ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

คลังจ่อเพิ่มมาตรการ'กู้'เศรษฐกิจ

34 2

กระทรวงการคลังติดตามประเมินเศรษฐกิจใกล้ชิด หลังสภาพัฒน์หั่นจีดีพีปีนี้เหลือโต 2.6% พร้อมขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มในไตรมาส 3 ให้ส่งผลเต็มที่ในไตรมาส 4 และพิจารณามาตรการดูแลเศรษฐกิจที่เหมาะสมต่อไป

อุตตม  สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ กรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2562 เติบโตเหลือ 2.6% จากคาดการณ์เดิม 3% และต่ำกว่าที่กระทวงการคลังตั้งเป้าไว้ที่ 2.8% นั้น เป็นเพราะเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว ซึ่งกระทรวงการคลังได้ติดตามสถาณการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด แต่จะมีการลดเป้าลงหรือไม่นั้น ตั้งรอดูภาพรวมในไตรมาส 4 ด้วย


ด้าน ลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ระบุ ภาคการส่งออกไทยยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าที่ยืดเยื้อและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้การส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำหดตัวลง นอกจากนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทสูงในเศรษฐกิจไทยก็ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและการส่งออกที่ชะลอลงเช่นเดียวกัน 

สำหรับการลงทุนใหม่จากการประกอบกิจการใหม่และการขยายกิจการของโรงงานเดิมพบว่า ในช่วง 1 ม.ค.-12 พ.ย. 2562 มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในกิจการโรงงาน 431,216 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้ว 36.3% สะท้อนว่าภาพรวมการผลิตในอนาคตมีแนวโน้มขยายตัว และแม้ว่าจะมีกิจการโรงงานจำนวน 1,391 โรงงานที่ยื่นขอปิดกิจการ  แต่การขอยื่นประกอบกิจการโรงงานใหม่มีถึง 2,889 โรงงาน มากกว่าปิดกิจการ 107% และโรงงานที่เปิดอยู่เดิม ก็ยังมีการขยายกิจการเพิ่มเติมอีกจำนวน 928 โรงงาน 

ขณะเดียวกัน ในส่วนของแรงงานถึงแม้ว่ามีการเลิกจ้างงานจากการปิดกิจการจำนวน 35,533 คน แต่มีการจ้างงานจากการประกอบกิจการใหม่ 84,033 คน และมีการจ้างงานเพิ่มจากการขยายโรงงานอีกจำนวน 84,704 คน  ด้านสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ายังประเทศไทยในไตรมาส 3 ปี 2562 ขยายตัวสูงถึง 7.2% เร่งขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2562 ที่ขยายตัว 1.4% ในด้านการบริโภคภาคเอกชน รายได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ณ ราคาคงที่ (ที่หักรายได้พิเศษ) ในไตรมาส 3 ปี 2562 ขยายตัวที่ 1.9% สูงขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2562 ที่ขยายตัว 1.5%  ซึ่งสะท้อนการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวได้ 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะประเมินสถานการณ์และแนวโน้มของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะพิจารณามาตรการดูแลเศรษฐกิจที่เหมาะสมต่อไป

ขณะที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผยว่า ในภาคอุตสาหกรรมได้หารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปิดโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์เป็นหลัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าจากระดับ 33 บาท/ดอลลาร์ มาเป็น 30 บาท/ดอลลาร์ หรือแข็งค่าขึ้นประมาณ 10% จึงอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลค่าเงินบาทมากกว่านี้และออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติม

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์