ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

กระตุ้นส่งท้ายปี "กองทุนหมู่บ้าน-ชาวนา-ซื้อบ้าน" เฮถ้วนหน้า

936 26
กระตุ้นส่งท้ายปี กองทุนหมู่บ้าน-ชาวนา-ซื้อบ้าน เฮถ้วนหน้า

ครม. เห็นชอบ 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2562 1. โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้าน 2. โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย ของ ธกส. และ 3. โครงการพักชำระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ

วันนี้ (26 พ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2562 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพราะสถานการณ์โลกมีความไม่แน่นนอน มีผลกระทบเศรษฐกิจไทย ยังวางใจไม่ได้ เพราะมีตัวชี้บ่งว่ายังจะมีผลกระทบต่อไป โดยมาตรการมีทั้งหมด 3 มาตรการ หวังผลว่าจะช่วยเศรษฐกิจไทยให้เกิดการหมุนเวียนภายในประเทศ ในไตรมาสที่ 4 และปีหน้า

มาตรการแรกเป็น มาตรการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย ต้องการช่วยสภาพคล่องให้ชุมชน ให้ชุมชนไปลงทุนให้เกิดกิจกรรม เกิดการจ้างงานในชุมชน ได้แก่

1. โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้าน โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ได้รับการประเมินอยู่ในระดับ A , B และ C จำนวน 71,742 แห่ง แห่งละไม่เกิน 200,000 บาท ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ภายใต้วงเงินรวม 14,348.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กในชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยประจำชุมชน การจัดทำแหล่งเก็บน้ำชุมชน เครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่ชุมชนเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในชุมชนให้ดีขึ้น


2. โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สถาบันการเงินประชาชน สถาบันการเงินชุมชน สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม และผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินกิจการและเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยตามปกติของ ธ.ก.ส. ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565

3. โครงการพักชำระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ โดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองพักชำระหนี้หรือลดภาระหนี้เงินกู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้กับสมาชิกที่มีความเดือดร้อนตามแนวทางที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติกำหนด เพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้ผ่อนคลายภาระการชำระหนี้ที่มีกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสามารถนำเงินส่วนดังกล่าวมาประกอบอาชีพสร้างรายได้ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนและหนี้นอกระบบ

"เราต้องการช่วยสภาพคล่องให้กับกองทุนหมู่บ้านและสมาชิก เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้ดำรงชีพ บรรเทาความเดือดร้อน โดยเฉพาะเรื่องหนี้นอกระบบ เพราะที่ผ่านมาสมาชิกต้องไปกู้หนี้นอกระบบเพื่อมาใช้หนี้กองทุน" นายอุตตม กล่าว

มาตรการที่สอง เป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่านโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร โดยการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรจะได้รับเงินช่วยเหลือ ค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวเฉพาะเกษตรกรรายย่อยอัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการโดยสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการจ่ายเงินให้เกษตรกรจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2563 เนื่องจากมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

"ต้องนึกว่ากลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับผลกระทบที่ซ้ำซ้อน ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม วันนี้คิดว่าจำเป็นต้องช่วย เพราะกำลังจะเข้าสู่ช่วงของการเก็บเกี่ยว จะใช้วิธีว่าธ.ก.ส. จะเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตร ซึ่งจากนี้จะต้องนำเข้าในที่ประชุมนบข.เพื่อดำเนินการ" นายอุตตม กล่าว

และมาตรการที่สาม คือ มาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการ "บ้านดีมีดาวน์"  เพื่อเป็นการลดภาระและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาท ต่อราย ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร จำนวน 100,000 ราย และผ่านเกณฑ์ ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 62 ถึง 31 มีนาคม 2563

"พูดง่ายๆ คือ เราจะสนับสนุนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท แต่สำหรับ 1 แสนรายแรกเท่านั้น ใครมาก่อนก็รับไปก่อน โดย ธอส. จะเป็นแกน ร่วมกับสถาบันการเงินอื่นๆ ในการดูแลเรื่องนี้ ไม่ว่าไปธนาคารใดก็ตาม เราจะดูว่าท่านอยู่ในเกณฑ์ ไปทำสัญญากับธนาคาร จะซื้อจะขายเงินก็โอนคืนให้ท่านนายอุตตม กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend