ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

จับท่านชายกำมะลอ อ้างวิ่งเต้นเงินชดเชยสร้างฝายราษีไศล

589 16

ตำรวจกองปราบจับตัวผู้ต้องหาอ้างเป็นท่านชาย หลอกชาวบ้านหลายพื้นที่ในจังหวัดภาคอีสาน ว่า สามารถช่วยเหลือติดตามเงินชดเชยผลกระทบจากการโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล โดยหลอกเงินค่าดำเนินการ พบประวัติก่อเหตุลักษณะมากว่า 10 ปี ได้เงินไปกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พันตำรวจเอก สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปราม พันตำรวจเอก บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ กองกำกับการ 3 พันตำรวจโท ภูมิทัศ ปิติจิระนน สารวัตร กองกำกับการ 3 พร้อมด้วย นายสิทธิวัตร แสงสิริไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมจับกุม นายพิทักษ์ เพชรเจริญตระกูล อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง" จำนวน 19 หมายจับ หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 200/1193 หมู่ที่ 1 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พันตำรวจเอก สุรพงษ์ กล่าวว่า นายพิทักษ์ และพวก ได้ร่วมกับพวกหลอกลวงเอาเงินจากชาวบ้านในพื้นที่ จังหวัด ศรีสะเกษ ,สุรินทร์ และร้อยเอ็ด ที่ได้รับผลกระทบจากการโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล และกำลังรอรับเงินชดเชยจากทางรัฐบาลเป็นเงิน ไร่ละ 32,000 บาท ด้วยการอ้างตัวว่ารู้จักกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายคน สามารถทำโครงการจัดสรรค์เงินชดเชยให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนหรือผู้ที่สนใจอยากได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลได้เร็วกว่าปกติ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องยอมจ่ายเงินให้กับนายพิทักษ์และพวกเป็นเงิน 350 ถึง 2,500 บาท ต่อที่ดิน 1 แปลง เพื่อเป็นค่าดำเนินการและวิ่งเต้น รวมถึงยังมีการแอบอ้างระดมทุนอ้างว่าเพื่อนำมาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว เมื่อชาวบ้านเห็นว่านายพิทักษ์ นั้นก็ถือเป็นสมาชิกระดับแกนนำของกลุ่ม"ร่วมใจรักพิทักษ์สามัคคี" รวมถึงยังมีการอ้างตัวว่าเป็นท่านชาย จึงหลงเชื่อยอมนำเงินมาให้กับนายพิทักษ์และพวกเป็นจำนวนมาก ซึ่งกว่าที่ชาวบ้านจะรู้ว่าโครงการเร่งรัดติดตามเงินชดเชยของนายพิทักษ์และพวกนั้นไม่มีจริงก็สายไปแล้ว จึงได้รวมกลุ่มไปเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ในภายหลังจนมีการออกหมายจับดังกล่าว

พันตำรวจเอก สุรพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา นายพิทักษ์ และพวกได้ก่อเหตุหลอกลวงลักษณะดังกล่าวกับชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 3 จังหวัด มาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อกว่า 3,500 ราย บางรายเอาเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต เอาที่นา เอาบ้าน เอาทรัพย์ของตัวเองไปจำนอง เพื่อเอาเงินมาลงทุนตามคำหลอกลวงของกลุ่มผู้ต้องหาเบื้องต้นพบว่ามูลค่าความเสียหายกว่า100 ล้านบาท อย่างไรก็ตามต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายพิทักษ์ ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว สอบสวนเบื้องต้น นายพิทักษ์ยังคงให้การภาคเสธ ยอมรับว่าอยู่ร่วมในกลุ่มดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้เรียกรับเงินจากชาวบ้าน เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งสภ.ศิลาลาด ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลตามยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดมาคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

ด้าน นายสิทธิวัตร กล่าวว่า อยากฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการโครงการก่อสร้างฝายราษีไศล และยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากทางรัฐบาล ว่า อย่าไปหลงเชื่อกลุ่มคนที่มีพฤติการณ์ลักษณะนี้ เพราะทางหน่วยงานของรัฐไม่มีการเรียกรับเงินค่าดำเนินการใดๆ ถ้าหากใครมาขอเรียกเก็บเงินดังกล่าวก็ไม่ต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรางวัดที่ดินที่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้ทางหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทางหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรงไม่มีการจ่ายผ่านตัวแทนหรือบุคคลอื่น

เรื่องโดย ศุภชัย เพชรเทวี | ภาพโดย ศุภชัย เพชรเทวี
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์