ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

"น้องเดียว" เคลียร์ทุกดราม่า เปิดใจพร้อมออกจากวงการ!!

1.6K 31
น้องเดียว เคลียร์ทุกดราม่า เปิดใจพร้อมออกจากวงการ!!

จากกรณีข่าวดัง "น้องเดียว" หรือ "บัญญัติ สุวรรณแว่นทอง" นายหนังตะลุงชื่อดังในภาคใต้ เล่นหนังตะลุงด่าพระเหตุถูกพระวิจารณ์ทำนองว่านั่งเล่นหนังตะลุงอยู่คนเดียว แต่เรียกค่าตัวแพงเกินไป จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายในโลกออนไลน์ ร้อนถึง "เอกชัย ศรีวิชัย" ต้องออกมาขอร้องให้น้องเดียวขอโทษ

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00 - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (7 พ.ย.) พิธีกรสาว "ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ได้เปิดใจสัมภาษณ์น้องเดียว ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เรื่องที่คุณมีปัญหา จบลงได้ยังไง?

"จบลงด้วยดีแล้วครับ ทางพระผู้ใหญ่ท่านก็เมตตาและเข้าใจผม ผมไปขอขมาต่อพระศรีรัตนตรัย และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นสาวกที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามแนวทางพระพุทธองค์ ส่วนพระองค์ที่มีปัญหากัน ผมไม่ขอโทษ แต่ขออโหสิกรรมให้กัน จริงๆ ผมต้องยอมรับว่าผมมีส่วนผิดที่ใช้คำรุนแรงมาก คนโมโห รุนแรงจัด หลายคนก็ถามว่าทำไมเขาพูดแค่นั้น ต้องมารุนแรงขนาดนั้น จริงๆ ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย แต่เห็นว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ เราเป็นชาวบ้านก็คิดว่าไม่อยากให้ท่านผิดกิจของสงฆ์"

"จะจ้างถูกหรือจ้างแพง ขึ้นอยู่กับความพอใจของท่านเจ้าภาพ ซึ่งไปถามเจ้าภาพได้เลย ว่าท่านติดต่อผมในราคา 7 หมื่นบาทไม่ใช่ 8 หมื่นเหมือนที่ท่านพูด แล้วเรื่องนี้มีคนให้ข่าว ในคอมเมนต์ผมโดนด่าเยอะมาก แต่ผมไม่ได้โกรธท่าน เพราะบางทีอาจเสพข่าวไม่ได้กลั่นกรอง หรือนักข่าวบางคนบิดเบือนใส่ไข่เยอะเกินไป อยากให้สังคมเสพข่าวใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ"

จะบอกว่าข่าวที่ออกไปมันเกินจริง?

"เกินจริงแน่นอน แล้วที่แม่ค้ามาบอก ไม่ได้บอกแค่คนเดียว แต่บอกเป็น 20 คนเลย เขาเป็นพยานได้ว่าพระองค์นั้นพูด ผมก็ได้ยินกับหูด้วยว่าพระองค์นั้นพูด"

เรื่องครั้งนี้สอนอะไรเราบ้าง?

"ไม่สอนอะไรครับ ถ้ามีใครมากวน ไม่ว่าจะหน่วยงานตำรวจ พระ หรือหน่วยงานไหนก็แล้วแต่ ก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ผมที่ด่าไปก็วงเล็บไปแล้วว่าผมด่าคนที่ไม่ดี ไม่ได้ด่าเหมา แต่อย่ามาถือพรรคถือพวกกันสิ ผมด่าองค์ที่ไม่ดี ทุกวงการ ศิลปินก็มีคนที่ไม่ดี พระก็มีองค์ที่ไม่ดี เพราะฉะนั้นการที่ผมออกมาวันนี้ ก็มีฝ่ายที่ต่อต้านว่าผมไม่ถูกต้อง แต่ฝ่ายที่เห็นด้วยเขาบอกว่าผมมาล้างศาสนาให้สะอาดขึ้น ให้พระเหล่านั้นท่านคิดได้บ้างว่าบางครั้งบางเรื่องบางราว ไม่ควรกระทำ มันผิดกิจของสงฆ์"

ถ้ามีใครมาว่าอีก ก็พร้อมชน?

