ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

ผบ.ทบ.ลงพื้นที่จ.ยะลา ตามคืบหน้าถล่มป้อมชรบ.

422 10

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ประชุมเครียด กรณีคนร้ายยิง 15 ชรบ.ลำพะยา ระบุข่าวโซเชียล ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ลุยเองเป็น FAKENEWS เผยให้จนท.ในพื้นที่ดำเนินการ พร้อมปฎิบัติติดตามจับกุมคนร้าย

(15 พ.ย 62) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง ชรบ. เสียชีวิต15รายบาดเจ็บ 5ราย ที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พย62 ที่ผ่านมา โดยมีพลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค4 พลตำรวจโทรณศิลป์ ภู่สาระผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.ผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยในที่ประชุมได้มีการบรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งความคืบหน้าทางด้านคดี ซึ่งผบ.ทบ. ให้ความสนใจถึงความคืบหน้าในการติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุรวมทั้งการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ในที่ประชุมผบ.ทบ.ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เพิ่มมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยชุมชนเป้าหมายอ่อนแอในพื้นที่ด้วย

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบกเปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่าในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจรวมทั้งนำข้อห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรวมทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการสับเปลี่ยนกำลัง ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจึงมามอบนโยบายในการปฎิบัติหน้าที่ในส่วนที่มีความสำคัญคือการสับเปลี่ยนกำลังทหารพรานที่จะมีการสับเปลี่ยนกำลังทหารพรานทั้งกรม ในเดือนเมษายน 63 นี้ รวมทั้งการสับเปลี่ยนกองกำลังชายแดนเพื่อให้กำลังมีความตื่นตัว ซึ่งจะเริ่มปฎิบัติในเดือน เมษายน 63 นี้

"ในส่วนกรณีเหตุคนร้ายโจมตีป้อม ชรบ.ลำพะยาทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15 รายนั้นตนเองขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่านหลายวันที่ไม่ได้เดินทางลงมา เพราะรู้ว่าทุกฝ่ายล้วนแต่พยายามติดตามผู้ก่อเหตุซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานจากท่านแม่ทัพภาค 4 และฝ่ายกองกำลังตำรวจ ว่าได้ตัวผู้ต้องสงสัยหลายคน

มีหลักฐานหลายๆอย่างตนเองได้เน้นย้ำไปว่าขั้นตอนการปฎิบัติต่างๆให้ปฎิบัติตามกฎหมายและได้รับการจับจ้องจากผู้ที่หวังดี และไม่หวังดีกับหน่วยงานด้านความมั่นคงพยายามใช้ช่องทางต่างๆเช่น ช่องทางโซเชี่ยลก็ตาม ที่ก่อนตนจะเดินทางลงพื้นที่ก็มีสื่อโซเชี่ยลออกไปว่า ตนจะลงมาทำนู๊นทำนี่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ตนเองโดนเรื่องFakenews มาโดยตลอด ผู้ที่ทำงานคือคนนพื้นที่ตนเองเป็นเพียงแค่มอบนโยบาย และคิดในด้านยุทธศาสตร์การดำเนินการอย่างไรในพื้นที่ตนเองขอร้องไปยังผู้ที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ ขอให้เข้าใจผู้ที่ปฎิบัติงานในพื้นที่ที่มีความกดดัน มีสภาวแวดล้อมที่ไม่ปกติ" ผบ.ทบ. กล่าว

พลเอก อภิรัชต์ ยังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่ๆ จะพบว่าฝ่ายตรงข้ามมีการวางแผน กำหนดเป้าหมาย ตนเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีการดำเนินกลยุทธปฎิบัติต่อเป้าหมายได้ มีการเตรียมการวางแผนมาอย่างดี และเลือกเป้าหมายแล้ว ส่วนแนวความคิดว่าจะเป็นการตอบโต้ทางการทหารหรือไม่นั้น ตนก็ไม่ทราบแนวความคิดของพวกเขา การก่อเหตุล่าสุดสร้างความสะเทือนขวัญ แต่ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าทีท้อถอย ในการปฎิบัติหน้าที่ต่อ ส่วนการพูดคุยสันติภาพนั้นก็พูดคุยกันไป ส่วนของกองทัพบกก็ได้เตรียมการของกองทัพบก ใช้ความพยายามทุกอย่างกัยประเทศเพื่อนบ้านในฐานะเป็นมิตรกันมานาน มีการพูดคุยกันในหลายๆระดับ ทั้งระดับรัฐบาล มีการพูดคุยทุกระดับ

"ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น ก็เหมือนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ในประเทศไทย หรือเป็นปัญหาภายในประเทศ ไม่ใช่ปัญหาของต่างชาติ สิ่งนี้ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า มีหลายกลุ่มองค์กรที่พยายาม ทำให้เป็นปัญหาระดับชาติ ซึ่งโดยความเป็นจริงเราจะเห็นว่า พี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ชาวมุสลิมในหลายๆประเทศ ในส่วนความเป็นห่วงของตนในขณะนี้ ก็ไม่ได้ห่วงเรื่องใดมากนัก ก็เพียงแต่การควบคุมการทำงานต่างๆนั้นจะต้องทำงานเป็นระบบ ผิดต้องลงโทษ ผู้บังคับบัญชาต้องลงไปดูแล เรื่องนี้สำคัญที่สุด พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สนาม ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ทุกคนต้องตั้งใจ" พลเอก อภิรัชต์ กล่าว

เรื่องโดย นครินทร์ ชินวรโกมล | ภาพโดย นครินทร์ ชินวรโกมล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend