิชย์ชี้โอกาสสินค้าเกษตรไทยบุกเวียดนามและเมียนมา

53 1
พาณิชย์ชี้โอกาสสินค้าเกษตรไทยบุกเวียดนามและเมียนมา

"พาณิชย์" หยิบบทวิเคราะห์ยูเอสดีเอประเมินโอกาสของสินค้าเกษตรไทย พบไทยควรรักษาส่วนแบ่งตลาดในเวียดนามและเมียนมา และเร่งขยายการส่งออกจากการเติบโตของตลาดสินค้าเกษตร 2 ตลาด

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) กล่าวว่า ได้ศึกษาบทวิเคราะห์ เรื่อง "Growing Markets for U.S.Agricultural Exports: Vietnam, Thailand, and Burma" จัดทำโดยกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ(USDA) ฉบับเดือนตุลาคม 2562 และได้นำมาวิเคราะห์พบว่า ตลาดเวียดนามและเมียนมาเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่ไทยควรรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและเร่งขยายการส่งออกโดยใช้โอกาสจากการเติบโตของตลาดสินค้าเกษตรในประเทศดังกล่าว                        


ผลการวิเคราะห์ พบว่า สินค้าที่ไทยควรส่งเสริมเพื่อการส่งออกในตลาดเวียดนามได้แก่ 1. ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ปี 2561ไทยส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปเวียดนามมูลค่า 990.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯเวียดนามมีการนำเข้าผักและผลไม้เพิ่มขึ้นจากความต้องการในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศแต่ ผลไม้ในประเทศยังครองส่วนแบ่งการบริโภค เพราะเป็นผลไม้ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยราคาไม่สูง รัฐบาลเวียดนามสนับสนุน การเพาะปลูกผลไม้สดเพื่อส่งออกทำให้เกิดการพัฒนาการผลิตและเพาะปลูกผลไม้ในประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยจะต้องปรับตัวเพื่อแข่งขันมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพบรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานสุขอนามัยพืชต่างๆพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ตอบสนองความต้องการของตลาดมากขึ้น

2. อาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่มสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ซอสและของปรุงแต่ง และอาหารปรุงแต่งอุตสาหกรรมอาหารปรุงแต่งและแปรรูปในเวียดนามกำลังมีการเติบโตผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารต้องมีการปรับตัวเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกรวมทั้งต้องศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเป็นสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มไทยที่ส่งออกไปเวียดนามมากที่สุด ปี2561 มีมูลค่าการส่งออก 440.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวกระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าเครื่องดื่มอัดลมและแอลกอฮอล์สำหรับเวียดนามมีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณสูง โดยเฉพาะเบียร์

3. ไม้เนื้อแข็งและไม้แปรรูปสินค้ากลุ่มไม้และผลิตภัณฑ์ไม้สำคัญของไทยที่ส่งออกไปเวียดนาม คือ ไฟเบอร์บอร์ด (FiberBoard)  ปี 2562 (ม.ค.- ต.ค.) มูลค่าส่งออก 63ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 31.4 เมื่อเทียบกับปีผ่านมาไทยเป็นผู้ส่งออกไฟเบอร์บอร์ดรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามต้องรักษาฐานตลาดการส่งออกเนื่องจากอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์เวียดนามต้องมีการพึ่งพาการนำเข้าไม้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนอีกทั้งควรเพิ่มการส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้ประเภทอื่นๆ ไปยังเวียดนาม เช่นไม้ยางพาราที่มีความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านคุณภาพและราคาเหมาะสมกับการนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง และ 4. สิ่งทอเวียดนามต้องพึ่งพาวัตถุดิบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ไทยควรต้องผลักดัน

การส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอไปยังเวียดนามพัฒนากระบวนการผลิตวัตถุดิบสิ่งทอโดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ รวมทั้งการลดต้นทุนการผลิตในปี 2561 ไทยส่งออกสินค้าสิ่งทอไปเวียดนามมูลค่ารวม 521.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 12.8 สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ผ้าผืนและด้าย เส้นใยประดิษฐ์

สำหรับสินค้าที่ไทยควรส่งเสริมเพื่อการส่งออกในตลาดเมียนมาได้แก่ 1. อาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่ม ปี 2561เมียนมามีการนำเข้าอาหารปรุงแต่งจากไทย มูลค่า 88.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯสินค้าที่สำคัญได้แก่ อาหารปรุงแต่ง ซอสและของปรุงแต่ง ชาและกาแฟชาวเมียนมามีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเพื่อกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นผู้ผลิตและส่งออกไทยควรศึกษาตลาดและคู่แข่งเพื่อแข่งขันในตลาดเมียนมาซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ได้แก่ น้ำผัก น้ำผลไม้ น้ำแร่และน้ำอัดลมจะได้รับความนิยม ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเมียนมามีระดับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิมในเอเชียทำให้มีช่องว่างสำหรับการเติบโตอีกมากสินค้าเครื่องดื่มไทยที่ส่งออกไปเมียนมาที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลังไทยควรหาโอกาสในการขยายการส่งออกน้ำผักและน้ำผลไม้ไปยังเมียนมามากขึ้นซึ่งผู้ส่งออกสามารถใช้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าได้

และ 2. อาหารสัตว์อุตสาหกรรมปศุสัตว์ในเมียนมามีการขยายตัวอย่างรวดเร็วอาหารสัตว์จึงเป็นสินค้าส่งออกที่มีความน่าสนใจเดิมไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวโพดไปยังเมียนมาเพื่อเป็นอาหารสัตว์โดยเป็นผู้ส่งออกไปเมียนมารายใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยสหรัฐฯ ทั้งนี้การผลิตอาหารสัตว์จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านปริมาณและราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวนซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ                จากข้อมูลการวิเคราะห์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯพบว่า สินค้าเกษตรของสหรัฐฯที่มีโอกาสเติบโตในตลาดเวียดนาม ได้แก่ 1.นมและผลิตภัณฑ์ 2. ไม้เนื้อแข็ง 3. เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ 4. ฝ้าย และ 5.อาหารปรุงแต่ง ตลาดเมียนมา ได้แก่ 1. อาหารปรุงแต่งและเครื่องดื่มอื่น ๆ 2.ผลไม้สด และ 3. ข้าวโพด สำหรับตลาดไทย ได้แก่ 1. นมและผลิตภัณฑ์ 2. สินค้าขั้นกลาง(intermediate products) ได้แก่ โปรตีนเข้มข้น (proteinconcentrates) และแป้งอัดเม็ด (flour pellets) และ3. ถั่วเปลือกแข็ง

การขยายตลาดการส่งออกสินค้าเกษตรเป็นนโยบายที่กระทรวงพาณิชย์มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้นโดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการติดตามข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดสินค้าเกษตรเพื่อหาช่องทางและโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์