ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ปารีณา ซัด เสรีพิศุทธ์ ลั่นบอกใช้อำนาจเกินขอบเขต อาจติดคุกได้!!

875 14
ปารีณา ซัด เสรีพิศุทธ์ ลั่นบอกใช้อำนาจเกินขอบเขต อาจติดคุกได้!!

ปารีณา ซัด เสรีพิศุทธ์ ลั่นบอกใช้อำนาจเกินขอบเขต ยกตัวอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯมาชี้แจงยังไม่เคยมา บอกการใช้อำนาจบังคับบุคคลอาจผิดกฎหมายได้ และประธานกมธ.ฯ อาจต้องติดคุก

ที่รัฐสภา 13 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธานกมธ. มีวาระพิจารณาเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ชี้แจงต่อประเด็นการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

โดยไม่ชอบ เพราะการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าว นายกฯได้ส่ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทนชี้แจง ขณะที่รองนายกฯ ได้ส่งนายประสาร หวังรัตนปราณี คณะทำงาน เป็นตัวแทนชี้แจง

ทั้งนี้ พล.อ.ชาญชัย และนายประสาน ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงในเนื้อหาเดียวกันว่าเป็นตัวแทนมาชี้แจงต่อกมธ.ตามที่มีหนังสือและได้นำหนังสือชี้แจงของนายกฯ และรองนายกฯ ที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมมามอบให้กับกมธ.ด้วย อย่างไรก็ตามมีเพียง 2 ประเด็นที่จะชี้แจงตามที่ได้รับมอบหมาย คือ การเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 ที่ถูกท้วงติงว่าไม่ชอบนั้น ข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติตามกรอบของวิธีเสนองบประมาณ ส่วนการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นเป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย (อ่านข่าว บิ๊กตู่ ลั่นอยู่อีกนานไม่ต้องกลัว)


ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมกมธ.ฯ ในวาระดังกล่าว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้พล.อ.ชาญชัย และนายประสาน มอบหนังสือชี้แจง ซึ่งลงลายมือชื่อของพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ต่อหน้าที่ประชุมกมธ. และให้ชี้แจงรายละเอียดสั้นๆ ก่อนที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะกล่าวต่อที่ประชุมว่า ไม่สามารถให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนบุคคลที่ระบุชื่อให้มาชี้แจงได้ พร้อมยกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 วรรคสี่ ระบุว่า กมธ.มีอำนาจเรียกเอกสารจากบุคคล หรือเรียกบุคคลมาชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนั้น กมธ.ไม่สามารถรับฟังคำชี้แจงจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ที่เชิญชี้แจงได้ เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถูกเชิญชี้แจงและกมธ.ฯ ทั้งนี้บุคคลที่เชิญ ระบุชื่อไว้ชัดเจนด้วย ดังนั้นตนจะขอมติจากที่ประชุมต่อการพิจารณาเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ชาญชัย ชี้แจงตอนหนึ่งด้วยว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 129 วรรคสอง บัญญัติให้การทำหน้าที่ของกมธ. ต้องอยู่ในหน้าที่และอำนาจตามที่ระบุไว้ ซึ่งข้อบังคับการประชุมสภาฯ พ.ศ.2562 ข้อ90 (22) ระบุว่า กมธ.ฯ ต้องสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการ และมาตรการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต ซึ่งประเด็นการเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ขณะที่ผ่านวาระแรกแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวาระสอง ซึ่งเป็นไปตามกรอบการจัดทำงบประมาณ ดังนั้นเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการประพฤติมิชอบ และไม่อยู่ในอำนาจของกมธ.ที่ระบุไว้ในข้อบังคับ 

ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวโต้แย้งว่าเรื่องตรวจสอบดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของกมธ. ไม่เช่นนั้นจะเรียกคนมาชี้แจงทำไมผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการพิจารณาด้วยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกมธ. แทนตำแหน่งที่ว่าง เข้าร่วมประชุม โดยตอนหนึ่งที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้ความเห็นต่อการไม่ยอมรับคำชี้แจงของพล.อ.ชาญชัย และนายประสาน และต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร มาชี้แจงต่อกมธ. ด้วยตนเอง น.ส.ปารีณา ขอแสดงความเห็น แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวขึ้นว่า ขอให้รู้มารยาท เพราะประธานยังไม่เชิญให้พูด ทั้งนี้ขอให้พิจารณา เพราะก่อนหน้านี้ตนมอบหมายงานให้ทำแต่ยังไม่ยอมรับเลย ก่อนจะเรียกให้ น.ส.ปารีณา แสดงความเห็นภายหลังจากที่รับฟังข้อชี้แจงของตัวแทนผู้ถูกเชิญชี้แจงแล้วเสร็จ

โดย น.ส.ปารีณา กล่าวว่า กรณีที่ประธานกมธ.ฯ เหมือนใช้อำนาจบังคับบุคคลให้มาชี้แจง ทั้งที่เป็นการขอความร่วมมือและมาโดยสมัครใจ ถือว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ที่ผ่านมาสภาเคยเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯมาชี้แจงยังไม่เคยมา ดังนั้นการใช้อำนาจบังคับบุคคลอาจผิดกฎหมายได้ และประธานกมธ.ฯ อาจต้องติดคุก จึงทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า "ขู่ผมเหรอ ผมเรียนกฎหมายมา" ก่อนที่จะให้กมธ.ฯ คนอื่นแสดงความเห็น ซึ่งมีผู้เสนอให้การพิจารณาต่อไปของกมธ.ฯ เป็นการประชุมภายในของกมธ.ฯ ทำให้ต้องเชิญผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องรวมถึง พล.อ.ชาญชัย และนายประสาน ออกจากห้องประชุม

จากนั้นนายประสาน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมต่อประเด็นที่ กมธ.ฯไม่ยอมรับฟังคำชี้แจงแทนและต้องการฟังข้อเท็จจริงจากนายกฯ และ รองนายกฯ เท่านั้นว่า เรื่องดังกล่าว ได้ศึกษาข้อกฎหมายเพื่อเตรียมการไว้แล้ว โดยเฉพาะหน้าที่และอำนาจของกมธ.ฯ ที่กำหนดไว้ในหมวด 5 ข้อ 90 (22) ที่ระบุว่า กมธ.ฯ ต้องพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวกับกระบวนการและมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งเรื่องที่กมธ.ฯ เรียกนั้นไม่เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ ส่วนกรณีที่ กมธ.เตรียมใช้อำนาจตามกฎหมายคำสั่งเรียก เรียกให้ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ มาชี้แจง ซึ่งหากไม่มาจะมีผลต่อการดำเนินคดีอาญา นั้น หากจะใช้อำนาจตามกฎหมายคำสั่งเรียก พ.ศ.2554 สามารถทำได้ แต่ต้องระวังด้วยว่าอาจถูกฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้เช่นกัน

"พล.อ.ประวิตร พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ที่ไม่มาชี้แจงใน 2 ครั้งของการประชุมได้เพราะมีภาระกิจจำนวนมาก และทั้ง 2 ครั้งไม่เคยขอเลื่อน เพราะมอบหมายให้ผมมาชี้แจงพร้อมเอกสาร ซึ่งพล.อ.ประวิตร ต้องการให้กมธ.ฯ ตั้งคำถามเป็นประเด็นแยกรายข้อให้ชัดเจน โดยผมบอกกับกมธ.ฯ ไปแล้ว" นายประสาน กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend