ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

โหรฟองสนาน ทำนาย! อาถรรพ์ดวงชะตาเมือง

11.74K 29
โหรฟองสนาน ทำนาย! อาถรรพ์ดวงชะตาเมือง

โหรฟองสนาน ทำนาย เมืองไทยหรือกรุงเทพฯ เป็นชัยภูมิที่ถูกต้องตามตำราสร้างบ้านสร้างเมืองของคนโบราณที่ทำตามคัมภีร์ที่ชื่อคัมภีร์พระนครฐาน เขาจะรวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมาฝังเป็นอาถรรพ์ไว้...

ล่าสุดโหรฟองสนาน จามรจันทร์ แม่หมอสมัครเล่น โพสต์เฟซบุ๊ก Fongsanan Chamornchan ถึงเรื่องย้ายหรือขยายเมืองหลวง(ตอนที่สอง)กับอาถรรพ์ดวงชะตาเมืองโดยระบุว่า...

แม่หมอสมัครเล่นตอนที่299 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ย้ายหรือขยายเมืองหลวง(ตอนที่สอง)กับอาถรรพ์ดวงชะตาเมือง

ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์กำเนิดวันอาทิตย์ที่21 เมษายน 2325 เวลา06.54น.มฤตยูจร(0)กำลังเดินอยู่ในราศีเมษระหว่าง6มีนาคม2559-8กรฎาคม2565มฤตยูจร(0)จะย้ายไปเดินอยู่ราศีพฤษภระหว่าง8กรกฎาคม2565-18กรกฎาคม2572

"เมืองไทยหรือกรุงเทพฯเขาไม่ได้สร้างขึ้นมาบนหัวหลักหัวตอหรือตามทุ่งไร่ปลายนาที่ไม่มีความหมาย แต่มันเป็นชัยภูมิที่ถูกต้องตามตำราสร้างบ้านสร้างเมืองของคนโบราณที่ทำตามคัมภีร์ที่ชื่อคัมภีร์พระนครฐาน เขาจะรวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆมาฝังเป็นอาถรรพ์ไว้ จะมีการสวดมนต์และสาปแช่งอย่างหนักทั้งพุทธและพราหมณ์ เฉพาะกรุงเทพฯโบราณเขาว่าทั้งสี่ทิศของพระนครนี้จะมีอาถรรพ์ฝังไว้รอบ ศัตรูร้ายที่ไหนเข้ามาบ่อนทำลายมันจะต้องมลายทุกราย เพราะงั้นเมืองไทยถึงรอดมาได้.

ข้อความทั้งหมดนี้คัดมาจากหนังสือโหราศาสตร์ เศรษฐกิจและการเมือง เขียนโดยยอดธง ทับทิวไม้ครูโหรผู้ล่วงลับ หัวข้อการสร้างบ้านสร้างเมืองสมัยโบราณและกรุงเทพฯมหานคร ซึ่งผู้เขียนขอละเว้นเรื่องอาถรรพ์ทั้งหลายของเมืองรัตนโกสินทร์ตามข้อเขียนนี้ แต่จะพิจารณาถึงความขลังของดวงเมืองเพียงสถานเดียวในส่วนที่ครูโหรยอดธงบอกว่าเมืองไทยถึงรอดมาได้..และเป็นการรอดทุกสถานการณ์ความท้าทายดังนี้

ย้อนกลับไปขณะที่พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่หนึ่งแห่งราชวงศ์จักรีที่ทรงให้ย้ายเมืองหลวงจากธนบุรีมาสร้างที่ฝั่งพระนคร แล้วทรงให้คณะโหร-ชีพ่อพราหมณ์หาฤกษ์ลง-วางเสาหลักเมืองตามพระราชพิธีพระนครฐานอันเป็นวินาทีที่ดวงชะตาเมืองถือกำเนิด นั้นสยามอยู่ท่ามกลางความแตกแยกภายในและศึกใหญ่ พระเจ้าปดุงกำลังจะมา นั่นคือเมืองถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความแตกแยกและภัยสงคราม


ด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีเรื่องเล่าที่อ่านพบในตำนานเรื่องเล่า "ศาลหลักเมือง" กรุงเทพมหานคร"ที่ตีพิมพ์ใน www.sanook. Com ว่า. เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดฯ ให้โหรผูกชะตาเมืองกรุงเทพฯ ที่(กำลัง)จะสร้างขึ้นใหม่นั้น โหรหลวงได้ทูลเกล้าฯ ถวายดวงเมือง 2 แบบคือดวงเมืองแบบหนึ่ง บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง ไม่มีเหตุวุ่นวาย แต่ทว่าจะต้องมีอยู่ระยะหนึ่ง ที่ประเทศไทย(สยาม)ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ ส่วนอีกดวงเมืองหนึ่งนั้น ประเทศไทยจะมีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทว่าจะสามารถรักษาเอกราชได้ตลอดไป

ปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเลือกดวงเมืองตามแบบหลัง เพราะพระองค์คงจะทรงเห็นว่าการที่จะต้องตกไปเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่นนั้น แม้บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรืองแค่ไหนก็ไม่ความหมายอันใด เมื่อสิ้นความเป็นไทย

เรื่องเล่านี้จะจริงหรือไม่ผู้เขียนไม่อาจยืนยันได้ เพียงแต่มีผลอันมหัศจรรย์ที่ได้พิสูจน์ถึงการออกแบบชะตาเมืองตามทางเลือกที่สองตามตำนาน ณ.วินาทีที่เมืองถือกำเนิด(ถ้าเป็นคนเรียกเวลาตกฟาก)วันอาทิตย์ที่ 21เมษายน 2325 เวลา06.54น. ผูกดวงชะตาแล้วลัคนาสถิตราศีเมษ ธาตุไฟ(ดังรูป-เลขไทย)นั้นคือแม้วาสนาของเมืองจะยุ่งยากวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุดคล้ายๆคนไทยชอบทะเลาะกันเองเป็นอาทิ แต่ทุกคราวที่เกิดวิฤตการณ์ขนาดใหญ่แค่ไหนเมืองรัตนโกสินทร์ที่ออกแบบมาให้เข้มแข็งก็รอดปลอดภัยทุกครั้งแถมด้วยโอกาสดีๆที่จะตามมาคือ

1.สงครามเก้าทัพที่เกิดปี พ.ศ. 2328หลังวางเสาหนักเมืองไม่นาน พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่ายกทัพมาทุกทิศทางเพื่อโจมตีสยามขนาดกำลังพลมากกว่าสยามถึงสองเท่า เมื่อสู้กันถึงที่สุดแล้ว พระเจ้าปะดุงก็แพ้ภัยด้วยปัญหาภายในยกทัพกลับไปเอง และราชอาณาจักรสยามขยายเขตแดนไปกว้างไกลมาก

2.ต่อมาช่วงประเทศตะวันตกล่าเมืองขึ้นทุกประเทศแถบนี้สูญเสียเอกราชหมด มีเพียงสยามประเทศเดียวที่รักษาเอกราชไว้ได้สอดคล้องกับเรื่องเล่าในตำนานดวงเมืองแบบที่สอง แม้จะแลกกับการเสียดินแดนมากกว่าดินแดนของไทยในปัจจุบันแบบจำแขนขาด แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยมากมาย

3.สงครามมหาเอเชียบูรพาที่กองทัพญี่ปุ่นบุกไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ส่งกำลังพลเข้ารุกรานในหลายพื้นที่ชายทะเลของไทยได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยจำเป็นต้องเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร จนคนไทยต้องวิ่งหนีลูกระเบิดที่เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งใส่ เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามไทยกลับพลิกเป็นฝ่ายชนะ

4.เมื่อกองทัพเวียดนามที่เข้มแข็งเป็นอันดับสามของโลกเพราะชนะสงครามกับสหรัฐอเมริกายกทัพประชิดชายแดนไทยช่วงพ.ศ. 2522 2532เพื่อรุกไล่กลุ่มชาวกัมพูชาที่ต่อต้านการยึดครองของเวียดนามหลังพนมเปญแตก ตรงกับช่วงรัฐบาลพลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ต่อเนื่องถึงรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จนปะทะกับทหารไทยที่ชายแดนหลายครั้ง

ขณะนั้นกองทัพไทยเมื่อเปรียบเทียบกับเวียดนามแล้วนั้นเทียบกันไม่ติด แต่จู่ๆ 17 กุมภาพันธ์ 2522กองทัพเวียดนามก็หายไปจากชายแดนไทยชั่วข้ามคืนเพื่อไปทำสงครามกับจีนที่เรียกกันว่าสงครามสั่งสอน

ส่วนสถานการณ์ลัทธิคอมมิวนิสต์ในประเทศเองนั้นแม้คนไทยบางส่วนจะจับอาวุธสู้กับอำนาจรัฐยาวนานแต่ในที่สุดก็ออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในช่วงรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

6.วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี2540(ผู้เขียนอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเพราะเป็นนักข่าวการเมืองของสำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์) ที่ไทยเหมือนสูญเสียเอกราชทางเศรษฐกิจ แต่เมื่อลุกขึ้นได้แล้ว ครั้นเมื่อเกิดวิฤตการณ์แฮมเบอร์เก้อร์ที่เริ่มปี2550คนไทยที่ได้ประสบการณ์ตั้งแต่ปี2540กลับได้ผลกระทบน้อยฯลฯ