"พร้อมครับ ผมเป็นคนยืนอยู่บนความถูกต้อง ความถูกต้องมีหลายแบบ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมคิดคือสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งก็ต้องถูกต้องตามกฎหมายนะ"

เจ้าภาพจ้างในราคา 7 หมื่น แต่คนเล่นหนังตะลุงเหมือนคุณ บางคน 15,000-20,000 ทำไมคุณถึงแพงกว่าคนอื่น?

"ขั้นสตาร์ทหนังตะลุงอยู่ที่หมื่นกว่าบาท สองหมื่น สามหมื่น ประมาณนี้ ของผม 7 หมื่น ปกติหนังตะลุงทั่วไป เวทีจอ 7 เมตร นักดนตรี 9 คน 10 คนรวมตัวนายหนัง ของผมมีพนักงาน 30 ของเขามี 6 ล้อคันเดียว ผมสงสารมากเลย ส่วนใหญ่หนังตะลุงเราเปฺ็นศิลปินที่อาภัพ ส่วนใหญ่จะตายด้วยโรคมะเร็ง นายหนังส่วนใหญ่ก็ตายด้วยโรคมะเร็ง เพราะนั่งไปในรถ 6 ล้อคันเดียว ที่บรรทุกลำโพง เหล็ก เวที นั่งสูบบุหรี่กันไปในนั้น และเอาผ้ายางกันไว้หมด 2 ข้าง ฝุ่นบ้าง ท่อไอเสียรถก็เข้ามาข้างในหมด แต่ของผมเป็นรถตู้ให้นั่งกันไปต่างหาก และมีรถนายหนังนั่งอีก 1 คัน 6 ล้อ 3 คัน รถเครื่องปั่นไฟอีก 3 คัน ซึ่งต้องใช้จ่ายเยอะมากแต่ละวันครับ"

ใช้คนมากกว่าคนอื่น 3 เท่า จอยาวกว่าคนอื่นมั้ย?

"จอผม 16 เมตร มีจอโปรเจกเตอร์ 2 ข้าง ข้างละ 4 เมตร ลำโพงเบสข้างละ 24 เบส คิดดูว่าต้องใช้พนักงานเท่าไหร่ เป็นคอนเสิร์ตหนังตะลุงเลย เป็นเครื่องเสียงระดับหมอลำภาคอีสาน ลงทุนหลายล้านมาก"

ทำไมมีไอเดียทำให้ยิ่งใหญ่?

"ผมอยากปรับให้หนังตะลุงเรา เห็นศิลปินมาจากกรุงเทพฯ เจ้าภาพต้องไปรับสนามบิน ต้องพาไปพักที่โรงแรมก่อน ก่อนพาขึ้นเวที แล้วราคาเขาสองสามแสน เขาก็ยังจ้างได้ แล้วศิลปวัฒนธรรม ผมไม่อยากให้ใครมาดูถูก เหมือนที่พระท่านบอกว่า 8 หมื่นมาเล่นคนเดียว ฉันไม่เอาหรอก แพง คือจริงๆ 7 หมื่นนะครับ ต้องคิดนะครับว่าคนๆ เดียว ที่นั่งคุยให้คนเป็นพันๆ เป็นหมื่นก็เคยมี งานเดือนสิบเมืองนคร คนดูเป็นหมื่น ผมคนเดียว สามารถพูดให้คนเป็นหมื่นฟังได้ มันเป็นอะไรที่น่าจะชมเชยเขามากกว่า ไม่ใช่มาทับถมเขา"

คน 30 คน หารไปหารมา เหลือคุณเท่าไหร่?

"เหลือไม่เยอะ นักดนตรีผมก็จ้างแพงกว่าคนปกติ รถตู้ หกล้อ เครื่องปั่นไฟ ไฟดับผมก็เล่นได้ คณะอื่นไม่มีเครื่องปั่นไฟ ของเรามีคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ยิงเป็น 5 จอ คือคนยุคสมัยก่อนไม่มีทีวีดู ไม่มีวิทยุฟัง หนังตะลุงจะเผยแผ่ศาสนา เขานั่งดูได้จนสว่าง แต่ของผมเล่นตั้งแต่สองทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่คนยุคก่อนเขาจินตนาการดีมาก เขาจะจำเนื้อเพลงได้ดี เพราะไม่มีคาราโอเกะ เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เห็นภาพจริงๆ เด็กจะสื่อไม่ออก เราสมมติว่านี่คือพระราชวังเมืองนี้ เด็กก็ไม่เข้าใจ เขาดูไม่ออก มันจะเป็นวังได้ยังไง พอฉากสองเรายกมาที่วัด มันก็เป็นจอผ้าขาวอีก ของผมมีฉาก วัดก็คือวัด ตลาดก็ตลาด บ้านคนจนก็คนจน บ้านคนรวยก็คนรวย เป็นไอเดียของผมหมด"

ได้ไอเดียมาจากไหน?

"ผมคิดตลอดครับ ผมเป็นคนไม่หยุดนิ่ง หนังตะลุงผมที่แพง มันแพงค่าภูมิปัญญา เพราะหนึ่งปีผมจะเปลี่ยนการแสดงไม่ซ้ำมุก อย่างซ้ำก็ไม่ให้เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ไปเปิดดูในยูทูปได้เลย เปลี่ยนทุกปี ผมได้แนวคิดนี้จากนายเอกชัย อาจารย์ผม ขอแกอยู่มาได้ 20-30 ปี เพราะเปลี่ยนการแสดงโชว์ทุกปี"

คุณรู้จัก "เอกชัย ศรีวิชัย" ได้ยังไง?

"พี่สาวผมไปดูแลนายเอก ถ้าพูดง่ายๆ นายเอกคือไอดอลของผมเลย ในยุคที่ผมเป็นเด็ก ผมใฝ่ฝันมากอยากขึ้นเวทีนี้ เครื่องเสียงอลังการ ร้องเพราะ เล่นได้ทุกอย่าง ผมอยากเป็นแบบนั้นบ้าง มีโอกาสก็ต้องไปนั่งฟัง แต่ไม่ได้บ่อย เพราะรถไม่มี ครอบครัวก็ลำบาก แล้ววันนั้นเป็นวันเกิดนายเอก นายเอกทำบุญ เก็บเงินให้กับวัด บังเอิญยุคนั้นเวทีไม่มีหลังคา นายเอกเรียกนักร้องขึ้นไปร้องเพลงหมดเลย แกรู้จักผมในฐานะน้องของคนที่ดูแลแกคนนึง โปรดิวเซอร์นายเอกชื่อลุงพล แกไม่เคยได้ยินเสียงร้องเพลงผม ไม่รู้แกเมาเบียร์หรือเปล่า แกเอาไมค์ให้ผมแล้วบอกว่าขึ้นไปเลยๆ เป็นคนที่ทำให้ผมมีฝันสำเร็จ สมัยนั้นนายเอกอารมณ์ร้อนมาก ถ้าผมร้องไม่ดี หรือร้องไม่ได้ โปรดิวเซอร์คนนั้นโดนไล่ออกแน่"

คุณร้องเพลงอะไร?

"อดีตรักบ้านนา เขาร้องอยู่แล้ว แต่ผมขึ้นไปสวม หลังจากนั้นลงมาจากเวทีนายเอกก็ถามลุงพลว่าผมเป็นน้องไอ้ส้มใช่มั้ย แกก็บอกว่าใช่ ชีวิตลำบาก เช่าบ้านอยู่ หลังคารั่ว ไม่มีที่ดิน ไม่มีทรัพย์สินอะไร แกก็เมตตาบอกว่าเอาแบบนี้แล้วกัน ปีหน้าก็ให้มาที่วง แต่เหมือนแกรู้ว่าผมไม่ได้มาทางเพลง แกให้มาขับกลอนร้องหนังตะลุง บังคับด้วยว่าต้องร้องสด ห้ามแต่งมา แล้วผมอายุ 14 ยังไม่รู้เรื่องว่ากลอนสัมผัสยังไง ก็ร้องตามที่แกว่า ผิดพลาดแกก็ให้อภัย"

"ขั้นแรกได้ไปอยู่กับนายเอก แต่ร้องไม่ครบสาย เพราะป่วยหนักมาก เล็บเขียวหมดเลย คนมาดูบอกว่าโดนวางยา ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว ร้องเพลงไม่ได้เลย ร้องกลอนหนังตะลุงไม่ได้ ขึ้นเวทีไม่ได้ นายเอกแกนับถือหนังตะลุงคือลูกตาหนูนุ้ย ผมไปตรวจทุกรพ. ไม่เจอโรค แล้วมีแดนเซอร์ในวงมาถามพี่สาวว่าไปไหว้ตานุ้ยหรือยัง ทุกคนต้องไปไหว้ พี่สาวบอกว่ายังไม่ได้พาไปเลย พอพาไปไหว้ปั๊บ ตอนเย็นวันนั้นผมก็หายเลย ผมเลยเชื่อว่าศาสตร์และศิลป์ตรงนี้มีจริง ผมเชื่อเรื่องครูบาอาจารย์"

หลังจากนั้นเปลี่ยนมาเล่นหนังตะลุงได้ยังไง?

"ผมได้ฟังหนังตะลุงของอาจารย์ณรงค์ ตะลุงบัณฑิต ซึ่งตอนนี้ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นพ่อบุญธรรมผม ผมชอบที่คนๆ เดียวพูดได้หลายเสียง ผู้หญิงบ้าง ผู้ชายบ้าง ตัวตลกบ้าง ยักษ์บ้าง ผมมองว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ว่าตอนนั้นญาติพี่น้องผม ไม่มีใครส่งเสริมให้ผมเล่นหนังตะลุงเลย ทั้งแม่ทั้งยาย ก็บอกว่าร้องเพลงไปเลย ไมค์ก็ไม่ต้องซื้อ แต่ถ้าผมไม่ดื้อในวันนั้น ผมก็ไม่มีวันนี้"

เอกชัยสอนอะไรบ้าง?

"สอนหลายอย่าง สอนทุกอย่าง บางอย่างก็ไม่สอน แต่ผมจำมา ในการดูแลลูกน้อง ควบคุมวง ก็ได้มาจากแก"

เอกชัยถึงขั้นร้องไห้เพราะความดื้อของคุณ?

"ผมยอมรับว่าผมดื้อจริงๆ ดื้อมาตั้งแต่เล็กๆ ผมก็ดื้อกับนายเอกเรื่องพระนี่แหละ จริงๆ นายสั่งมาว่าที่ไหนก็แล้วแต่สัมภาษณ์เรื่องนี้ ห้ามพูดอีก ให้จบนะ ถ้ายังพูดเรื่องนี้อีกจะไม่คุยกับผมแล้วนะ เพราะฉะนั้นพี่บุ๋มต้องโทรไปเคลียร์กับแกนะ ผมพูดเรื่องดีๆ นะ ไม่ได้พูดว่าร้ายใคร อยากอธิบายเท่านั้น ตามที่สัญญากันไว้ว่า หนึ่งทุ่มจะสมโภชกฐิน ตอนผมไปเช็กซาวด์มิกซ์เสียงเองทุกวัน ผมใช้หูให้เป็นประโยชน์ การพากย์หนักตะลุง ผมต้องไปตั้งซาวด์ทุกวัน บาลานซ์ซาวด์ เจ้าอาวาสท่านไม่เข้าใจ ท่านสูงอายุ อาจดูหนังตะลุงยุคก่อน ใช้ลำโพงงอน ตู้แบบเล็กๆ หันมาแล้วเล่นเลย เน้นเนื้อเรื่อง ไม่เน้นระบบแสงสีเสียง"

"แต่ของผมต้องเตรียมความพร้อมก่อน ในตอนนั้นผมบอกยังไม่ถึงหนึ่งทุ่ม ผมก็ไปลองเช็กเสียงตึงตังๆ ก็มีคนมาบอกให้ปิดเสียงก่อน ตอนนี้มีคณะสงฆ์มานั่งอาสนะแล้วจะสมโภชกฐิน ผมก็ขอเวลา 5 นาที ขอเช็กเสียงแป๊บนึง ไม่นานก็มีคนมาอีก อาจเป็นการเข้าใจผิดกัน ทีนี้มา 3 ครั้ง ผมก็รำคาญ บอกตรงๆ ผมเป็นคนขี้โมโห ผมเป็นศิษย์เอกชัยไง เมื่อก่อนแกหนักกว่าผมอีก ตอนนี้แกแก่แล้ว"

"พอ 3 ครั้งก็เริ่มเหนื่อยแล้ว ผมพูดแบบตลก ชาวบ้านซื้อเก้าอี้มาเต็มแล้ว ผมก็พูดว่าตกลงจะมาดูกูเล่นหนังหรือฟังพระสวด ผมพูดจริง แต่เขาให้ข่าวว่าผมด่าแม่ อันนี้ไม่มี ผมสาบานได้เลย ตอนนั้นผมไม่มีการด่าแม่ มีแค่พูดเท่านั้น"

