ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

คุมไอ้หื่นอ้างเป็น ตร. ฉุดนักเรียนข่มขืน 2 รายซ้อนทำแผน

1.4K 44
คุมไอ้หื่นอ้างเป็น ตร. ฉุดนักเรียนข่มขืน 2 รายซ้อนทำแผน

ตำรวจ สภ.สตึก และ สภ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ คุมตัวไอ้หื่นอ้างเป็นตำรวจฉุดนักเรียนและ นศ.สาวข่มขืนกลางวันแสกๆ วันเดียว 2 รายซ้อนทำแผน ท่ามกลางญาติและชาวบ้านจำนวนมากรุมตะโกนสาปแช่งพร้อมเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต ปล่อยออกมาก็เป็นภัยสังคมเพราะถูกจับหลายครั้งแต่ไม่สำนึก ผกก. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างเป็นตำรวจ เพราะ จนท. จริงต้องพกบัตรแสดงตัวชัดเจน

วันนี้ (4 พ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สัมภาษณ์ ศรีจันทึก ผกก.สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อม พ.ต.อ.วชิรวิทย์ วรรณธานี ผกก.สภ.แคนดง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบทั้ง 2 ท้องที่ ได้ควบคุมตัวนายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ก่อเหตุขู่บังคับนักเรียนหญิงชั้น ม.3 และนักศึกษาสาวอาชีวะแห่งหนึ่ง ไปข่มขืนกระทำชำเราถึง 2 รายซ้อนตอนกลางวันแสกๆ ของวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุทั้ง 2 ท้องที่ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักใน ต.สระบัว อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา


โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่บริเวณโกดังร้างบ้านตลาด ต.นิคม อ.สตึก ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาบังคับให้ น.ส.เอ (นามสมมติ) นักศึกษาอาชีวะไปข่มขืนกระทำชำเราในรถเก๋งด้านหน้าโกดัง จุดที่สองเป็นจุดที่ผู้ต้องหาขับรถปาดหน้าเหยื่อและกลับไปส่งเหยื่อหลังก่อเหตุเสร็จ

หลังจากนั้นได้นำตัวไปทำแผนในท้องที่ ต.ดงพลอง อ.แคนดง ที่ก่อเหตุขับรถประกบนักเรียนชั้น ม.3 ก่อนขู่บังคับให้ขึ้นรถเก๋งเพื่อไปกระทำอนาจาร โดยทั้งสองรายผู้ต้องหามีพฤติกรรมการก่อเหตุลักษณะคล้ายกัน คือแสดงตัวว่าเป็นตำรวจขอตรวจใบขับขี่ ทั้งขู่ว่าไม่สวมหมวกผิดกฎหมาย และบังคับให้ขึ้นรถเก๋งที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ หลอกว่าจะพาไปเสียค่าปรับและตรวจค้นหายาเสพติด ก่อนจะบังคับข่มขืน

ซึ่งขณะทำแผนได้มีญาติพี่น้องของผู้เสียหายทั้ง 2 ราย รวมทั้งชาวบ้านที่ทราบข่าว มาเฝ้ารอการทำแผนและรอดูโฉมหน้าของผู้ต้องหาจำนวนมาก ต่างก็ตะโกนด่าและสาปแช่งผู้ต้องหาด้วยความโกรธแค้น ที่มาก่อเหตุกับลูกหลานของตัวเอง พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ลงโทษสถานหนักหากเป็นไปได้ก็อยากให้ประหารชีวิต หากปล่อยออกมาก็จะเป็นภัยกับสังคม และลูกหลานก็จะไม่ปลอดภัย เนื่องจาประวัติผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวและเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับไม่สำนึกออกมาก็มาก่อเหตุแบบเดิมซ้ำอีก ถือเป็นภัยต่อสังคมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ชาวบ้านยังได้ชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นลูกหลานคงจะไม่ปลอดภัย

ขณะที่ผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุกระทำชำเรา และลวนลามนักเรียน นักศึกษาทั้ง 2 รายจริง ซึ่งก่อนที่จะนำตัวไปทำแผนผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ก็ได้มาชี้ตัวผู้ต้องหาและยืนยันว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน

ด้าน พ.ต.อ.สัมภาษณ์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งมีเหตุชายอ้างตัวเป็นตำรวจก่อเหตุบังคับข่มขืนนักเรียนนักศึกษาถึง 2 รายซ้อนในวันเดียวกัน ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบออกติดตามหาเบาะแส และภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุ และตามเส้นทางที่คาดว่ารถคนร้ายจะขับผ่าน จนทราบตัวผู้ก่อเหตุว่าเป็นใครจึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับและนำหมายศาลเข้าจับกุมตัวดังกล่าว และยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ใช่ตำรวจ พร้อมทั้งได้แจ้งเตือนประชาชน หรือวัยรุ่น เยาวชน อย่าได้หลงเชื่อบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นตำรวจ เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อได้ ซึ่งหากเป็นเจ้าหน้าที่ตัวจริงจะต้องพกบัตรแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ชัดเจนเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา "กระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ , พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร ,พรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ , แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์