ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2563.

ผบ.ทบ.ลงพื้นที่จ.ยะลา ตามคืบหน้าถล่มป้อมชรบ.

523 10

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ประชุมเครียด กรณีคนร้ายยิง 15 ชรบ.ลำพะยา ระบุข่าวโซเชียล ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ลุยเองเป็น FAKENEWS เผยให้จนท.ในพื้นที่ดำเนินการ พร้อมปฎิบัติติดตามจับกุมคนร้าย

(15 พ.ย 62) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง ชรบ. เสียชีวิต15รายบาดเจ็บ 5ราย ที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พย62 ที่ผ่านมา โดยมีพลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค4 พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.ผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


โดยในที่ประชุมได้มีการบรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งความคืบหน้าทางด้านคดี ซึ่งผบ.ทบ. ให้ความสนใจถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุรวมทั้งการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ในที่ประชุมผบ.ทบ.ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยชุมชนเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ด้วย

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกเปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่าในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจรวมทั้งนำข้อห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรวมทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการสับเปลี่ยนกำลัง ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจึงมามอบนโยบายในการปฎิบัติหน้าที่ในส่วนที่มีความสำคัญคือการสับเปลี่ยนกำลังทหารพรานที่จะมีการสับเปลี่ยนกำลังทหารพรานทั้งกรม ในเดือนเมษายน 63 นี้ รวมทั้งการสับเปลี่ยนกองกำลังชายแดนเพื่อให้กำลังมีความตื่นตัว ซึ่งจะเริ่มปฎิบัติในเดือน เมษายน 63 นี้

"ในส่วนกรณีเหตุคนร้ายโจมตีป้อม ชรบ.ลำพะยาทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15 รายนั้นตนเองขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่านหลายวันที่ไม่ได้เดินทางลงมา เพราะรู้ว่าทุกฝ่ายล้วนแต่พยายามติดตามผู้ก่อเหตุซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานจากท่านแม่ทัพภาค 4 และฝ่ายกองกำลังตำรวจ ว่าได้ตัวผู้ต้องสงสัยหลายคน

มีหลักฐานหลายๆอย่างตนเองได้เน้นย้ำไปว่าขั้นตอนการปฎิบัติต่างๆให้ปฎิบัติตามกฎหมายและได้รับการจับจ้องจากผู้ที่หวังดี และไม่หวังดีกับหน่วยงานด้านความมั่นคงพยายามใช้ช่องทางต่างๆเช่น ช่องทางโซเชี่ยลก็ตาม ที่ก่อนตนจะเดินทางลงพื้นที่ก็มีสื่อโซเชี่ยลออกไปว่า ตนจะลงมาทำนู๊นทำนี่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ตนเองโดนเรื่องFakenews มาโดยตลอด ผู้ที่ทำงานคือคนนพื้นที่ตนเองเป็นเพียงแค่มอบนโยบาย และคิดในด้านยุทธศาสตร์การดำเนินการอย่างไรในพื้นที่ตนเองขอร้องไปยังผู้ที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ ขอให้เข้าใจผู้ที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ที่มีความกดดัน มีสภาวแวดล้อมที่ไม่ปกติ" ผบ.ทบ. กล่าว

พลเอก อภิรัชต์ ยังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่ๆ จะพบว่าฝ่ายตรงข้ามมีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย ตนเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีการดำเนินกลยุทธปฎิบัติต่อเป้าหมายได้ มีการเตรียมการวางแผนมาอย่างดี และเลือกเป้าหมายแล้ว ส่วนแนวความคิดว่าจะเป็นการตอบโต้ทางการทหารหรือไม่นั้น ตนก็ไม่ทราบแนวความคิดของพวกเขา การก่อเหตุล่าสุดสร้างความสะเทือนขวัญ แต่ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าทีท้อถอย ในการปฎิบัติหน้าที่ต่อ ส่วนการพูดคุยสันติภาพนั้นก็พูดคุยกันไป ส่วนของกองทัพบกก็ได้เตรียมการของกองทัพบก ใช้ความพยายามทุกอย่างกัยประเทศเพื่อนบ้านในฐานะเป็นมิตรกันมานาน มีการพูดคุยกันในหลายๆระดับ ทั้งระดับรัฐบาล มีการพูดคุยทุกระดับ

"ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น ก็เหมือนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ในประเทศไทย หรือเป็นปัญหาภายในประเทศ ไม่ใช่ปัญหาของต่างชาติ สิ่งนี้ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า มีหลายกลุ่มองค์กรที่พยายาม ทำให้เป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งโดยความเป็นจริงเราจะเห็นว่า พี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ชาวมุสลิมในหลายๆประเทศ ในส่วนความเป็นห่วงของตนในขณะนี้ ก็ไม่ได้ห่วงเรื่องใดมากนัก ก็เพียงแต่การควบคุมการทำงานต่างๆนั้นจะต้องทำงานเป็นระบบ ผิดต้องลงโทษ ผู้บังคับบัญชาต้องลงไปดูแล เรื่องนี้สำคัญที่สุด พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สนาม ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ทุกคนต้องตั้งใจ" พลเอก อภิรัชต์ กล่าว

เรื่องโดย นครินทร์ ชินวรโกมล | ภาพโดย นครินทร์ ชินวรโกมล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend