ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

สงสารคนสระบุรี​ เจอปัญหาสิ่งแวดล้อม​รุมเร้า​ ทั้งฝุ่น​ ทั้งลักลอบทิ้งขยะ​พิษ

1.2K 1.2K
สงสารคนสระบุรี​ เจอปัญหาสิ่งแวดล้อม​รุมเร้า​ ทั้งฝุ่น​ ทั้งลักลอบทิ้งขยะ​พิษ

นับเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจและซ้ำเติมชาวสระบุรีอย่างมาก ที่นอกจากต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจากการทำโรงปูน โรงโม่หิน และเหมืองหินในพื้นที่แล้ง ก็ยังต้องมาเจอกับการลักลอบทิ้งกากขยะสารเคมีอีก

"จังหวัดสระบุรี" เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดจังหวัดหนึ่ง แต่ก็เป็นจังหวัดพื้นที่เป้าหมายทำเหมือง - โรงปูน - โรงโม่หิน ต่างๆ เกิดเป็นปัญหาฝุ่นตามมา ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น ต้องทนทุกข์กับปัญหาฝุ่นมานานหลายปี

ล่าสุดเพราะเป็นจังหวัดที่มีป่ารกร้างอยู่หลายแห่ง เลยกลายเป็นเป้าหมายของการนำขยะอุตสาหกรรมมาทิ้ง เพื่อลดต้นทุนจากการกำจัดอย่างถูกวิธี

ดูเหมือนยังคงเป็นเส้นขนานกันระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชนที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมในพื้นที่เท่านั้น แต่อุตสาหกรรมนอกพื้นที่ ก็เอาของเสียมาทิ้ง ผลักภาระให้คนที่อยู่เดิมต้องได้รับความเดือดร้อน โดยไม่จำเป็น

ที่เพิ่งปรากฏเป็นข่าวไม่นาน จากกรณีที่มีการนำกากสารเคมี มาทิ้งในป่าสงวนพุแค - พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปในรัศมี 500 เมตร

"วชิรวิทย์รายวัน" ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เข้ามาขนย้ายสารเคมีดังกล่าวไปกำจัดอย่างถูกต้อง พอจะทราบว่าสาเหตุที่ผู้ประกอบการ ต้องลักลอบขนกากสารเคมีมาทิ้งโดยไม่กำจัดอย่างถูกวิธีนั้นเพราะว่ามีต้นทุนสูง

ขณะเดียวกัน คนในพื้นที่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชี้จุดเป้าหมายในการทิ้ง โดยในรอบปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ แต่ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบปีที่สามารถจับได้

ผอ.ป่าไม้สระบุรี วิรัตน์ ด้วงบัว เล่าให้ฟังว่า ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคนขับรถบรรทุกสารเคมี สารภาพว่านำกากเคมีมาทิ้งในจุดนี้ถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 3,000 ลิตรรวมเป็นทั้งหมด 9,000 ลิตร โดยไม่ปริปากว่าต้นตอมาจากไหน

แหล่งข่าวจากบริษัทที่รับกำจัดสารเคมีและกากของเสียอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ "วชิรวิทย์รายวัน" ว่าสารเคมีที่ปนเปื้อนในน้ำดังกล่าว ชื่อ"โซเว่น" ซึ่งเป็นสารตระกูล เดียวกับ "ทินเนอร์" ใช้ล้างถัง และอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนมากใช้ในธุรกิจรีไซเคิล และร้านขายของเก่า รวมไปถึงอู่ซ่อมรถต่างๆ

ซึ่งหากนำมากำจัดอย่างถูกวิธีจะมีต้นทุนจะมีค่าใช้จ่าย 5,000 บาทต่อ 1000 ลิตร ( 1 คิว) นั่นหมายความว่าถ้าหาก บริษัทที่ลักลอบทิ้งกากสารเคมี นำของเสียไปกำจัดอย่างถูกต้อง จะต้องเสียเงินทั้งหมด 45,000 บาทจากจำนวนของเสีย 9,000 ลิตร

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สระบุรี บอกว่า สถานการณ์ลักลอบทิ้งขยะในจังหวัดสระบุรีมีแนวโน้มมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นรองจากจังหวัดในภาคตะวันออกเท่านั้นเอง แต่ว่าแนวโน้มหลังจากที่มีการจับกุมเป็นคดีแบบนี้ ก็อาจทำให้เราพบเห็นการลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่น้อยลง ซึ่งกรมควบคุมมลพิษพยายามที่จะสร้างเครือข่ายชุมชนในพื้นที่เป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง และเสนอให้มีการติดกล้องวงจรปิดบนถนนทางหลวงสายหลัก ที่มีการใช้ลักลอบขนกากอุตสาหกรรมมาทิ้งในป่า

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังวางใจไม่ได้เพราะว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดชาวบ้านที่ "วชิรวิทย์รายวัน" ไปพูดคุยด้วยยอมรับว่านอกว่าคนในพื้นที่เป็นผู้ชี้จุด ให้บริษัทขนส่ง มาลักลอบทิ้งกากของเสียลงในป่ารกร้างใกล้บ้าน โดยรับเงินเป็นค่าบอกทางจำนวน 2,000 บาทแล้ว มี"นายตำรวจ ยศดาบ" ในพื้นที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกและร่วมชี้จุด แต่ในเมื่อการลักลอบทิ้งกากเคมีดังกล่าว เริ่มสร้างผลกระทบ ส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านจึงรวมตัวกันติดตามและจับคนขับรถที่นำสารเคมีมาลักลอบทิ้งได้ในที่สุด

สถานการณ์ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายเรื่องใน จังหวัดสระบุรี ทำให้ถนอม เขียวอ้อม ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลพุแค บอกว่านับเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจและซ้ำเติมชาวสระบุรีอย่างมาก ที่ต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจากการทำโรงปูน โรงโม่หิน และเหมืองหิน ในพื้นที่ก็จะต้องมาเจอกับการลักลอบทิ้งกากขยะสารเคมี ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจึงอยากวอนขอให้ผู้ประกอบการมีจิตสำนึกบ้าง

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์