ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563.

พาณิชย์เล็งปลดล็อกธุรกิจเพิ่มอีก 4 รายการ

73 1
พาณิชย์เล็งปลดล็อกธุรกิจเพิ่มอีก 4 รายการ

"พาณิชย์"เดินหน้าอำนวยความสะดวกคนต่างด้าวทำธุรกิจในไทย ถกบีโอไอปรับธุรกิจออกจากบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเพิ่มเติม เน้นธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หลังล่าสุดปรับออกแล้ว 45 ธุรกิจ กำลังจะเอาออกอีก 4 ธุรกิจ มั่นใจทำให้การเข้ามาประกอบธุรกิจง่ายขึ้น ยันต่างชาติยังสนใจเข้ามาทำธุรกิจในไทยเพิ่ม แต่ที่ขออนุญาตลด เหตุไปขอกับหน่วยงานอื่นหลังปลดล็อก และขอผ่านบีโอไอ


นายพูนพงษ์นัยนาภากรณ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมฯมีแผนที่จะอำนวยความสะดวกในการเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทยให้กับคนต่างด้าวโดยล่าสุดได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เพื่อพิจารณาปรับธุรกิจออกจากบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 เพิ่มเติม โดยขณะกำลังรอข้อมูลจากบีโอไออยู่ แต่หลักๆจะเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0ที่เน้นการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่

 ทั้งนี้ ในปัจจุบันได้มีการปรับธุรกิจออกจากบัญชีแนบท้ายแล้ว 45 ธุรกิจ และกำลังจะปรับออกเพิ่มอีก 4ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจบริการโทรคมนาคม สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม แบบที่1 ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม , ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน, ธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยานตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศสำหรับใบรับรองหน่วยซ่อม ประเภทที่ 2 สำหรับบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยานและใบรับรองหน่วยซ่อมประเภทที่ 3 สำหรับบำรุงรักษาบริภัณฑ์และชิ้นส่วนของอากาศยานและธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง

  "การปรับธุรกิจออกจากบัญชีแนบท้ายทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่ต้องมาขออนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจกับกรมฯ อีกซึ่งเป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในแพกเกจเร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิตจากผลกระทบของสงครามการค้าโดยธุรกิจที่ปรับออก ส่วนใหญ่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอยู่แล้ว เช่น ธนาคารประกันภัย ก็ให้ไปขออนุญาตที่หน่วยงานตรงเลย หรืออย่างธุรกิจที่ไม่กระทบคนไทย เช่นการตั้งสำนักงานผู้แทน ก็ไม่ต้องมาขอ เป็นต้น และจากนี้ไป กรมฯจะมีการทบทวนบัญชีแนบท้ายถี่ขึ้น แทนที่จะทบทวนปีละ 1 ครั้งตามที่กฎหมายระบุไว้เพราะต้องการปรับให้สอดคล้องกับการดึงดูดการลงทุนและการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจของคนต่างด้าว" นอกจากนี้กรมฯ ยังจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลกับบีโอไอโดยหากคนต่างชาติได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอแล้ว ตามกฎหมายต้องมาขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจกับกรมฯอีก โดยกรมฯ ต้องออกหนังสือรับรองให้ภายใน 30 วัน ซึ่งจะดำเนินการให้เหลือแค่ 1วัน เพราะเมื่อมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันแล้ว เมื่อได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนก็จะเชื่อมข้อมูลมายังกรมฯ ทันที จากนั้นเมื่อมีการชำระเงินค่าธรรมเนียมผ่านระบบอีเพย์เมนต์กรมฯ ก็จะส่งหนังสือรับรองกลับไปได้ทันที นายพูนพงษ์กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์การลงทุนของคนต่างด้าวในไทย ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่างชาติยังสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย โดยการเข้ามาลงทุนจะดูแค่การขออนุญาตประกอบธุรกิจจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างเดียวไม่ได้ต้องดูผ่านช่องทางการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอด้วยเพราะนักลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอแล้วไม่ต้องมาขออนุญาตการประกอบธุรกิจตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอีกและยังมีบางส่วนที่ไปขออนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง     "การขออนุญาตประกอบธุรกิจผ่านคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในช่วง 11 เดือนของปี 2562 (ม.ค.-พ.ย.) มีจำนวน 193 ราย ลดลง 23%แต่มูลค่าเงินลงทุน 22,153ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% ซึ่งจำนวนที่ลดลง ไม่ได้หมายความว่าคนต่างชาติเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในไทยลดลงแต่เป็นเพราะกรมฯ ได้ถอนบัญชีธุรกิจที่ไม่ต้องมาขออนุญาตออกไปเป็นจำนวนมากทำให้คนต่างด้าวไปขออนุญาตทำธุรกิจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนรวมถึงขออนุญาตผ่านบีโอไอ ซึ่งตัวเลข 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) มีจำนวน 1,165 โครงการ มูลค่า 314,130 ล้านบาท"นายพูนพงษ์กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์