กล่าวโดยสรุปจากบทเรียนในอดีตคือเรื่องเล่าตำนานวางเสาหลักเมืองกับทางเลือกที่สองของพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชก็ขลังอย่างไม่น่าเชื่ออันเป็นไปตามเรื่องเล่าดวงชะตาเมืองออกแบบมาในแบบวุ่นวายไม่เลิกแต่ก็เข้มแข็งมากกับการถูกท้าทายทุกรูปแบบให้รอดปลอดภัยแบบไม่น่าเชื่อและเมื่อฟันฝ่าวิกฤตขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบแล้วกลับมีโอกาสตามมาทุกครั้ง คล้ายๆที่ดร.เสนาะ อูนากูลอดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์พูดจนติดสมองผู้เขียนทุกวันนี้คือในวิกฤต ก็มีโอกาส

และการท้าทายเมือง-ชะตาเมืองนี้น่าจะรวมทั้งการจะลดความสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ลงด้วยการสร้างเมืองหลวงใหม่ที่เมื่อมีความพยายามแล้วไม่ประสบความสำเร็จสักครั้งอย่างที่เห็นๆคือ

1.ปี 2487 จอมพลแปลก พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คิดจะย้ายเมืองหลวงไปจังหวัดเพชรบูรณ์ขนาดลงมือไปมากแล้วแต่มีอันแพ้มติในสภาย้ายไม่สำเร็จในที่สุด

2.สมัยดร.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ได้เคยคิดจะย้ายเมืองหลวงไปที่นครนายก

3.พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ก็เคยคิดที่จะย้ายเมืองหลวงไปที่ท่าตะเกียบ ฉะเชิงเทรา

ฉะนั้นแม้การมาถึงของมฤตยูจรรอบนี้(ระหว่างมีนาคม2559-กรกฎาคม2565)ถูกโฉลกกับการปฏิวัติ-วางแผนปฏิวัติใหญ่ในเมืองในระดับ"ครั้นเมื่อถึงเดือนกรกฎาคม 2565แล้ว หากเรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร เราจะถามตัวเองว่าเมืองรัตนโกสินทร์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร"ก็ยังต้องทำด้วยความระมัดระวังไม่ท้าทายสถานะของเมืองหลวงรัตนโกสินทร์

ดังนั้นทางเลือกที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเสนอให้คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติศึกษาคือย้าย หรือขยายเมืองหลวงนั้นทางเลือกที่สองคือขยายเมืองหลวง แต่กรุงรัตนโกสินทร์หรือกรุงเทพฯยังคงสถานะเดิมน่าจะถูกโฉลก

เพราะหากเอะอะโครมคราม-ซ่าส์-ท้าทายถึงขนาดย้ายเมืองหลวงแล้วเกรงว่าโครงการจะล่มเพราะอาถรรพ์ดวงเมือง

ตอนต่อไปจะว่าด้วยหลักโหรถึงความวุ่นวายแต่รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ทุกครั้งของกรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมทั้งตอบคำถามว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงใหญ่ขนาดขยายเมืองหลวงออกไปแล้ว ดวงชะตาเดิมของเมืองรัตนโกสินทร์กระทบกระเทือนหรือไม่?(ยังมีต่อ)

ฟองสนาน จามรจันทร์8พฤศจิกายน2562

ดูดวงชะตาติดต่อคุณหนุ่ย-0814002533-ไม่รับWalk in-เพราะจะไม่รอบคอบ-ไม่คุ้มเงินคนมาดู

ขออภัยคิวยาวมากเพราะแต่ละวันรับจำนวนจำกัดตามสภาพของโหร

คำแนะนำคือ....ขอให้ไปอ่านเค้าโครงชีวิตท่านแต่ละลัคนาราศี(ตามเวลาเกิดเท่านั้น)ที่เขียนเรียงตอนไว้ที่เพจ-โหรฟองสนาน

หรือฟังได้ที่ยูทูป-ฟองสนาน-ที่มีรูปแม่หมอนั่งพนมมือหน้าหลวงพ่อองค์ดำนาลันทา-ที่เขียนไว้ให้ครบทุกลัคนาราศี-และอัพเดทให้ทุกครั้งก่อนดาวขนาดใหญ่จะย้ายราศี-เพราะอย่างน้อยคนอ่าน-คนฟังก็พอรู้เค้าโครงชีวิตบ้าง

ท่านใดที่เคยดูดวงชะตากับฟองสนานแล้วต้องการอัพเดท-โปรดแจ้งคุณหนุ่ยเพื่อหาเวลาพิเศษให้-แต่จะไม่กระทบท่านที่จองคิวปกติไว้-คล้ายคลีนิคนอกเวลาราชการ-แต่คุณหนุ่ยก็แจ้งว่า-เวลาพิเศษก็ยังย้วยยาวค่ะ

โปรดเชื่อมั่นในการกระทำของท่านเอง-ดังที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้-แล้วใช้ดวงดาวเป็นแค่แนวทาง-โหรไม่สามารถแก้ปัญหาชีวิตให้ใครได้ค่ะ-เป็นแต่เพียงชี้ทางให้บ้าง-แต่หลายคนไม่มีทางจากโหรทั้งหลายก็ประสบความสำเร็จได้

ขอพลังจงอยู่กับพวกท่าน

อ่านข้อความต้นฉบับ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์