ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

โจรพ่อลูกอ่อนหลอกแชทสาว ล่วงชิงทรัพย์หาเงินซื้อนมให้ลูก

582 7

พันตำรวจเอก นคร ทองพานิช ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลบางนา นำกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุล่อลวงหญิงสาวทางโปรแกรมแชท ก่อนจะก่อเหตุชิงทรัพย์ เจ้าตัวอ้างมีลูกน้อย วัย 5 เดือน เงินไม่พอค่านมลูก จึงคิดเป็นโจร

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ สถานีตำรวจนครบาลบางนา พันตำรวจเอก นคร ทองพานิช ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลบางนา พันตำรวจโท ณรงค์ศักดิ์ ทองงามตระกูล รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน และ ร้อยตำรวจเอก พิทักษ์ มีจิตร์ รองสารวัตรฝ่ายสอบสวน ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน และตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม จับกุมตัว นายอรรณพ เรืองสม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตระเวนชิงทรัพย์ พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมวกกันน็อกครึ่งใบ สีบรอนด์ และเสื้อผ้าที่ใช้สำหรับก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมได้ภายในซอยบางนา-ตราด ซอย6 ถนนเทพรัตน แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลาประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมา มีน.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวน สน.บางนา ว่าก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับคนร้ายเป็นชายรูปร่างหน้าตาดี ผ่านแอปพริเคชั่น "Badoo" และได้ทำการนัดเจอกัน กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น.วันเดียวกัน ทางคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มารับไปเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านอุดมสุข จากนั้นทางผู้เสียหายได้เข้าห้องน้ำ และเมื่อออกมา จู่ๆทางคนร้ายรายนี้ได้เข้ามาชกเข้าที่ใบหน้า และทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะกระชากสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท สร้อยข้อมือ หนัก 50 สตางค์ และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 อีก 1 เครื่อง ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยปล่อยให้ผู้เสียหายนอนจมกองเลือดอยู่ในโรงแรม กระทั่งมีพนักงานเข้ามาช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล

จากนั้นทาง ร้อยตำรวจเอก พิทักษ์ ได้นำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในโรงแรม ตลอดจนเส้นการหลบหนี พบรูปพรรณคนร้ายอย่างชัดเจน รวมถึงรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี จึงรวบรวมเป็นหลักฐาน กระทั่งทำการตรวจสอบคดีที่เกิดเหตุในพื้นที่ก่อนหน้านี้ จนพบว่าคนร้ายรายนี้ยังเคยก่อเหตุกระชากระเป๋า ผู้เสียหายหญิงสาว ที่เดินตามริมถนนพื้นที่สน.บางนา ถึง 5 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม จนถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา 

ต่อมาทางตำรวจจึงเร่งติดตามหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาทางตำรวจ ทั้งฝ่ายสืบสวน และป้องกันและปราบปราม ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตุการณ์ในพื้นที่ กระทั่งพบชายต้องสงสัย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่มีรูปพรรณตรงตามคนร้ายภายในซอยบางนา-ตราด ซอย6 ถนนเทพรัตน แขวงและเขตบางนา จึงเรียกตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ก่อนนำตัวไปค้นห้องพักเป็นคอนโดหรู เขตพระพระโขนง พบกระเป๋าถือสำหรับผู้หญิง และอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ จึงทำการตรวจยึด มาทำการสอบสวนที่สน.บางนา

สอบสวน นายอรรณพ ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนจบการศึกษาชั้น ปวช.สาขาบัญชี สถาบันแห่งหนึ่ง เมื่อจบมาชื่นชอบการค้าขาย จึงจับธุรกิจขายสินค้ามือสอง ซึ่งจะไปควานหาสินค้าจากตลาดย่านคลองถม มาขายผ่านเว็ปไซด์ขายของออนไลน์ แต่เมื่อตนมีครอบครัว และมีลูกน้อยวัย 5 เดือน การเงินสะดุด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะแฟนสาวป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ตนจึงให้พักอยู่เลี้ยงลูก ประกอบกับปัจจุบันเช่าคอนโดมิเนี่ยม ในราคาเดือนละ 9,000 บาท ทำให้ตนต้องแบกรับภาระไว้เพียงคนเดียว 

กระทั่งเมื่อปลายเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา เงินไม่พอใช้ และต้องซื้อนมที่ให้ลูกดื่มกินนั้นไม่พอ จึงตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์ ตระเวนไปตามถนน เมื่อพบหญิงสาวสะพายกระเป๋า โดยหันกระเป๋ามาฝั่งถนน ตนจึงฉวยจังหวะนี้ ขับขี่รถวนกลับมากระชากจากผู้เสียหาย หลังจากนั้นไปตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้ จะเลือกเอาเพียงเงินสด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเพียงหลักร้อย ส่วนทรัพย์สินที่เหลือ จะโยนทิ้งคลองทันที ก่อนนำเงินที่ได้ไปซื้อของใช้สำหรับลูก ซึ่งทุกครั้งที่ก่อเหตุมาจะปิดบังไม่ให้แฟนสาวทราบ บอกเพียงไปทำงานส่งสินค้าของแอปพริเคชั่นดังเท่านั้น

สำหรับเหตุชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกายหญิงสาวนั้น เจ้าตัวยอมรับว่าเคยพบเจอผู้เสียหายมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 ครั้ง ทำให้เหยื่อสาวติดใจ หลงไหลด้วยหน้าตาหล่อเหลาของตน กระทั่งครั้งล่าสุดต้องการใช้เงินจึงลงมือก่อเหตุทำร้ายดังกล่าว ตนยืนยันไม่ได้ตั้งใจจะเป็นโจร แต่สถานการณ์มันบีบคั้นจนต้องลงมือก่อเหตุ

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง หากมีผู้เสียหาย หรือพื้นที่โรงพักใด ที่ถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุสามารถแจ้งทางตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหา"ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายถึงสาหัส" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เรื่องโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์ | ภาพโดย กิตติพงษ์ มณีฤทธิ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์