ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

หนุ่มโซเชียลซิ่งรถไฟฟ้ายี่ห้อดัง กทม.-เชียงใหม่ ปัญหาอยู่ที่สถานีชาร์จไฟ วอนรัฐเร่งแก้

23.1K 122
หนุ่มโซเชียลซิ่งรถไฟฟ้ายี่ห้อดัง กทม.-เชียงใหม่  ปัญหาอยู่ที่สถานีชาร์จไฟ วอนรัฐเร่งแก้

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ประสบการณ์ตรง ในการใช้รถไฟฟ้ายี่ห้อดัง ด้วยการเดินทางกรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ ยังพบข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นอยู่หลายจุด โดยเฉพาะสถานีชาร์จ โดยได้สรุปข้อบกพร่องต่างๆเอาไว้ดังนี้

วันนี้ขอสรุป Trip การเดินทาง กรุงเทพ - เชียงใหม่ - กรุงเทพ ด้วย MG ZS EV และจะใช้จุด Charge ที่มีในปัจจุบันเป็นหลัก โดยไม่พึ่งเครื่องทำไฟอื่น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่อาจจะจำเป็นต้องเดินทางจะได้เตรียมตัว (ที่สำคัญ คือ เตรียมใจ) ได้ถูก

เริ่มจาก Plan ที่เราได้วางไว้ โดยได้รับคำแนะนำและข้อเสนอแนะต่างๆจากสมาชิกในกลุ่ม Line : MG ZS EV Owner Club Thailand

เริ่มออกจากบ้าน (แถวสนามบินสุวรรณภูมิ) ไปยัง ราชมงคลสุวรรณภูมิ สุพรรณ สาเหตุที่เลือกจุดนี้ เพราะว่าเป็น DC Charge จะเร็วกว่า แม้ต้องอ้อมออกมาค่อนข้างไกล โดยใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 1 ชั่วโมง ตั้งใจจะให้เต็มที่จุดนี้เลย จะใช้เวลาเติม 1 ชั่วโมง ( ตึกไฟฟ้า ชั้น3 โทร. 035434014 )

จากราชมงคลสุพรรณ ไปเติมที่ To-U นว. เติม 2 ชม.

จาก To-U นว. - ไปยัง To-U ที่โรงแรมเวียงตาก เติม 3 ชม.(ผมมีแผนสำรองเป็น mg กำแพงเพชร 055840640)

จาก To-U ตาก ไปยังโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เติมแค่พอไปถึงเชียงใหม่ได้ คาดว่าจะเติม 40 นาที แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา (แผนสำรอง คือ ร้านอาหาร ปางหลวง รีสอร์ท เปิดถึง 23:00 เบอร์ ติดต่อ 0)

จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ไปยัง ชม. แล้วค่อยไปเติมที่นั่นให้เต็ม ขากลับย้อนทางเดิม แต่จะเปลี่ยนจุดที่สุพรรณเป็นการไฟฟ้ารังสิต เนื่องจากเปิด 24 ชม.

26 พ.ย.62 ของจริง ให้ลองเปรียบเทียบแผนกับของจริงดูนะครับ เพราะมีความผิดพลาดเรื่องแผนพอสมควร ทั้งจากตัวเครื่อง Charge และประสบการณ์ในเรื่องการ Charge ที่คลาดเคลื่อน

1. ออกเดินทางจากบ้านเวลา 06:15 ไปราชมงคลสุวรรณภูมิระยะทาง 160 กม.ใช้เวลาเดินทาง 2:15 ชม. ด้วยความเร็วเฉลี่ย 95 กม./ ชม. แบตเตอร์รี่ จาก 100% เหลือ 40% เมื่อไปถึง ปรากฎว่าต้องขึ้นไปติดต่อ จนท. ที่ชั้น 3 อาคารวิศวกรรมไฟฟ้า เพื่อให้มาเปิดระบบ และต้องใช้บัตรของที่นี่เท่านั้น ซึ่ง จนท. ยินดี และเต็มใจช่วยเหลือ (ตั้งแต่เริ่มให้บริการ รถผมเป็นคันที่ 3 เท่านั้นที่มาใช้งาน) ปรากฎว่า Charge ไป 20 นาที แบตเตอรี่เพิ่มมาแค่ นิดเดียว จนท.ลงมาดูเลยลอง reset ระบบ อยู่หลายรอบ เครื่อง shutdown เองตลอด แก้ไขอยู่นานกว่าจะได้

