ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

เอฟทีเอดันส่งออกปศุสัตว์ไทย10เดือนโต 9%

57 10
เอฟทีเอดันส่งออกปศุสัตว์ไทย10เดือนโต 9%

"พาณิชย์" ชี้ เอฟทีเอดันส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไทยโตต่อเนื่อง 10 เดือนแรกปี 2562 ทำยอด 3,373 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดจีนโตสูงสุด 234% สินค้าไก่แปรรูปเป็นดาวเด่น ครองแชมป์อันดับหนึ่งโลก พร้อมเดินหน้าผลักดันการเจรจาเอฟทีเอกรอบต่างๆ ต่อเนื่อง


นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การส่งออกของไทยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 (มกราคม-ตุลาคม 2562) พบว่าเอฟทีเอเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไทยส่งออกสินค้า ปศุสัตว์สู่ตลาดโลกมูลค่า 3,373 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าช่วง 10 เดือนแรกของปี 2561 ร้อยละ 3.5 เป็นการส่งออกไปยังประเทศคู่เอฟทีเอ 2,387 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 71 ของการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยทั้งหมดเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2561 ถึงร้อยละ 9

ทั้งนี้ มีตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัว อาทิ จีนขยายตัวร้อยละ 234 มูลค่าส่งออก 181 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เกาหลีใต้ ขยายตัวร้อยละ 43 มูลค่าส่งออก 134 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ฮ่องกง ขยายตัวร้อยละ 5 มูลค่าส่งออก 86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 3 มีมูลค่าส่งออก 1,498 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีไก่แปรรูปและไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง เป็นสินค้าส่งออกดาวเด่น ซึ่งไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับ ที่ 1  และ 5 ของโลกตามลำดับ โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2562 ไทยส่งออกสินค้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งและไก่แปรรูป 2,802 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2561 ถึงร้อยละ 8 นางอรมน เสริมว่า  ผู้ประกอบการของไทยมีจุดแข็งด้านความพร้อม ทักษะฝีมือแรงงานและเทคโนโลยีในการผลิตและแปรรูปอาหารที่ทันสมัยรวมทั้งมีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมีระบบฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมป้องกันการแพร่กระจายโรคระบาดได้ดีในขณะเดียวกันก็มีแต้มต่อทางภาษีที่ได้จากความตกลงการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความได้เปรียบและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สินค้าไทยในประเทศคู่ค้าทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตาม ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีของไทยที่ผ่านมา13 ฉบับ กับ 18 ประเทศมีประเทศคู่เอฟทีเอที่ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ทุกรายการของไทยแล้ว9 ประเทศได้แก่ จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา บรูไนและ ฮ่องกง ส่วนอีก 9ประเทศคู่เอฟทีเอที่เหลือ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ชิลี  เปรู เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาวได้ลดเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าปศุสัตว์บางส่วนและคงการเก็บภาษีนำเข้าในสินค้าบางรายการ ซึ่งกรมเจรจาฯพร้อมเดินหน้าผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์เพิ่มเติมให้ไทยภายใต้การเจรจาเอฟทีเอกรอบต่างๆทั้งการทบทวนความตกลงเอฟทีเอที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันความตกลงเอฟทีเอที่อยู่ระหว่างการเจรจากับตุรกี ปากีสถาน และศรีลังการวมถึงการเจรจาเอฟทีเอในอนาคตเช่นสหภาพยุโรปที่เป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญของไทย หากแยกรายตลาดพบว่าจากปีที่ความตกลงเอฟทีเอแต่ละฉบับมีผลใช้บังคับจนถึงปี 2561 มูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกตลาดเช่น อาเซียน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4,316 จีนขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2,743 เกาหลีใต้ร้อยละ 528 และญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 403 เป็นต้น สอดคล้องกับสถิติปี 2561 ที่สินค้าปศุสัตว์เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกมากเป็นอันดับต้น

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์