"แล้วที่ท่านเจ้าอาวาสให้ข่าว ท่านก็เข้าใจผิด ว่าก่อนจะเล่นหนัง หนังเดียวมันเล่นดนตรีก่อนครึ่งชม. แต่แกไม่เข้าใจว่าเป็นการเช็กซาวด์ การสมโภชกฐิน ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพ จะสมโภช 5 โมงครึ่งก็ได้ กี่โมงก็ได้ แล้วแต่เจ้าภาพพร้อม แล้วจะให้ผมมามิกซ์เสียงตอน 2 ทุ่ม ซึ่งมันต้องเล่นแล้วไง ตอนเช็กซาวด์คนก็มาขอถ่ายรูป ผมก็เหนื่อย เพราะข้าวก็ไม่ได้ ตอนกลางวันก็ไปช่วยงานทอดกฐินวัดอื่นโดยไม่ได้รับค่าตัว ไปเรี่ยไรเงินให้กับวัด คนเหนื่อยก็เลยโมโหมาก"

เอกชัยบอกอะไรบ้าง กับการมาเล่นหนังตะลุง?

"แกก็ดีใจที่ลูกศิษย์สำเร็จ แกบอกว่าแกสอนมา 50 เราไปทำได้เป็น 100 แกพูดบ่อยมาก แกภาคภูมิใจว่าผมสามารถเลี้ยงแม่ เลี้ยงยาย ดูแลคุณองค์กร ญาติมิตร ดูแลสังคมได้ ทั้งที่เราไม่ครบ 32 ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากนายเอกนั่นแหละ"

"ตอนมีปัญหากัน นายเอกก็ร้องไห้ แกบอกว่าให้ไปขอโทษได้มั้ย ไม่ต้องพูดอะไร นายเอกผ่านมาเยอะแล้ว ผมก็บอกว่านายเอกครับ ผมยอมจนอยู่บนความจริงนะครับ ผมเคารพในความนับถือว่าเป็นอาจารย์ผม แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด ผมขอจนอยู่บนความจริง แกบอกว่านายเอกเป็นห่วงนะ ชื่อเสียงที่สร้างมาเป็นสิบๆ ปี มันไม่ได้ง่ายๆ แล้วกลัวว่าชาวบ้านจะไม่เข้าใจ เขาคิดว่าลูกทำไม่ถูกต้อง ไปขอโทษก็คือจบ"

"ผมก็บอกว่าผมสัญญาจะไปขอโทษ ขอขมา ขอโทษพระสงฆ์องค์ที่เป็นสาวกพระพุทธเจ้าที่ประพฤติดี ประพฤติชอบ ที่อาจไปจาบจ้วงล่วงเกินท่าน จริงๆ พระผู้ใหญ่ท่านก็ให้โอกาส ท่านก็รักผม นับผมเป็นศิษย์ ท่านก็บอกว่านายหนังไม่ได้ผิดนะ จะไปอบรมลูกท่านว่าให้อยู่ในส่วนของสงฆ์ ที่น้อยใจหนึ่ง ผมร่วมทำบุญ เก้าอี้ขายให้วัด คนที่ทำความดีมากๆ ถ้ามีคำพูดอะไรมากระทบกระเทือนก็น้อยใจง่าย ศิลปินใจบอบบาง"

"อีกอย่างนายเอกแกมองว่าเสียดายชื่อเสียง แต่ผมไม่เคยเสียดายอะไรเลยในชีวิต เพราะผมถือว่าประชาชนเป็นผู้ปลูกต้นไม้ต้นนี้ ประชาชนจะเป็นผู้โค่นผมก็ไม่ว่า เป็นสิทธิของท่าน ผมก็ยอมที่จะยากจนบนความจริง ตอนนี้ถ้าแฟนๆ ไม่เมตตา ผมก็พร้อมลาวงการ ผมจะไปทำสวน ผมรักในหลวง ร.9 ผมรักปรัชญาของท่าน พระองค์ท่านสอนมาตลอดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลผ่านมากี่สมัยไม่เคยมีใครคิดได้เรื่องพอเพียง จริงๆ มาจากสายกลางพระพุทธเจ้านี่แหละ ทำไมไม่มีใครคิด พระองค์ท่านไม่ได้ให้ปลา แต่ให้เบ็ดกับประชาชน นี่คือสิ่งที่ทำให้ แต่ที่ทำอยู่ทุกวันนี้อย่างช็อปชิมใช้ นี่คือให้ปลา หมดแล้วก็หมดเลย"

คุณพากย์ได้หลายเสียง เสียงนางเอกก็ได้ต้องใช้ทักษะยังไง?

"ครูพักลักจำครับ ของคณะไหน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์