สุดท้ายCharge ด้วยเครื่อง DC ระยะเวลา 40 นาทีได้แบตเตอรี่มา 81% จุดนี้ เสียเวลาเพิ่มจากเดิม 1 ชั่วโมงได้ครับ

2. จากราชมงคลสุวรรณภูมิ เดินทางต่อไปจุด To-U ปั้มบางจาก นครสวรรค์ ระยะทาง 131 กม.ใช้เวลาเดินทาง 10:35- 12:30 = 2 ชม.โดยประมาณ ใช้ความเร็ว 100 กม./ ชม.

เมื่อไปถึงแบตเตอร์รี่ จาก 81% เหลือ 24% ซึ่งตรงนี้ ต้องใช้เวลานานแน่ๆ จากที่ดู % แบตที่เหลือ โดยทำการ Charge ด้วยเครื่อง AC ระยะเวลา 3.20 ชั่วโมง ได้แบตเตอรี่มา 65% (ซึ่งขอ recommend Charge ให้ได้ขั้นต่ำที่ 75% แต่ผมเอาแค่นี้ เพราะมี Project พิเศษที่จะทดลอง จะขอกล่าวในคราวถัดไป)3. ออกจาก To-U ปั้มบางจาก นครสวรรค์ ไปยัง To-U โรงแรมเวียงตาก ระยะทาง 177 กม.ใช้เวลาเดินทาง 15:20 - 18:30 = 3:30* (ซึ่งเวลาจริง ขอให้คิดที่ 2:40 ตรงนี้ผมใช้เวลาทำกิจกรรมที่เกริ่นไว้ เลยเสียเวลาเพิ่ม) ความเร็วเฉลี่ย 95 กม./ชม.แบตเตอร์รี่ จาก 65% เหลือ 5% (ตัวเลขตรงนี้ก็คลาดเคลื่อนเล็กน้อย แต่ถ้า Charge มา 75% แบบที่บอก ไม่ต้องเสียวครับ)

เมื่อมาถึง คำนวณเวลาแล้ว ไปแม่เมาะไม่ทันแล้ว เพราะปิดให้บริการเวลา 15:30 จะไป Charge แผนสำรองที่ ลำปาง ก็ไม่ทัน 23:00 จึงตัดสินใจค้างคืน ที่ โรงแรมเวียงตาก (เสียค่าโรงแรมฟรีที่เชียงใหม่ไปคืนนึง ) Charge ด้วยเครื่อง AC ระยะเวลาข้ามคืนเลย ถือเป็นการปรับสมดุลแบตเตอรี่ไปในตัว ได้แบตเตอรี่มา 100%

4. ออกจาก โรงแรมเวียงตาก เวลา 06:00 ขับชิวๆ ไปโรงไฟฟ้า แม่เมาะ ลำปาง ระยะทาง 214 กม.ใช้เวลาเดินทาง 06:00 - 08:40 = 2:40 ความเร็วเฉลี่ย 95 กม./ ชม. แบตเตอร์รี่ จาก 100% เหลือ 16%

ก่อนไปได้โทรแจ้ง คุณวิรัช ตามเบอร์ที่ได้มา คุณวิรัชแจ้งว่า เดี๋ยวจะให้ จนท.เค้ามาดู แต่ปรากฎว่าเมื่อไปถึง หลังจากที่ รปภ. อำนวยความสะดวกให้ จอดรถเพื่อหลบที่สำหรับเผื่อรถบัสของการไฟฟ้ามาจอด

แต่เมื่อ จนท.มา บอกว่า จุดนี้จอดไม่ได้ เดี๋ยวรถบัสจะมาจอด และ Charge ไฟ ซึ่งผมถามว่า จะมาจอดตอนไหน ถ้าจะมาใช้เดี๋ยวผมขยับให้ (แต่จุดที่จอดอยู่ คือ ไม่ได้ขวางรถบัส) จนท.บอกให้ไปจอดด้านบน ซึ่งถ้าจอดด้านบน เค้าจะให้ไปใช้จุ Charge AC ผมเลยบอกว่า ถ้าใช้เครื่องนั้นมันจะนานมาก ผมต้องอยู่ที่นี่ 5 ชม. เลยนะ

จนท.คนนั้นก็ทำหน้า งงๆ เหมือนไม่เข้าใจว่าทำไมนาน สักพักก็โทรหา เข้าใจว่าน่าจะเป็นหัวหน้า และหลังจากนั้น 5 นาที หัวหน้าก็มา สูงราว 170 ผอมๆ ผมขาว มาบอกไม่ให้จอดตรงนี้ อันตราย แล้วขวางรถบัสจะมา Charge ให้ไป Charge เครื่องเล็ก แล้วก็บอกว่า ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัว เราอนุโลมให้ใช้เฉยๆ จริงๆเราผลิตไฟใช้เอง แล้วถามผมว่า เข้าใจใช่มั้ย

ผมได้แต่ยิ้ม แล้วชวนคุยเรื่องอื่น เพราะไม่อยากเถียงด้วย เดี๋ยวค่อยโทรหา call center ถ้ามีปัญหา ผมเลยชวนคุยเรื่องรถบัส

คุยไปคุยมา 2 ท่านนี้ก็เดินหนีไป ผมก็ Charge ต่อจนได้ 80% แต่ก็ไม่มีรถบัสมา

เข้าใจว่า 2 ท่านนี้คือ จนท. ในส่วนของรถบัส เพราะคนแรกก็ขึ้นรถบัสขับออกไป สรุป นอกจากจะไม่มีรถมาจอดแล้ว ยังขับรถออกไปอีก

Charge ด้วยเครื่อง DC ระยะเวลา 40 นาที

ได้แบตเตอรี่มา 80%

5. ออกจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ลำปาง มุ่งหน้าไปเชียงใหม่ระยะทาง 139 กม. ใช้เวลาเดินทาง 0910:-11:30 = 2:20 ความเร็วเฉลี่ย 95 กม./ชม. แบตเตอร์รี่ จาก 80% เหลือ 26% ไป Charge ด้วยเครื่อง DC ระยะเวลา 40 นาที

ได้แบตเตอรี่มา 80% ขึ้นดอยอินทนนท์ต่อ

ในวันแรกนี้วิ่งด้วย Mode Normal/Kers 2 ความเร็วเฉลี่ย 95-100 กม./ชม.ขากลับ

1. ออกจาก ชม. เวลา 06:00 ขับกินลมชมวิว ปิดแอร์เปิดกระจกรับลมเพื่อไปให้ถึง โรงไฟฟ้าแม่เมาะหลัง 08:00 ในระยะทาง 136 กม. ใช้เวลาเดินทาง 06:00-08:05 = 2:05

ความเร็ว 80 กม./ชม. ปิดแอร์ แบตเตอร์รี่ จาก 95% เหลือ 52% ไปถึง รปภ.จำหน้าได้ ปล่อยให้เข้า แต่แลกบัตรเหมือนเดิม ไม่ถามอะไร แสดงว่า ไม่ได้มีคำสั่งอะไรเปลี่ยนแปลง รอบนี้ผมเตรียมเอกสารที่ การไฟฟ้าประชาสัมพัน์ให้ประชาชนมา Charge ไฟฟรีถึงปีหน้ามาด้วย เผื่อให้ลุงแกอ่าน

ขับไปจอดที่เดิม Charge รถแล้วเดินหลบมานั่งเล่นตรงม้าหิน จะได้ไม่เป็นเป้าสายตา 555

