ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

เปิดเอ็มโอยู "ไทย" เซ็นกับ "จีน"

449 15
เปิดเอ็มโอยู ไทย เซ็นกับ จีน

นายกฯ เปิดให้การต้อนรับ นายกฯ หลี เค่อ เฉียง แห่งจีน ในการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อการร่วมลงนามเอ็มโอยู รวมทั้งหมด 4 ฉบับ เชื่อมโยงกันในทุกมิติ

วันนี้ (5 พ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับการมาเยือนของ นายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ซึ่งโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีทั้งสองจะร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ด้านต่างๆ

ฉบับแรก เป็นหนังสือแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระหว่างกระทรวงกลาโหมกับคณะกรรมการบริหารงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะลงนามโดยกระทรวงกลาโหม (กห.) ที่มอบหมายให้ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยในร่างหนังสือแสดงเจตจำนงฯ ร่วมกับฝ่ายจีน

สาระสำคัญของหนังสือแสดงเจตจำนงฯ ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมและร่วมมือกันเสริมสร้าง ขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และขยายความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างกันภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ของแต่ละประเทศ และพันธสัญญาที่ทั้งสองประเทศได้ทำร่วมกัน โดยรูปแบบของความร่วมมือ เช่น ดำเนินโครงการความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

การแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศและข้อมูลทางเทคนิค และผลงานวิจัยพัฒนาการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เทคนิค การจัดสัมมนา การประชุม และการฝึกอบรมร่วมกัน ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดทำร่างหนังสือแสดงเจตจำนงฯ จะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของทั้งสองฝ่าย ซึ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหารที่จะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศในอนาคต


ฉบับที่สอง เป็นบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิชาการ และนวัตกรรม ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่รัฐบาลไทย มอบหมายให้ นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สาระสำคัญของเอ็มโอยูฉบับนี้ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมบนหลักของการต่างตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ข้อริเริ่มเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง โดยมีความร่วมมือ 11 สาขา ได้แก่

1. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

2. เทคโนโลยีการเกษตร

3. เทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์

4. เทคโนโลยีพลังงาน

5. เทคโนโลยีวัสดุและการผลิต

6. เทคโนโลยียานยนต์และรถไฟความเร็วสูง

7. เทคโนโลยีการบินและอวกาศ

8. นโยบายด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม

9. การถ่ายทอดเทคโนโลยี

10. โครงการแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์

และ 11. สาขาอื่น ๆ ซึ่งอาจเห็นพ้องร่วมกัน 

รวมทั้งขอบเขตความร่วมมือครอบคลุม 5 รูปแบบ ได้แก่

1.การวิจัยและพัฒนาร่วม

2. การแลกเปลี่ยนนักวิทยาศาสตร์ ผู้ชำนาญการ และนักวิจัย

3.การแลกเปลี่ยนนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และประสบการณ์ความเป็นผู้ประกอบการ

4. การประชุมทางวิชาการ หลักสูตร การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา การฝึกอบรม การฝึกงานวิจัยและการดูงานของกลุ่มเป้าหมายร่วมกัน

และ 5.รูปแบบอื่น ๆ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตัดสินร่วมกัน

ฉบับถัดมา เป็นบันทึกความเข้าใจร่วมว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ลงนาม มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการในการบริหารจัดการงบประมาณของโครงการอบรมการยกระดับการพัฒนานโยบายอุตสาหกรรมสำหรับประเทศในกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Training on Enhancement of Industrial Policy Development for Lancang-Mekong Countries) ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมขอรับการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพิเศษกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC Special Fund) ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation : MLC) จำนวนเงิน 450,000 หยวน หรือประมาณ 2ล้านบาท

โดยโครงการฯ เป็นการอบรมเจ้าหน้าที่/ข้าราชการระดับกลางจากประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง เนื้อหาการอบรมที่สำคัญ เช่น สถานะด้านอุตสาหกรรมของประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือฯ นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สำคัญ แนวทางส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น และจะเป็นกลไกในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างกันของประเทศสมาชิกในกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง รวมทั้งเป็นการสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างหน่วยงานปฏิบัติอันจะเป็นประโยชน์ต่อการประสานงานด้านอุตสาหกรรมระหว่างกันในอนาคต ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ

และอีกฉบับ เป็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กับรัฐบาลมณฑลกวางตุ้ง ที่ให้ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี เป็นผู้ลงนามของฝ่ายไทย  มีสาระสำคัญเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกกับมณฑลกวางตุ้งและเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ความร่วมมือในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้านการวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม รวมทั้งด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์