ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

เปิดตัวศูนย์ลิ้นหัวใจ" รักษาได้ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ TAVI"

502 19
เปิดตัวศูนย์ลิ้นหัวใจ รักษาได้ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ TAVI

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีความพร้อมของทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ ในการส่งมอบการดูแลรักษาโรคลิ้นหัวใจ ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ TAVI หรือ Transcatheter Aortic Valve Implantation ทางเลือกของการรักษาโดยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวนแทนการผ่าตัดเปิดช่องอก แผลมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยเจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว

จากข้อมูลของ United Nations World Population Ageing พบว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ โดยสมบูรณ์ (AgedSociety) ซึ่งสหประชาชาติระบุว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศถือว่าประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society และจะเป็น "สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ" (Aged Society) เมื่อสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20โดยตัวเลขของประเทศไทย คาดการณ์ว่าในปี 2564ไทยจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์ โดยมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20%ของจำนวนประชากรทั้งหมด


นายแพทย์วิญญูรัตนไชย ผู้อำนวยการด้านการแพทย์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เปิดตัว"ศูนย์ลิ้นหัวใจ"รักษาได้ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ TAVI เพราะได้เล็งเห็นแนวโน้มของสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องจึงมีการเตรียมพร้อมในการรองรับปัญหาสุขภาพที่เกิดในกลุ่มผู้สูงวัยโดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในผู้สูงวัยในลำดับต้นๆ ทั้งนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีความพร้อมทั้งในส่วนของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ความพร้อมในด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ความพร้อมของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ รวมถึงศูนย์ลิ้นหัวใจที่จะให้การดูแลรักษาโรคเฉพาะทางได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกันการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้น การรักษาตลอดจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความชำนาญการขั้นสูงด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสากลและความปลอดภัยสูงสุด"

สถิติของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2561 พบว่ามีจำนวนคนไทยที่ป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด 432,943 คน มีอัตราการเสียชีวิตถึง 20,855คน ต่อปี คิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 48 คนต่อวัน หรือชั่วโมงละ 2 คน และด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่มีจำนวนมากก่อให้เกิดปัญหาสถานการณ์ความแออัดของห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่ต้องเร่งช่วยกันป้องกันและแก้ไขให้ได้อย่างเร็วที่สุดเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคหัวใจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี

นพ.วิสุทธิ์ วิเวกาภิรัต แพทย์ที่ปรึกษาผู้อำนวยการปฏิบัติการทางการแพทย์และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า "โรคหัวใจนับเป็นภัยเงียบที่อาจไม่มีอาการหรือสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนผู้ป่วยจึงอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพหัวใจซึ่งถ้าหากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกบางครั้งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ดังนั้นการตรวจสุขภาพหัวใจเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจ ก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นโดยโรคหัวใจที่พบบ่อยในผู้สูงวัย ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันโรคลิ้นหัวใจเอเออร์ติกตีบ (Aortic valve stenosis) โรคหัวใจสั่นพริ้ว(Atrial Fibrillation) ภาวะหัวใจเต้นช้า และหัวใจล้มเหลวซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีศูนย์รักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจที่สำคัญได้แก่ ศูนย์หัวใจ ศูนย์หัวใจเต้นผิดจังหวะ และล่าสุด ศูนย์ลิ้นหัวใจเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางที่ตรงจุดและด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับอาการของโรคในแต่ละบุคคล"

แนวทางการรักษาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบปัจจุบัน การรักษาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบสามารถทำได้ 3วิธีคือ 1.การรักษาตามอาการด้วยการให้ยา 2.การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบโดยการผ่าตัดเป็นวิธีมาตรฐานในการรักษาโดยเป็นการผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อตัดลิ้นหัวใจเก่าออกและเย็บลิ้นหัวใจเทียมเข้าไปแทนที่และ3.การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัด (TranscatheterAortic Valve Implantation หรือ TAVI) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดโดยการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบหรือเจาะผ่านผิวหนังส่วนยอดหัวใจ เมื่อสายสวนไปถึงตำแหน่งของลิ้นหัวใจเอออร์ติกแพทย์จะทำการปล่อยลิ้นหัวใจที่ม้วนพับอยู่ออกจากระบบนำส่ง (deliverysystem) เพื่อให้กางออกกลายเป็นลิ้นหัวใจใหม่แทนของเดิมที่เสื่อมสภาพ

"สำหรับวิธีการรักษาด้วยเทคนิค TAVI จะต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมโดยเทคนิค TAVI เหมาะกับผู้ป่วยที่มีภาวะโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรงผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูงจากการผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอดหรือเคยผ่าตัดหัวใจมาก่อน ผู้ป่วยสูงอายุโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป หากผู้ป่วยถึงขั้นตีบระดับ 3 คือ ตีบรุนแรง หมายถึงลิ้นหัวใจแทบไม่เปิดเลย เปรียบเหมือนวาล์วน้ำ ถ้าไม่เปิด เลือดก็สูบฉีดไม่ได้โดยขั้นตอนการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปทางหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณขาหนีบจะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดอกซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชม.การรักษาด้วยเทคนิค TAVI จึงทำให้แผลมีขนาดเล็กตรงบริเวณที่เจาะผ่านเท่านั้นผู้ป่วยเจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 5-7 วันก็สามารถกลับบ้านได้ขณะที่การผ่าตัดต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน 2-3 เดือนซึ่งจากการติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยที่รับการรักษาด้วยเทคนิค TAVI ที่ผ่านมา พบว่าได้ผลดี เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมากผู้ป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" นพ.วัธนพลกล่าวทิ้งท้าย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์