Charge ด้วยเครื่อง DC ระยะเวลา 08:12 - 09:16 =1:04

ได้แบตเตอรี่มา 97%

2. ออกจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ขับมุ่งตรงไปยังรร.เวียงตากระยะทาง 213 กม. ใช้เวลาเดินทาง 09:20 - 12:05 = 2:45 ความเร็ว 90 กม./ชม. ซึ่งตอนนี้ไม่ห่วงอะไรแล้ว เพราะสถานีที่เหลือ ต่อจากนี้ เปิดตลอด 24 ชม. ยังงัยก็ได้กลับบ้านแน่ๆ แต่มีข้อมูลจากเพื่อนผู้ใช้ Kona มาว่า เมื่อคืนจุดนี้เค้าใช้ไม่ได้ แต่น่าจะเพราะสายเค้าแตกใน เอ้ย ขาดใน

พอไปถึงจุดหมาย แบตเตอร์รี่ จาก 97% เหลือ 30%สบายๆ แต่อึ้งไป แป้บนึง มีรถกระบะจอดอยู่ในช่องสำหรับ Charge รถ เลยเรียก รปภ.มา ซึ่ง รปภ.เป็นลุงแก่ๆ ดูเหมือนเพิ่งมาทำงาน พูดจาเนิบๆ เรียบร้อยมาก แต่ไม่กล้าไปบอกเจ้าของรถ เพราะเค้าประชุมอยู่ บอกเราว่าให้ไปทานข้าวก่อน เดี๋ยวตอนพัก เค้าคงออกมาย้ายให้

ผมเลยถามว่า แล้วเค้าพักตอนไหน ลุง รปภ. บอกว่าไม่ทราบครับนาย อาจจะเย็นเลย

อ้าว !!!!

ผมเลยต้องอธิบายว่า จะกลับ กทม. แล้ว มันต้อง Charge 4 ชม. รอไม่ได้ ช่วยประกาศตามให้หน่อย แล้วให่เค้าเลื่อนมาจอดในซอง เดี๋ยวเราเอารถไปจอดในซองรอไว้ให้ จนผ่านไป เกือบ 20 นาที เจ้าของรถมาเลื่อนรถให้ แต่พอจะ Charge ....... โอ้ววววว ไม่นะ ขึ้น Error code เดียวกับที่เพื่อนเป็น

ไม่ใช่เป็นที่สายละ เครื่อง Charge นี่แหละ

โทรไป call center ของ To-U เค้าให้เราลอง reset breaker ก็ต้องไปตามช่างไฟ โรงแรมมาอีก เพราะไม่รู้อยู่ตรงไหน สุดท้าย ไม่หาย เค้าเลยสรุปว่า Magnetic ตรงเครื่องน่าจะพัง!!!! เอ้า... 30% ไปนครสวรรค์ ทำไงดีล่ะ

นึกได้ว่าก่อนมา เจอยูทูปของ MG กำแพงเพชร แล้วเรา mem เบอร์ไว้ เผื่อฉุกเฉิน น่าจะได้ใช้ละ เลยลองโทรไปถามว่ามี เครื่อง home charger ไหม สรุปว่ามี ให้เข้าไปใช้ได้เลย

เห็นมั้ย ว่า YouTube มีประโยชน์มาก ถ้างั้น อย่าลืมไปกดlike กดแชร์ กด Subscribe ช่อง Captain DIY ด้วยนะครับ ผ่าม!!!

ทีนี้ จาก โรงแรมเวียงตาก ไปศูนย์ MG กำแพงเะชร จากใน Google Map มัน 70 โล แต่แบต 30% ของรถ มันบอกไปได้ 96 โล อืมๆๆๆ ยังงัยก็ลองดู กลัวอะไร มีทั้งเบอร์รถยกที่เพื่อนเพิ่งใช้บริการมา แถมมี MG ช่วยเหลือฉุกเฉินอีก ยังงัยก็ถึงละนะ ลุยสิครับ

3.1 ออกจาก รร.เวียงตาก ไป MG กำแพงเพชร ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลา 12:53 - 13:54 59 นาที ความเร็ว 80 กม./ ชม. แล้วไม่ลืมที่จะปิดแอร์ด้วย เมื่อถึงที่ศูนย์ แบตเตอรี่ จาก 30% เหลือ 9% แล้วไป Charge ด้วยเครื่อง AC ระยะเวลา 3:10 ได้แบตเตอรี่มา 58% เพราะ โชว์รูมจะปิดละ

ซึ่งระยะที่วิ่งได้ คือ 156 โล

4.ออกจาก MG กำแพงเพชร มุ่งหน้าต่อไปปั้ม บางจาก นครสวรรค์ ระยะทาง 106 กม.ใช้เวลาเดินทาง 17:15 - 18:42 = 1:30 ความเร็วเฉลี่ย 90 กม./ชม. แบตเตอร์รี่ จาก 58% เหลือ 21% แต่ร้านกาแฟ ปิดเสียแล้ว ไม่ทีที่นั่งรอละ นั่งมันนอกรถนี่แหละ กะว่าต้องเอาให้เยอะที่สุด

Charge ด้วยเครื่อง AC ระยะเวลา 18:45 - 22:30 = 3:45

ได้แบตเตอรี่มา 74% เพราะดูแล้วระยะทางที่โชว์คือ 245 โล แต่ไป การไฟฟ้ารังสิต ใช้ระยะ 210 โล เผื่อผิดพลาดอยู่ 30 โล น่าจะไหว

4. ออกจากปั้ม บางจากนครสวรรค์ ไปการไฟฟ้ารังสิตระยะทาง กม. 206 กม. ใช้เวลาเดินทาง 22:30 - 01:05 = 2:05 ความเร็ว 90 กม./ชม.

พอไปถึงการไฟฟ้ารังสิต แบตเตอร์รี่ จาก 74% เหลือ 4%ระยะบอกว่า วิ่งได้อีก 14 โล สวยๆ Charge ด้วยเครื่อง DC ระยะเวลา 10 นาที ได้แบตเตอรี่มา 40% พอขับกลับบ้านละ

5. ออกจากการไฟฟ้ารังสิต ไปถึงบ้าน ระยะทาง 56 กม.

ใช้เวลาเดินทาง 35 นาที ความเร็วเฉลี่ย 100 กม./ชม.

แบตเตอร์รี่ จาก 40% เหลือ 15% เป็นอันจบทริป เชียงใหม่ กรุงเทพ ในวันเดียว

จากการทดสอบนำรถไฟฟ้า เดินทางระยะไกล พบข้อขัดข้องที่ควรปรับปรุงในเรื่องของสถานีชาร์จ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่คงต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

แต่ในส่วนภาคเอกชนเอง ก็สามารถสนับสนุนเรื่องนี้ได้ ในงบประมาณที่ไม่สูงเลย อีกทั้งหากสถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านกาแฟ หรืออื่นๆ ท่านก็สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มผู้ใช้รถ EV หรือ Hybrid ได้เพิ่มเติม อยากฝากให้พิจารณาด้วย ตามข้อมูลต่อไปนี้

Convenience Outlet สำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

เพื่อเป็นการส่งเสริมนักท่องเที่ยวที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น จึงขอเสนอแนะให้สถานประกอบการติดตั้ง Power Plug 220 โวลท์ รองรับกระแสได้ไม่เกิน 32 แอมป์ และปลั๊กชนิดปกติที่รับกระแสได้ อย่างน้อย 10 แอมป์ควบคู่กันในบริเวณจอดรถของท่าน ทั้งนี้ท่านอาจจะติดตั้ง มิเตอร์แบบหยอดเหรียญด้วยก็ได้ โดยจัดให้มีช่องจอดแบบนี้ 3-4 ช่อง

การที่สถานที่จอดรถเหล่านี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกชนิดนี้จะเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นและส่งเสริมกิจกรรมของสถานประกอบการเหล่านั้นด้วยเช่นกันเพราะการชาร์จไฟด้วยเครื่องชาร์จที่ติดรถมา ที่มีขนาด 7kW 32A ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชม.เพื่อให้ได้ 14kWh หรือ 14 หน่วยเพื่อจะได้ไปต่ออีก 70-80 กม.

ข่าวต้นฉบับ

Credit : วรรณดิษย์ แว่นอินทร์ Songwut Samakkitam

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend